
- ข่าว
- กองบรรณาธิการ
กทม. ยืนยันเดินหน้าแก้มลิง
กรุงเทพมหานครออกมายืนยันว่าไม่ได้ยกเลิกโครงการบึงรับน้ำหรือ 'แก้มลิง' ตามที่มีกระแสข่าวเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยระบุว่ายังคงน้อมนำแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 มาใช้เป็นแนวทางพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่รับน้ำอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน กทม. มีพื้นที่รับและหน่วงน้ำตามแนวพระราชดำริโครงการแก้มลิงจำนวน 38 แห่ง รวมปริมาตรเก็บกัก 13,712,305 ลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2565 ซึ่งมีอยู่ 34 แห่ง ความจุรวม 13,468,605 ลูกบาศก์เมตร
4 แห่งใหม่เพิ่งแล้วเสร็จ
เจษฎา จันทรประภา ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ระบุว่าพื้นที่รับน้ำ 4 แห่งที่เพิ่งดำเนินการแล้วเสร็จ ประกอบด้วย แก้มลิงคลองระหัสถึงคลองครุ บึงสีกัน บึงสาธารณะลาดพร้าว 71 และบึงวงเวียนบางเขน ซึ่งสะท้อนว่ากทม. ไม่เพียงพัฒนาพื้นที่แห่งใหม่ แต่ยังมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพบึงเดิมให้รองรับน้ำได้มากขึ้น
นอกจากนี้ กทม. อยู่ระหว่างเร่งรัดโครงการแก้มลิงเพิ่มเติมอีก 7 แห่ง รวมปริมาตรรองรับน้ำประมาณ 290,000 ลูกบาศก์เมตร แบ่งเป็นบึงวัดพรหมรังสี เขตดอนเมือง ซึ่งกำหนดแล้วเสร็จปี 2569 และอีก 6 โครงการที่ตั้งเป้าแล้วเสร็จในปี 2570 ได้แก่ ทำนบเพื่อการเกษตรตอนคลองหลวงแพร่ง แก้มลิงสวน 60 พรรษาฯ บึงสวนพระนคร แก้มลิงศูนย์ราชการบางนา แก้มลิงบริเวณถนนอำนวยสงคราม และการปรับปรุงแก้มลิงบึงกระเทียม
หากดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมด กทม. จะมีแก้มลิงรวมทั้งสิ้น 45 แห่ง สามารถรองรับน้ำได้มากกว่า 14 ล้านลูกบาศก์เมตร
แจงปม 6 โครงการไม่ผ่านประชาพิจารณ์
สำหรับกรณีโครงการบึงรับน้ำ 6 แห่งที่สำนักการระบายน้ำเคยศึกษาและกำหนดไว้ก่อนหน้านี้ พบว่า 4 แห่งไม่ผ่านความเห็นชอบจากการทำประชาพิจารณ์ของประชาชนในพื้นที่ ขณะที่โครงการบึงรับน้ำคลองคู้บอนและคลองบางชัน มีประเด็นเรื่องความคุ้มค่าในการเวนคืนและก่อสร้าง เมื่อเทียบกับการพัฒนาบึงหนองบอนและระบบลำเลียงน้ำ
ด้านกระแสข่าวที่ระบุว่าการจัดทำผังเมืองใหม่ไม่มีเรื่องของแก้มลิงปรากฏอยู่นั้น สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง ยืนยันว่าเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากแก้มลิงทั้ง 6 โครงการดังกล่าวไม่เคยถูกบรรจุอยู่ในผังเมืองปัจจุบันแต่ต้น เพราะไม่ผ่านตั้งแต่ขั้นตอนประชาพิจารณ์
เจษฎา อธิบายเพิ่มเติมว่า การบริหารจัดการน้ำไม่ได้พิจารณาเฉพาะปริมาตรของบึงรับน้ำ แต่ต้องทำงานร่วมกับคลอง ประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ และระบบลำเลียงน้ำ เพื่อให้น้ำสามารถไหลเข้าสู่พื้นที่หน่วงน้ำและระบายออกได้อย่างต่อเนื่อง เพราะหากบึงเต็มแต่ระดับน้ำในคลองรอบข้างยังสูง ก็จะไม่สามารถพร่องน้ำเพื่อเตรียมรองรับฝนระลอกใหม่ได้
เหตุผลด้านความคุ้มค่าลงทุน
นอกจากนี้ โครงสร้างระบบระบายน้ำฝั่งตะวันออกได้เปลี่ยนแปลงไปจากช่วงที่เริ่มศึกษาโครงการ กทม. จึงมีแผนพัฒนาอุโมงค์ระบายน้ำส่วนต่อขยายบึงหนองบอน ควบคู่กับการปรับปรุงคลองสายหลักแนวเหนือ-ใต้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการลำเลียงน้ำจากพื้นที่ตอนบนเข้าสู่อุโมงค์ตอนล่าง
จากการศึกษาความเหมาะสมเปรียบเทียบค่าเวนคืน ค่าก่อสร้าง และประสิทธิภาพ พบว่าแนวทางพัฒนาบึงรับน้ำคลองคู้บอนและคลองบางชัน มีมูลค่าสูงถึง 11,000 ล้านบาท ขณะที่แนวทางพัฒนาระบบคลองสายหลักและระบบลำเลียงน้ำเพื่อเชื่อมต่อกับอุโมงค์ระบายน้ำ มีมูลค่าประมาณ 6,500 ล้านบาท ซึ่งมีความคุ้มค่ามากกว่า
กทม. เน้นย้ำว่า การปรับปรุงพัฒนาพื้นที่รับน้ำต้องอาศัยความเห็นชอบจากประชาชนในท้องที่ และต้องใช้เวลาในการก่อสร้างเพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถอยู่ร่วมกับน้ำได้ทั้งในยามฝนตกและยามแล้งอย่างยั่งยืนในระยะยาว
สำหรับผู้อ่านในพื้นที่กรุงเทพฯ การยืนยันเดินหน้าโครงการแก้มลิงครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณว่าการบริหารจัดการน้ำยังเป็นวาระสำคัญที่ต้องจับตา โดยเฉพาะในฤดูฝนที่ปริมาณน้ำในคลองสายหลักและพื้นที่ชั้นในมักเพิ่มสูงจนเกิดน้ำท่วมขังซ้ำซากในหลายเขต
— พลเมืองดีเห็นรถกระบะจอดนานผิดสังเกตที่ลานจอดรถตลาดมะพร้าว ต.กมลา จ.ภูเก็ต จึงแจ้งตำรวจ ก่อนพบ จ.ส.ต.วัย 37 ปี นั่งเสียชีวิตในรถของตัวเอง พร้อมพบเตาอั้งโล่ในรถ เ
— ธารน้ำแข็งทริกลาฟในสโลวีเนีย ซึ่งเคยครอบคลุมพื้นที่ 1.4 แสนตารางเมตร กำลังจะละลายหายไปหมดภายในไม่กี่วัน หลังนักวิทยาศาสตร์เฝ้าติดตามมานานเกือบ 80 ปี