กินเจ 2569 เงินสะพัด 4.69 หมื่นล้าน แต่คนกินเจต่ำสุดรอบ 11 ปี น้ำท่วมดันผักแพง 10 เท่า

กินเจ 2569 เงินสะพัด 4.69 หมื่นล้าน แต่คนกินเจต่ำสุดรอบ 11 ปี น้ำท่วมดันผักแพง 10 เท่า

เทศกาลกินเจปี 2569 ยังมีเม็ดเงินสะพัดราว 46,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.2% จากปีก่อน และสูงสุดในรอบ 6 ปี ทว่าจำนวนผู้ตั้งใจกินเจกลับลดลงเหลือเพียง 32% ต่ำสุดในรอบ 11 ปี สะท้อนภาพเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง ขณะที่น้ำท่วมและราคาน้ำมันที่สูงขึ้นฉุดกำลังซื้อและดันต้นทุนวัตถุดิบอาหารเจให้พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

เงินสะพัดสูงสุดรอบ 6 ปี

ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมเทศกาลกินเจปีนี้ยังคึกคักไม่ต่ำกว่าปีก่อน โดยเม็ดเงินสะพัดอยู่ที่ 46,913 ล้านบาท เพิ่มจาก 45,903 ล้านบาทในปี 2568 หรือคิดเป็น 2.2% และถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 5,576 บาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน และสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการสำรวจ

อย่างไรก็ตาม ธนวรรธน์ระบุว่า แม้ตัวเลขบางด้านจะสะท้อนว่าประชาชนยังระมัดระวังการใช้จ่าย แต่ยังมีแรงหนุนจากความตั้งใจทำบุญและกระแสรักสุขภาพ โดยเฉพาะอาหารที่ใช้โปรตีนจากพืช พร้อมประเมินว่าพฤติกรรมการกินเจอาจเปลี่ยนจากการกินครบทุกมื้อมาเป็นการเลือกกินเฉพาะบางมื้อมากขึ้น

“ถ้าจะสรุปก็ต้องสรุปว่า คึกคักไม่ต่ำกว่าปีที่แล้ว คนจะบริโภคใกล้เคียงเดิม แต่เงินจะสะพัดระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้หวือหวา” ธนวรรธน์กล่าว

คนกินเจลดต่ำสุดในรอบ 11 ปี

ด้านอุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจประชาชน 1,230 คนทั่วประเทศ พบว่า ผู้ที่ตั้งใจกินเจปีนี้เหลือเพียง 32% ลดลงจาก 34% ในปีก่อน และเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปี

“ปัจจัยสำคัญมาจากภาวะเศรษฐกิจ ทั้งน้ำท่วมและราคาน้ำมัน ส่งผลให้อาหารเจมีราคาสูงขึ้น เศรษฐกิจไม่ดี เป็นเหตุผลอันดับแรกของกลุ่มที่ไม่กินเจ ขณะที่อาหารเจแพงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สะท้อนว่ากำลังซื้อและค่าครองชีพยังมีผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค” ธนวรรธน์กล่าวเสริม

ทั้งนี้ ตัวเลขความเสียหายจากน้ำท่วมล่าสุดเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลอยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท โดยกรุงเทพฯ เสียหายมากที่สุด 10,100 ล้านบาท และภาคบริการเสียหายสูงสุด 8,600 ล้านบาท ขณะที่ปทุมธานียังต้องจับตาต่อไปเพราะระดับน้ำยังเพิ่มขึ้น ส่วนภาคตะวันออกเสียหาย 6,000 ล้านบาท ชลบุรีหนักสุด 3,500 ล้านบาท โดยอมตะซิตี้ ชลบุรี มีโรงงานได้รับผลกระทบราว 34 แห่ง และภาคกลางเสียหาย 2,000 ล้านบาท อยุธยาหนักสุด 1,400 ล้านบาท

ผักราคาพุ่ง-พาณิชย์ตั้ง War Room

วัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมส่งผลกระทบต่อแหล่งเพาะปลูกผักสำคัญ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันตก ทำให้ผักบางชนิดมีราคาสูงขึ้น แต่สถานการณ์เริ่มทยอยดีขึ้นหลังมีการนำผลผลิตจากพื้นที่ที่ไม่ได้รับผลกระทบเข้ามาเติมในตลาดกลาง

“กรมการค้าภายในติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อบริหารจัดการสินค้าให้มีเพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลกินเจ” วัฒนศักย์กล่าว

ล่าสุดกรมการค้าภายในได้ตั้ง War Room เพื่อติดตามสถานการณ์ผัก สินค้าอุปโภคบริโภค และระบบตลาดแบบวันต่อวัน พร้อมประสานผู้ประกอบการให้ตรึงราคาสินค้า เพิ่มสต็อก และปรับระบบขนส่ง รวมถึงขอความร่วมมือให้ลดการส่งออกไข่ไก่ 30-50% เพื่อเพิ่มปริมาณสินค้าในประเทศ ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์เตรียมงบประมาณราว 1,000 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนมาตรการลดค่าครองชีพทั่วประเทศลงไปถึงระดับชุมชน

ร้านเล็กแบกต้นทุน-ยอดขายวูบ

ฐนิวรรษ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่กำลังกระทบห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ราคาสินค้าและวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภาคธุรกิจ แต่ยังลามไปถึงชีวิตความเป็นอยู่ของผู้บริโภคและระบบโลจิสติกส์ด้วย

ผู้บริโภคยังตั้งข้อสงสัยว่าราคาสินค้าที่ปรับสูงขึ้นเป็นผลจากผลผลิตเสียหายเพราะน้ำท่วมจริงหรือไม่ หรือมีผู้ฉวยโอกาสใช้สถานการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุผลขึ้นราคา ยกตัวอย่างขนมจีนที่เดิมขายราคา 10 บาท ปรับเป็น 20 บาท ทั้งที่เป็นสินค้าที่ผลิตจากการบีบแป้งในโรงงาน หรือถั่วฝักยาวที่เดิมซื้อได้กำละประมาณ 10 บาท หลังน้ำท่วมกลับปรับเป็น 20 บาท และปริมาณลดลงเหลือประมาณ 10 เส้นต่อกำ

ปัญหาการขนส่งที่ติดขัดยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ดันราคาสูงขึ้น เนื่องจากพืชผักส่วนใหญ่มาจากแหล่งเพาะปลูก เช่น จังหวัดราชบุรี เมื่อเส้นทางได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ผักบางส่วนเน่าเสียระหว่างทาง ทำให้สินค้าเข้าสู่ตลาดน้อยลงและราคาปลายทางสูงขึ้นตามไปด้วย ขณะที่ประชาชนในหลายพื้นที่แม้บ้านไม่ถูกน้ำท่วม แต่ก็ไม่สามารถเดินทางออกจากบ้านได้เป็นเวลา 4-5 วัน

ในส่วนของผู้ประกอบการร้านอาหารรายเล็ก ผลกระทบปรากฏชัดผ่านยอดขายที่ลดลง โดยร้านอาหารขนาดเล็กแห่งหนึ่งในย่านเยาวราชซึ่งเคยขายได้วันละประมาณ 100,000 บาท มียอดขายลดลงเหลือเพียง 10,000-20,000 บาทต่อวัน

ฐนิวรรษกล่าวต่อไปว่า ศูนย์อาหารบางแห่งได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน กรณีศูนย์อาหารวนารี ผู้ประกอบการที่เข้าประมูลบริหารได้ปรับราคาอาหารเริ่มต้นจาก 35 บาทเป็น 50 บาท โดยให้เหตุผลว่าต้องรับมือทั้งผลกระทบโดยตรง เช่น บ้านถูกน้ำท่วมและขาดรายได้จากการขายหลายวัน ตลอดจนผลทางจิตวิทยาที่ทำให้ประเมินต้นทุนสูงขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังมีภาระค่าเช่าและเงินเดือนพนักงานที่ต้องจ่าย

ผู้บริโภคลดวันถือศีลเหลือ 2-3 วัน

นรินธร อัครจรุพัฒน์ เจ้าของร้านครัวนรินธร ในกรุงเทพฯ กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า เดิมทีตนเองตั้งใจจะไม่ขายอาหารเจในปีนี้ เนื่องจากราคาวัตถุดิบสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ผู้ขายอาหารเจในตลาดต่างๆ ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าราคาวัตถุดิบปรับสูงขึ้นอย่างชัดเจน และยอมรับว่าเหตุการณ์ครั้งนี้สร้างแรงกดดันทั้งด้านการบริหารจัดการและต้นทุนดำเนินงาน ทำให้ต้องวางแผนล่วงหน้าเพื่อรับมือความเสี่ยงต่างๆ ที่เกิดขึ้น

ฐนิวรรษทิ้งท้ายว่า แม้ผู้บริโภคที่ยึดถือการกินเจจะยังคงมีศรัทธา แต่หลายคนต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น บางส่วนจึงเลือกลดระยะเวลาการถือศีล โดยกินเจเพียง 2-3 วัน แทนการปฏิบัติครบตลอดเทศกาล เพราะรับรู้ว่าราคาผักสูงขึ้นจากผลกระทบของน้ำท่วมและปัญหาการขนส่ง

สำหรับแนวโน้มต่อจากนี้ ภาคธุรกิจอาหารเจยังต้องจับตาทั้งสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจยืดเยื้อและกระทบแหล่งเพาะปลูกเพิ่มเติม ตลอดจนมาตรการของภาครัฐในการดูแลราคาสินค้า ซึ่งจะเป็นปัจจัยชี้ขาดว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคไทยในช่วงที่เหลือของปีจะฟื้นตัวได้มากน้อยเพียงใด

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap