ครม.ไฟเขียวโยกย้าย 8 ผู้บริหารกระทรวงการคลัง มีผล 1 ตุลาคมนี้

ครม.ไฟเขียวโยกย้าย 8 ผู้บริหารกระทรวงการคลัง มีผล 1 ตุลาคมนี้

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการพลเรือนสามัญระดับสูงของกระทรวงการคลังจำนวน 8 ราย ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อทดแทนตำแหน่งว่าง ตำแหน่งที่จะว่าง และเพื่อการสับเปลี่ยนหมุนเวียน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป ซึ่งคาดว่าจะเริ่มมีผลในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 นี้

ภาพรวมการปรับโครงสร้าง

การปรับโครงสร้างผู้บริหารครั้งนี้ครอบคลุมทั้งตำแหน่งรองปลัดกระทรวง ผู้ตรวจราชการกระทรวง อธิบดี และผู้อำนวยการสำนักงานในสังกัดกระทรวงการคลัง หลังมีผู้บริหารหลายรายเกษียณอายุราชการและมีผู้ขออนุญาตลาออกจากราชการ

โยกย้าย 8 ตำแหน่งสำคัญ

สำหรับการแต่งตั้งเพื่อทดแทนตำแหน่งว่าง จำนวน 1 ราย ได้แก่ การโอน ธาราพร สิงหพันธุ์ มหิทธาฟองกุล จากตำแหน่งที่ปรึกษาด้านพัฒนาการประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) กรมธนารักษ์ ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวงสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการคลัง แทน พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี ที่ได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการ

ส่วนการแต่งตั้งเพื่อทดแทนตำแหน่งที่จะว่าง และเพื่อการสับเปลี่ยนหมุนเวียนอีก 7 ราย ประกอบด้วย การย้าย คณาวุฒิ สิติธีรพันธุ์ จากผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวงสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหารสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง แทน ศุกร์ศิริ อภิญญานุวัฒน์ ที่เกษียณอายุราชการ

การโอน สภัทร์พร ธรรมาภรณ์พิลาศ จากที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน (เศรษฐกรทรงคุณวุฒิ) สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวงสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง แทน คณาวุฒิ สิติธีรพันธุ์

การโอน ธีรลักษ์ แสงสนิท จากรองปลัดกระทรวง (นักบริหารสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง ไปดำรงตำแหน่งอธิบดี (นักบริหารสูง) กรมธนารักษ์ แทน อัครุตม์ สนธยานนท์ ที่เกษียณอายุราชการ

การโอน จิตรา ณีศะนันท์ จากที่ปรึกษาด้านพัฒนาฐานภาษี (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) กรมสรรพากร ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหารสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง แทน ธีรลักษ์ แสงสนิท

สลักจิต นั่งอธิบดีสรรพากร

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่จับตามองคือการย้าย สลักจิต พงษ์ศิริจันทร์ จากที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกรรมทางการเงินการธนาคาร) (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) กรมสรรพากร ไปดำรงตำแหน่งอธิบดี (นักบริหารสูง) กรมสรรพากร แทน สมศักดิ์ อนันทวัฒน์ ที่เกษียณอายุราชการ

นอกจากนี้ยังมีการโอน ธิบดี วัฒนกุล จากผู้อำนวยการ (นักบริหารสูง) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ (นักบริหารสูง) สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ แทน จินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ที่เกษียณอายุราชการ และการโอน พลจักร นิ่มวัฒนา จากที่ปรึกษาด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) สำนักงานปลัดกระทรวง ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ (นักบริหารสูง) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ แทน ธิบดี วัฒนกุล

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่าเป็นการปรับตามที่ปลัดกระทรวงการคลังเสนอเข้ามาเพื่อทดแทนคนเกษียณ ซึ่งส่วนตัวมองว่า "จำนวนไม่เยอะ"

ยึดสายงานเดิม เปลี่ยนเฉพาะผู้เกษียณ

ดร.เอกนิติ ระบุว่า หลังจากการหารือกับปลัดกระทรวงการคลังมีความชัดเจนว่า หลังจากที่ สมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากรเกษียณในวันที่ 30 กันยายนนี้ ทุกคนจะได้ทำงานต่อเนื่องและทุกคนอยู่ที่เดิม เปลี่ยนเฉพาะคนเกษียณ

เมื่อถามถึงแนวทางการขับเคลื่อนเรื่องรถอีวี ดร.เอกนิติกล่าวว่าใช้คนเดิม คือ พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต ขับเคลื่อนเรื่องเดิมทั้งอีวี รถยนต์ และเอทานอล

การปรับโครงสร้างผู้บริหารกระทรวงการคลังครั้งนี้มีขึ้นในช่วงเวลาสำคัญที่รัฐบาลต้องขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจทั้งมาตรการภาษีและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งเสถียรภาพของทีมผู้บริหารระดับสูงจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อความต่อเนื่องของนโยบาย โดยเฉพาะด้านการจัดเก็บรายได้และการบริหารหนี้สาธารณะที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านอย่างต่อเนื่อง

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap