
- ข่าว
- กองบรรณาธิการ
กรุงเทพมหานครยืนยันไม่ได้ยกเลิกโครงการแก้มลิง
กรุงเทพมหานครยืนยันว่าไม่ได้ยกเลิกโครงการ 'แก้มลิง' อันเนื่องมาจากพระราชดำริ แต่สิ่งที่ถูกยกเลิกคือโครงการ 6 บึงรับน้ำ ซึ่งเป็นแผนที่สืบเนื่องมาจากคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) หลังมหาอุทกภัยปี 2554 ไม่ใช่โครงการในพระราชดำริโดยตรง เหตุผลหลักมาจากความไม่คุ้มค่าในการลงทุน เนื่องจากต้องใช้งบประมาณสูงถึง 11,000 ล้านบาท
ประเด็นนี้กลับมาเป็นที่ถกเถียงอย่างร้อนแรงในสื่อและโซเชียลมีเดียอีกครั้ง หลังมีกระแสข่าวว่า กทม. ยกเลิกโครงการแก้มลิงในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สร้างความกังวลต่อวิสัยทัศน์ในการป้องกันน้ำท่วมเมืองหลวง
แยกแก้มลิงพระราชดำริ กับบึงรับน้ำ
เพื่อให้เข้าใจภาพรวมทั้งหมด จำเป็นต้องแยกความแตกต่างระหว่างทฤษฎีการบริหารจัดการน้ำกับโครงการก่อสร้างทางวิศวกรรมออกจากกัน กทม. ยืนยันว่าได้น้อมนำทั้ง 5 ทฤษฎีแก้ปัญหาน้ำท่วมอันเนื่องมาจากพระราชดำริมาใช้บริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง
ทฤษฎีทั้ง 5 ประกอบด้วย การผันน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนให้ผ่านคลองต่าง ๆ ลงมาทางใต้ การพักน้ำไว้ในบ่อ บึง หนอง คลอง หรือพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งทำหน้าที่เสมือนแก้มลิงคอยอมน้ำไว้ชั่วคราว การรอจังหวะน้ำทะเลลงเพื่อระบายน้ำออกสู่ทะเลด้วยการไหลตามธรรมชาติ การใช้อาคารควบคุมอย่างประตูระบายน้ำและเครื่องสูบน้ำช่วยเร่งการระบาย และการเตรียมแก้มให้ว่างเพื่อพร้อมรับน้ำหลากในรอบต่อไป
ส่วนโครงการ 6 บึงรับน้ำ มีที่มาจากหลังเหตุการณ์มหาอุทกภัยปี 2554 รัฐบาลขณะนั้นตั้ง กบอ. ขึ้นมาจัดทำแผนแม่บท ต่อมาปี 2556 กบอ. กำหนดพื้นที่ทำบึงรับน้ำ 6 โครงการ แต่ในปี 2561 การทำประชาพิจารณ์ปรากฏว่า 4 ใน 6 โครงการไม่ผ่านความเห็นชอบจากประชาชนในพื้นที่
ต่อมาปี 2563 เจ้าของที่ดินยื่นหนังสือคัดค้านและขอให้ยกเลิก 2 โครงการที่เหลือ กระทั่งปี 2566 ผู้บริหาร กทม. ขอให้ทบทวนการบริหารจัดการน้ำฝั่งตะวันออก โดยมีคณะที่ปรึกษาจากบริษัท Team Consultant พิจารณาร่วมกับสำนักการระบายน้ำ (สนน.) จนนำมาสู่บทสรุปในเดือนมิถุนายน 2569 ที่ สนน. ออกหนังสือแจ้งผลการทบทวนว่าเห็นควรยกเลิกโครงการ เนื่องจากพิจารณาถึงประสิทธิภาพการระบายน้ำและความคุ้มค่าในการลงทุน
แก้มลิงยังมี เพิ่มเป็น 45 แห่ง
คำถามที่ตามมาคือ หากยกเลิก 6 บึงรับน้ำไปแล้ว กรุงเทพฯ ยังมีแก้มลิงอยู่หรือไม่ คำตอบคือยังมี และมีแผนขยายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ข้อมูลระบุว่า กทม. ยังคงดำเนินโครงการบึงรับน้ำอื่น ๆ ตามทฤษฎีแก้มลิงมาโดยตลอด จากเดิมที่มีอยู่ 34 แห่งในปี 2565 ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 38 แห่งในปี 2569 และมีแผนจะเพิ่มเป็น 45 แห่งในอนาคต
การเพิ่มจำนวนแก้มลิงนี้ส่งผลให้ความสามารถในการรองรับน้ำของกรุงเทพฯ โดยรวมเพิ่มขึ้นจากประมาณ 13.7 ล้านลูกบาศก์เมตร กลายเป็นมากกว่า 14 ล้านลูกบาศก์เมตร ยืนยันว่าแนวคิดการพักน้ำยังคงเป็นกลไกสำคัญในระบบป้องกันน้ำท่วมของ กทม.
งบ 1.1 หมื่นล้าน ทำไมไม่คุ้ม
หากจะตอบคำถามว่าทำไม 2 โครงการที่เหลือ คือบึงรับน้ำคู้บอนและบึงรับน้ำบางชัน จึงถูกยกเลิก ต้องเปิดดูใบเสร็จประเมินราคา คณะที่ปรึกษาพบว่า 2 โครงการดังกล่าวต้องใช้งบประมาณสูงถึง 11,000 ล้านบาท เนื่องจากพื้นที่โครงการอยู่ห่างจากคลองสายหลัก จึงจำเป็นต้องเวนคืนที่ดินและวางระบบท่อเพื่อส่งต่อน้ำควบคู่กันไป
หากเจาะลึกในต้นทุน 11,000 ล้านบาท จะพบว่าไม่ได้มีเพียงแค่ค่าเวนคืนที่ดิน แต่เป็นการสร้างองค์ประกอบที่จำเป็นทั้งหมด ได้แก่ ค่าที่ดินคู้บอน 2,184 ล้านบาท ค่าขุดบึงและอาคารคู้บอน 324 ล้านบาท ค่าที่ดินบางชัน 1,466 ล้านบาท ค่าขุดบึงและอาคารบางชัน 172 ล้านบาท สถานีสูบน้ำและประตูระบายน้ำ 450 ล้านบาท และการปรับปรุงคลองหลักอีก 6,404 ล้านบาท
ตัวเลขนี้สะท้อนว่า การจะทำให้บึงรับน้ำที่อยู่ห่างไกลคลองทำงานได้จริง ต้องสูญเสียงบประมาณมหาศาลไปกับการเชื่อมต่อระบบ กทม. จึงนำงบประมาณก้อนนี้ไปเปรียบเทียบกับโครงการอุโมงค์ระบายน้ำ ซึ่งพบว่ามีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำในภาพรวมได้ดีกว่า
ระบายน้ำต่อเนื่อง ถูกกว่าครึ่ง
เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริง กทม. จึงหันมาใช้โมเดลการระบายน้ำต่อเนื่อง ซึ่งประกอบด้วยอุโมงค์คลองพระโขนง อุโมงค์ส่วนต่อขยายหนองบอนประเวศฯ และการปรับปรุงคลองแนวเหนือใต้
จากการทำแบบจำลองเปรียบเทียบระหว่างโมเดลบึงรับน้ำ (บึงคู้บอน บางชัน และระบบคลอง) กับโมเดลการระบายน้ำต่อเนื่อง ผลลัพธ์ทางวิศวกรรมชี้ชัดว่าโมเดลการระบายน้ำต่อเนื่องมีประสิทธิภาพสูงกว่าในหลายมิติ
โมเดลใหม่สามารถทำให้ระดับน้ำในคลองลดลงได้ดีกว่าโมเดลบึงรับน้ำประมาณ 30-50 เซนติเมตร ครอบคลุมพื้นที่ที่ได้รับผลดีกว่าถึงประมาณ 247 ตารางกิโลเมตร และระบายน้ำได้อย่างต่อเนื่อง แตกต่างจากบึงรับน้ำที่ทำหน้าที่กักเก็บน้ำอย่างเดียว ซึ่งเมื่อรับน้ำจนเต็มความจุแล้วจะต้องรอระบายออกก่อนจึงจะรับน้ำในระลอกใหม่ได้
นอกจากนี้ โมเดลการระบายน้ำต่อเนื่องยังอาศัยงบประมาณรวมเพียง 6,500 ล้านบาท ประหยัดงบประมาณเกือบครึ่งเมื่อเทียบกับโมเดลบึงรับน้ำ
ประเด็นการเวนคืนที่ดินที่ถูกโยงว่าเอื้อประโยชน์นายทุนนั้น เป็นข้อสงสัยที่ต้องพิจารณาจากข้อมูลงบประมาณและเหตุผลทางวิศวกรรมเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้อ่านในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือความคืบหน้าของโครงการอุโมงค์ระบายน้ำและการปรับปรุงคลองแนวเหนือใต้ ว่าจะช่วยลดระดับน้ำในพื้นที่ที่เคยประสบปัญหาซ้ำซากได้จริงตามผลแบบจำลองหรือไม่
— Sony Music ยื่นคำขอให้แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งลบเพลง AI ที่เลียนแบบเสียงศิลปินในสังกัดกว่า 260,000 เพลงภายในเดือนกันยายนนี้ หลังเคยขอลบไปแล้ว 135,000 เพลงเมื่อปลายมีน
— พลเมืองดีเห็นรถกระบะจอดนานผิดสังเกตที่ลานจอดรถตลาดมะพร้าว ต.กมลา จ.ภูเก็ต จึงแจ้งตำรวจ ก่อนพบ จ.ส.ต.วัย 37 ปี นั่งเสียชีวิตในรถของตัวเอง พร้อมพบเตาอั้งโล่ในรถ เ
— ธารน้ำแข็งทริกลาฟในสโลวีเนีย ซึ่งเคยครอบคลุมพื้นที่ 1.4 แสนตารางเมตร กำลังจะละลายหายไปหมดภายในไม่กี่วัน หลังนักวิทยาศาสตร์เฝ้าติดตามมานานเกือบ 80 ปี