คลังชง ครม. 22 ก.ย. นี้ เคาะแผนฟื้นฟู 8 รัฐวิสาหกิจ ลุ้นอนาคต อสมท.

คลังชง ครม. 22 ก.ย. นี้ เคาะแผนฟื้นฟู 8 รัฐวิสาหกิจ ลุ้นอนาคต อสมท.

กระทรวงการคลังเตรียมเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพรัฐวิสาหกิจ 8 แห่ง ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในการประชุมวันที่ 22 กันยายนนี้ หลังคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจเห็นชอบให้ศึกษาทบทวนบทบาทของหน่วยงานเหล่านี้ ทั้งแนวทางยุบเลิกและควบรวม เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มความคุ้มค่าในการดำเนินงาน

8 รัฐวิสาหกิจเข้าแผน

นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า รัฐวิสาหกิจทั้ง 8 แห่งที่เข้าสู่แผนฟื้นฟูครั้งนี้ ประกอบด้วย องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) องค์การคลังสินค้า องค์การตลาด โรงพิมพ์ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โรงงานไพ่ องค์การสุรา บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด และบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือ MCOT

การพิจารณาครั้งนี้มีเป้าหมายให้หน่วยงานสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดรับกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป โดยก่อนหน้านี้คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ได้เห็นชอบให้มีการศึกษาทบทวนบทบาทของรัฐวิสาหกิจทั้ง 8 แห่ง ทั้งแนวทางการยุบเลิกและควบรวม เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า ลดความซ้ำซ้อน และเกิดประโยชน์ต่อการดำเนินภารกิจของหน่วยงาน

อสมท.ยังไม่เปิดรายละเอียด

สำหรับ อสมท. นายธิบดีกล่าวว่า สคร. ได้เสนอแนวทางปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานหลายแนวทางให้คณะกรรมการพิจารณา แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจาก อสมท. เป็นรัฐวิสาหกิจที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย การเปิดเผยข้อมูลก่อนมีมติ ครม. อาจส่งผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นและอาจมีความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

“แนวทางการแก้ปัญหาของ อสมท. จะเป็นหนึ่งในนั้นด้วย ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไร จะมีแผนบริหารจัดการปัญหาของหน่วยงานอย่างไร อยากให้รอความชัดเจนหลัง ครม. พิจารณาเห็นชอบก่อน ซึ่งจะมีการชี้แจงแน่นอน” นายธิบดีกล่าว

ปัดควบรวมไทยพีบีเอส

นายธิบดียังระบุด้วยว่า สคร. ไม่ได้เสนอแนวทางควบรวมกิจการระหว่าง อสมท. กับไทยพีบีเอสตามที่มีกระแสข่าว เนื่องจากทั้งสององค์กรมีโครงสร้างและวัฒนธรรมองค์กรที่แตกต่างกัน รวมถึงมีข้อจำกัดทางกฎหมายที่ไม่สามารถดำเนินการควบรวมในลักษณะดังกล่าวได้

ทั้งนี้ ไทยพีบีเอสมีความเป็นอิสระและมีความคล่องตัวในการดำเนินงานตามบทบาทของสื่อสาธารณะอยู่แล้ว โดย สคร. ไม่ทราบถึงที่มาของกระแสข่าวการควบรวมกิจการดังกล่าว และจะชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมหลังมติ ครม. มีความชัดเจน

จับตาผลกระทบผู้ถือหุ้น

การรอความชัดเจนหลังการประชุม ครม. วันที่ 22 กันยายนนี้ ถือเป็นจุดสำคัญที่ตลาดและผู้ถือหุ้นของ อสมท. จับตามอง เนื่องจากเป็นรัฐวิสาหกิจที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ความไม่แน่นอนของแนวทางฟื้นฟูอาจส่งผลต่อราคาหุ้นและการตัดสินใจลงทุนในระยะสั้น

สำหรับภาพรวมของแผนฟื้นฟูรัฐวิสาหกิจทั้ง 8 แห่ง การพิจารณาของ ครม. จะเป็นตัวกำหนดทิศทางว่าหน่วยงานใดจะถูกยุบเลิก ควบรวม หรือปรับโครงสร้างใหม่ ซึ่งจะส่งผลต่อการจ้างงาน การให้บริการประชาชน และภารกิจเฉพาะของแต่ละหน่วยงาน เช่น องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรและองค์การคลังสินค้าที่มีบทบาทด้านเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร ขณะที่องค์การสุราและโรงงานไพ่เกี่ยวข้องกับรายได้พิเศษของภาครัฐ

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap