ชาวบุรีรัมย์วอนรัฐต่อ 'บัตรคนจน' คู่ 'ไทยช่วยไทยพลัส' รับของขวัญปีใหม่

ชาวบุรีรัมย์วอนรัฐต่อ 'บัตรคนจน' คู่ 'ไทยช่วยไทยพลัส' รับของขวัญปีใหม่

ชาวบ้านเรียกร้องต่ออายุบัตรคนจนและไทยช่วยไทยพลัส

ชาวบ้านในจังหวัดบุรีรัมย์เรียกร้องให้รัฐบาลต่ออายุโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือที่รู้จักกันในชื่อ "บัตรคนจน" วงเงิน 1,000 บาทต่อเดือน ควบคู่ไปกับโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่และบรรเทาภาระค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น หลังจากทั้งสองโครงการมีกำหนดสิ้นสุดในเดือนกันยายนนี้

รัฐบาลพิจารณาขยายโครงการ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่าโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" เหลือระยะเวลาใช้งานเพียงเดือนสุดท้าย และยังมีงบประมาณคงเหลือจากประชาชนที่ไม่ได้ลงทะเบียนใช้สิทธิอยู่ประมาณ 40,000-50,000 ล้านบาท โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พิจารณาขยายระยะเวลาการใช้โครงการออกไปอีก 1-2 เดือน ภายใต้กรอบวงเงินที่มีอยู่

นายอนุทินกล่าวว่า การขยายโครงการจะช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งเหลืออีก 3 เดือน คือ ตุลาคม พฤศจิกายน และธันวาคม โดยงบประมาณที่เหลือสามารถนำมาใช้ได้เท่าใดก็จะดำเนินการตามกรอบที่มี เพื่อช่วยลดภาระประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่ภาระค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มสูงขึ้น

ความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สอบถามความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ โดย นางวรรณประภา วงศ์ขันธุ์ อายุ 45 ปี แม่ค้าขายผลไม้ในตลาดสดเทศบาลตำบลบ้านกรวด อำเภอบ้านกรวด เปิดเผยว่า โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ของรัฐบาลมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะในช่วงที่มีการปิดด่านพรมแดนช่องสายตะกูอย่างไม่มีกำหนด

นางวรรณประภากล่าวว่า หากรัฐบาลสามารถต่อโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ได้ จะถือเป็นการช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนในช่วงที่ค่าครองชีพสูงขึ้นและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาต่อโครงการไปจนถึงสิ้นปี เพราะเป็นช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งน่าจะช่วยให้เงินหมุนเวียนในชุมชนมากขึ้น

ด้าน นางมะลิวรรณ อินทร์จันทร์ อายุ 65 ปี แม่ค้าขายสเต็กในเขตเทศบาลตำบลบ้านกรวด กล่าวว่า รู้สึกดีหากรัฐบาลจะต่อโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ออกไปอีก เพราะจะช่วยให้ประชาชนมีโอกาสจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และทำให้มีรายได้หมุนเวียนภายในชุมชน

ขณะที่ นางแจ่มจันทร์ หอมหวน อายุ 53 ปี ชาวบ้านตำบลวังเหนือ อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ทราบข่าวว่ารัฐบาลเตรียมพิจารณาต่อโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ออกไปอีก 1-2 เดือน ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน พร้อมกันนี้ยังได้ฝากถึงนายกรัฐมนตรีขอให้พิจารณาต่ออายุโครงการช่วยเหลือผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งมีวงเงินช่วยเหลือจากเดิม 300 บาท และมีเงินเพิ่มพิเศษอีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน โดยโครงการดังกล่าวมีกำหนดสิ้นสุดภายในเดือนกันยายนนี้

"อยากให้รัฐบาลพิจารณาต่อโครงการบัตรคนจนควบคู่ไปกับโครงการไทยช่วยไทยพลัส เพราะประชาชนยังมีภาระค่าครองชีพสูง หากได้รับการช่วยเหลือต่อเนื่องก็จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อน และทำให้มีเงินหมุนเวียนในชุมชนมากขึ้น" นางแจ่มจันทร์กล่าว

สำหรับพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ซึ่งเป็นจังหวัดชายแดนที่มีเศรษฐกิจพึ่งพาการค้าชายแดนและการท่องเที่ยวในท้องถิ่น การต่ออายุมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจึงถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงกำลังซื้อของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและผู้ประกอบการรายย่อยในตลาดชุมชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากค่าครองชีพและราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap