ชาวเนินมะปรางยื่นหนังสือค้านฟื้นเขื่อนคลองชมพู จี้สอบตัดไม้ยางทุ่งแสลงหลวง

ชาวเนินมะปรางยื่นหนังสือค้านฟื้นเขื่อนคลองชมพู จี้สอบตัดไม้ยางทุ่งแสลงหลวง

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่ว่าการอำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก เครือข่ายอนุรักษ์ลุ่มน้ำชมพูพร้อมชาวบ้านตำบลชมพูกว่า 50 คน นำโดย โม คำคูน ประธานเครือข่ายฯ และ เชาว์ เย็นฉ่ำ เลขาธิการเครือข่ายฯ ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ มนัส สิงหเดช นายอำเภอเนินมะปราง เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านการรื้อฟื้นโครงการก่อสร้างเขื่อนคลองชมพู พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบกรณีการลักลอบตัดไม้ยางในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง

จุดยืนคัดค้านเขื่อน

โม คำคูน ประธานเครือข่ายอนุรักษ์ลุ่มน้ำชมพู เปิดเผยว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้มีข้อเรียกร้องหลัก 2 ประการ ประการแรกคือขอคัดค้านการเสนอและดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อนคลองชมพูให้ถึงที่สุด เนื่องจากจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศ ทางน้ำธรรมชาติ และวิถีชีวิตของชุมชนในพื้นที่

พื้นที่ดังกล่าวถือเป็นแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าคุ้มครอง และยังเป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญ เช่น แหล่งค้นพบเรือโบราณและบ่อเกลือยุคสุโขทัย เครือข่ายฯ เห็นว่าการแก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งสามารถทำได้ด้วยทางเลือกอื่นที่ยั่งยืนกว่า โดยไม่ต้องทำลายทรัพยากรธรรมชาติ

ข้อเสนอทางเลือก

เชาว์ เย็นฉ่ำ เลขาธิการเครือข่ายฯ กล่าวเสริมว่า การสร้างเขื่อนจะทำให้พื้นที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติหายไปและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ชาวบ้านจึงได้เสนอแนวทางร่วมกัน คือการสร้างแก้มลิงหรือฝายขนาดเล็กบริเวณคลองช้างตาย หรือจุดอื่น ๆ ในคลองชมพูที่มีพื้นที่รองรับนับพันไร่ ซึ่งกรมชลประทานควรเข้ามาสำรวจอย่างจริงจัง

ชาวบ้านต้องการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าสงวนหายาก ทั้งจระเข้น้ำจืดสายพันธุ์แท้ ปลาไม่มีตา และตุ๊กกาย รวมถึงแหล่งเนินกระเบื้อง เพื่อให้ชุมชนและธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

จี้สอบตัดไม้ยาง

ข้อเรียกร้องประการที่สองของเครือข่ายฯ คือขอให้ตรวจสอบและดำเนินคดีกรณีการลักลอบตัดไม้ยางซึ่งเป็นไม้หวงห้ามในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง (สล.5) หลังพบเบาะแสว่าผู้นำชุมชนอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ที่ผ่านมายังไม่มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแต่อย่างใด

ด้าน มนัส สิงหเดช นายอำเภอเนินมะปราง ได้ออกมารับเรื่องร้องเรียน โดยระบุว่าจะส่งเรื่องต่อไปยังกรมชลประทานซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรง พร้อมรายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกรับทราบเพื่อหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน ส่วนคดีลักลอบตัดไม้ยาง จะประสานไปยังผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเนินมะปรางให้เร่งดำเนินการตรวจสอบอีกครั้ง

ขนาดโครงการและผลกระทบ

สำหรับโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองชมพู หรือเขื่อนคลองชมพู หากเกิดขึ้นจะกินพื้นที่ป่าสมบูรณ์ในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงราว 2,700 – 3,000 ไร่ โดยประเมินว่าจะช่วยสร้างระบบชลประทานครอบคลุมพื้นที่ 90,300 – 103,800 ไร่ ในอำเภอเนินมะปราง วังทอง และบางกระทุ่ม

โครงการนี้เคยถูกบรรจุในแผนบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เมื่อปี 2556 แต่เผชิญการคัดค้านอย่างหนักจากกลุ่มชาวบ้านกว่า 300 คนที่กังวลผลกระทบต่อแหล่งอาศัยของจระเข้น้ำจืดและสัตว์ป่าหายาก จนนำไปสู่การยกเลิกแผนดังกล่าวในปี 2557 ก่อนที่จะมีความพยายามผลักดันโครงการนี้ขึ้นมาใหม่อีกครั้งในปัจจุบัน

การยื่นหนังสือครั้งนี้สะท้อนว่าประเด็นความขัดแย้งระหว่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำกับความต้องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติยังคงเป็นโจทย์ที่ต้องหาจุดสมดุล โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องพิจารณาทั้งผลประโยชน์ด้านชลประทานและผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างรอบด้าน ก่อนที่โครงการจะเดินหน้าต่อในอนาคต

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap