กทม. เร่งตรวจแบบอาคารสมาคมยิว สุขุมวิท 22 เตรียมออกหนังสือทักท้วงแบบแปลน

กทม. เร่งตรวจแบบอาคารสมาคมยิว สุขุมวิท 22 เตรียมออกหนังสือทักท้วงแบบแปลน

คำชี้แจงของ กทม.

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้แทนสำนักการโยธาและสำนักอนามัย ร่วมแถลงที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 เพื่อชี้แจงกรณีการขออนุญาตก่อสร้างและดัดแปลงอาคารของสมาคมยิวแห่งประเทศไทย ในซอยสุขุมวิท 22 รวมถึงประเด็นการจัดตั้งสุสาน โดย กทม. อยู่ระหว่างจัดทำหนังสือทักท้วงแบบแปลนที่ยังไม่ถูกต้องตามกฎหมายควบคุมอาคาร

นายชัชชาติระบุว่า การจัดตั้งสมาคมเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมการปกครอง ส่วนกรุงเทพมหานครรับผิดชอบเฉพาะการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร การเว้นระยะร่น ความปลอดภัย และแบบแปลนอาคาร ตามกฎหมายควบคุมอาคารเท่านั้น

ด้านนายวิศณุกล่าวเสริมว่า การยื่นขออนุญาตของสมาคมยิวฯ ที่ผ่านมามีการยื่นรวม 3 ครั้ง โดยครั้งแรกเป็นการขอสร้างอาคาร 6 ชั้น ชั้นใต้ดิน 2 ชั้น จำนวน 1 หลัง ซึ่งใบอนุญาตหมดอายุและไม่ได้ก่อสร้างแล้ว ครั้งที่ 2 เป็นการยื่นแจ้งการดัดแปลงอาคาร ซึ่งปัจจุบันยกเลิกแล้วและไม่ได้ต่ออายุใบรับแจ้งการก่อสร้าง ส่วนครั้งล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 เป็นการยื่นแจ้งการดัดแปลงอาคารตามมาตรา 39 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร

เมื่อยื่นเอกสารแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นเรียบร้อยแล้ว ผู้แจ้งสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ทันที โดยเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีเวลาตรวจสอบแบบแปลนและออกข้อทักท้วงภายใน 120 วัน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ กทม. อยู่ระหว่างจัดทำหนังสือทักท้วงเกี่ยวกับแบบแปลนที่ยังไม่ถูกต้องตามกฎหมายควบคุมอาคารไปยังผู้ยื่นขอดำเนินการดัดแปลงอาคาร ซึ่งหากไม่ดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด คำขอดัดแปลงอาคารดังกล่าวจะถูกยกเลิกทันที

การตรวจสอบแบบแปลน

ทั้งนี้ เอกสารยื่นขออนุญาตระบุวัตถุประสงค์การใช้เป็นอาคารสำนักงานและเพื่อการศาสนา ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นอาคารสาธารณะ อาคารชุมนุมคน อาคารพิเศษ หรืออาคารควบคุมการใช้ตามกฎหมายควบคุมอาคาร ดังนั้น กทม. ต้องตรวจสอบแบบแปลน ทั้งเรื่องระยะเว้น ระยะร่น และมาตรฐานความปลอดภัยตามเกณฑ์ของอาคารประเภทนั้น ๆ อย่างเคร่งครัด โดยเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ จะต้องผ่านการตรวจสอบและได้รับใบรับรองการก่อสร้างอาคารจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อน จึงจะสามารถเปิดใช้อาคารได้

ผู้ว่าฯ กทม. ย้ำด้วยว่า การตรวจสอบของ กทม. ในชั้นนี้เป็นการตรวจตามประเภทอาคารและมาตรฐานความปลอดภัยตามกฎหมาย ไม่ได้เป็นการตรวจสอบกิจกรรมภายใน หากในอนาคตเมื่อเปิดใช้อาคารแล้วมีการดำเนินกิจกรรมที่ก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชน กทม. จะใช้อำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องเข้าไปกำกับดูแลต่อไป

ส่วนกรณีการขุดชั้นใต้ดิน กทม. ชี้แจงว่าเป็นเรื่องปกติทางวิศวกรรมอาคารในกรุงเทพมหานคร เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องราคาที่ดินและความสูงของอาคารในซอยแคบ โดยมีวิศวกรออกแบบและควบคุมความปลอดภัยตามมาตรฐานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประเด็นการจัดตั้งสุสาน

นอกจากนี้ สำนักอนามัย กทม. ได้ชี้แจงประเด็นการจัดตั้งสุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่า ผู้ขออนุญาตจัดตั้งต้องเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดิน ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลสัญชาติไทยเท่านั้น ชาวต่างชาติไม่สามารถยื่นขอจัดตั้งสุสานได้

สำหรับกรณีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งกรณีที่สะท้อนการทำงานของ กทม. ในการกำกับดูแลการก่อสร้างอาคารในพื้นที่ densely populated ของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในย่านสุขุมวิทซึ่งมีโครงการก่อสร้างหนาแน่น การตรวจสอบแบบแปลนอย่างเข้มงวดเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ และเป็นแนวปฏิบัติที่ กทม. ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap