กทพ. เดินหน้าทางด่วนกะทู้-ป่าตอง คาดชงครม.ปลายปี 69 เปิดวิ่ง ต.ค. 74

กทพ. เดินหน้าทางด่วนกะทู้-ป่าตอง คาดชงครม.ปลายปี 69 เปิดวิ่ง ต.ค. 74

โครงการทางพิเศษภูเก็ต ระยะที่ 1

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เดินหน้าโครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 ช่วงกะทู้-ป่าตอง ระยะทาง 3.98 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้าง 10,965 ล้านบาท โดยเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในปลายปี 2569 หลังปรับลดรายละเอียดโครงการและค่าผ่านทางลงจากแผนเดิม คาดเริ่มก่อสร้างไตรมาส 3 ปี 2570 และเปิดให้บริการเดือนตุลาคม 2574

นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการ กทพ. เปิดเผยว่า ขณะนี้ กทพ. ได้นำส่งเรื่องขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการและปรับลดค่าผ่านทางมายังกระทรวงคมนาคมแล้ว อยู่ระหว่างรอความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนเสนอที่ประชุม ครม. คาดว่าจะเสนอได้ภายในปลายปี 2569 หาก ครม. เห็นชอบ จะใช้เวลาไม่เกิน 6 เดือนในการประกวดราคาหาผู้รับจ้างก่อสร้าง และตั้งเป้าเริ่มก่อสร้างได้ภายในไตรมาส 3 ปี 2570 ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปี ก่อนเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม 2574

การปรับรายละเอียดโครงการตามนโยบายกระทรวงคมนาคมมี 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ การปรับลดขนาดอุโมงค์จากความกว้างเดิม 17.1 เมตร เหลือ 14.2 เมตร โดยคงความยาว 1.85 กิโลเมตร เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและลดระยะเวลาก่อสร้าง และการปรับลดค่าผ่านทางเพื่อจูงใจให้ประชาชนใช้บริการมากขึ้น โดยรถจักรยานยนต์ลดจาก 15 บาท เหลือ 10 บาท รถ 4 ล้อ จาก 40 บาท เหลือ 20 บาท รถ 6-10 ล้อ จาก 85 บาท เหลือ 40 บาท และรถมากกว่า 10 ล้อ จาก 125 บาท เหลือ 60 บาท

นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า การปรับลดค่าผ่านทางส่งผลให้อัตราผลตอบแทนทางการเงิน (FIRR) ตลอดอายุสัมปทาน 30 ปี ลดลงจาก 3.75% เหลือ 1.79% แต่ กทพ. เห็นว่ายังอยู่ในระดับที่รับได้ เนื่องจากประเมินว่าค่าผ่านทางที่ลดลงจะช่วยเพิ่มปริมาณการจราจรและจำนวนผู้ใช้ทาง ซึ่งจะชดเชยรายได้ที่ลดลงได้

สำหรับการลงทุนระยะที่ 1 กทพ. จะเป็นผู้ลงทุนและก่อสร้างเอง โดยกระทรวงการคลังมีแผนจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานกองใหม่เพื่อระดมทุน เบื้องต้นมีแนวคิดใช้รูปแบบกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund: IFF) แต่ชื่อและรูปแบบยังขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกระทรวงการคลัง โดยจะไม่ใช้กองทุน Thailand Future Fund (TFF) เดิมที่ใช้กับโครงการทางพิเศษพระราม 3-ดาวคะนอง ส่วนการเข้าพื้นที่ก่อสร้างไม่มีปัญหา เนื่องจากเวนคืนและจ่ายค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินแล้ว 5,792 ล้านบาท คืบหน้าเกือบ 100% เหลือเพียงบางส่วนที่อยู่ระหว่างรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง

โครงการระยะที่ 2 และแผนลงทุน

ด้านระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ ระยะทาง 30.62 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 67,461.72 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าก่อสร้าง 37,913.92 ล้านบาท และค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 29,547.80 ล้านบาท อยู่ระหว่างจัดทำแบบรายละเอียด คาดแล้วเสร็จปลายเดือนมกราคม 2570 เบื้องต้นเป็นทางยกระดับต่อเนื่อง เชื่อมพื้นที่ด้านเหนือของภูเก็ตเข้าสู่ตัวเมือง และเชื่อมต่อกับระยะที่ 1 เป็นโครงข่ายทางพิเศษครอบคลุมพื้นที่สำคัญของจังหวัด

นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า ระยะที่ 2 ยังมีประเด็นต้องพิจารณาทั้งรูปแบบการลงทุนและแหล่งเงินทุน เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ อยู่ระหว่างหารือแนวทางจัดหาเงินทั้งการกู้เงิน การออกพันธบัตร และการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ขณะเดียวกันการออกแบบต้องเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ โดยเฉพาะจุดตัดผ่านภูเขา ซึ่งมีการเปรียบเทียบทางเลือกทั้งอุโมงค์และทางยกระดับเพื่อความเหมาะสมด้านวิศวกรรม ความปลอดภัย และต้นทุน

ไทม์ไลน์เบื้องต้นระยะที่ 2 หาก ครม. อนุมัติภายในเดือนตุลาคม 2570 คาดเริ่มจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินช่วงปี 2570-2573 ก่อสร้างระหว่างปี 2572-2574 และเปิดให้บริการประมาณเดือนตุลาคม 2574 เช่นเดียวกับระยะที่ 1 ส่วนแหล่งเงินจะเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสมต่อไป

ทั้งนี้ เมื่อทั้ง 2 ระยะเดินหน้าตามแผน ทางพิเศษภูเก็ตจะมีระยะทางรวมประมาณ 34.60 กิโลเมตร เชื่อมโยงพื้นที่สำคัญของจังหวัด และเป็นโครงสร้างพื้นฐานรองรับการขยายตัวของเมืองและภาคการท่องเที่ยวในอนาคต

ส่วนโครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ระยะทาง 18.70 กิโลเมตร วงเงิน 31,244 ล้านบาท มีความก้าวหน้าการก่อสร้าง 95.98% ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2569 คาดเปิดทดลองใช้ช่วงถนนพระราม 2 ต่อเนื่องกับทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 (M82) ภายในปี 2569 ก่อนเปิดให้บริการเต็มระบบในปี 2570

ในด้าน Easy Pass และกลยุทธ์การตลาด กทพ. เตรียมพัฒนารูปแบบการชำระค่าผ่านทางจากระบบเติมเงินล่วงหน้า (Prepaid) เพิ่มทางเลือกด้วยระบบตัดบัตรรายครั้ง (Postpaid) หรือขับก่อนจ่ายทีหลัง ผ่านบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต คาดเปิดให้บริการประมาณต้นปี 2570 ช่วยเพิ่มความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ ไม่ต้องกังวลกรณียอดเงินคงเหลือไม่เพียงพอ และลดปัญหารถชะลอตัวบริเวณหน้าด่าน

ภาพรวมผลกระทบ和发展

สำหรับภาพรวม ความคืบหน้าของทางพิเศษภูเก็ตทั้ง 2 ระยะ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักของประเทศ การมีทางพิเศษเชื่อมต่อพื้นที่สำคัญจะช่วยลดปัญหาการจราจรและรองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นในอนาคต ขณะที่การปรับลดค่าผ่านทางลงอย่างมีนัยสำคัญสะท้อนทิศทางของภาครัฐที่ต้องการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงบริการโครงสร้างพื้นฐานได้มากขึ้น แม้จะกระทบผลตอบแทนทางการเงินของโครงการ แต่ กทพ. มองว่าปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้นจะช่วยสร้างความสมดุลในระยะยาว

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap