
- ข่าว
- กองบรรณาธิการ
มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของ Meta เปิดตัว Muse Charm อุปกรณ์ขนาดพวงกุญแจที่ใช้พูดคุยกับผู้ช่วย AI ของบริษัท ในงาน Meta Connect ประจำปี ณ สำนักงานใหญ่เมืองเมนโลพาร์ก พร้อมประกาศว่า Muse กลายเป็นหัวใจหลักของยุทธศาสตร์ AI ของ Meta แล้ว
Muse Charm อุปกรณ์ใหม่
การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นการเดิมพันครั้งใหม่ของซักเคอร์เบิร์ก หลังจากความพยายามผลักดันเมตาเวิร์สไม่ประสบความสำเร็จตามที่หวังไว้ โดย Muse Charm เป็นอุปกรณ์ที่พกพาสะดวก มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาดประมาณ 2 นิ้ว หรือ 5 เซนติเมตร มีตัวละคร Muse ที่ปรับแต่งได้อยู่กลางจอ ผู้ใช้เพียงแตะเซ็นเซอร์ลายนิ้วมือก็สามารถคุยกับ AI ได้ทันทีโดยไม่ต้องหยิบสมาร์ทโฟน ตัวเครื่องมีโมเด็ม 5G ในตัว ทำให้ใช้งานได้แม้ไม่มี Wi-Fi แต่ไม่สามารถโทรออกได้ มีกำหนดวางขายในเดือนธันวาคมช่วงเทศกาลวันหยุด ราคายังไม่เปิดเผย
แอป Muse ครองใจผู้ใช้
นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อวันที่ 8 กันยายน แอป Muse ก็ขึ้นเป็นแอปที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดทั้งบน App Store ของ Apple และ Android ในสหรัฐฯ แซงหน้าแม้แต่ ChatGPT นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่านี่อาจเป็นการเปิดตัวแอปครั้งใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ นับตั้งแต่ ChatGPT เปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2022 และจุดกระแสบูม AI
Muse เป็นแอปผู้ช่วยส่วนตัวที่ทำงานแทนผู้ใช้ได้หลากหลาย ทั้งตอบอีเมล จองการเดินทาง สั่งซื้อของ และจัดการเรื่องการเงิน นักลงทุนตอบรับอย่างร้อนแรง โดยหุ้น Meta ปรับขึ้นราว 24-25% นับตั้งแต่ Muse เปิดตัว ซึ่ง Financial Times ระบุว่าเพิ่มมูลค่าตลาดให้บริษัทราว 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 10.00 ล้านล้านบาท) ขณะที่ Reuters ประเมินไว้ราว 3.24 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 10.80 ล้านล้านบาท) ณ สิ้นวันพุธที่ 23 กันยายน
ยุทธศาสตร์ใหม่ของ Meta
การเปิดตัว Muse Charm สะท้อนการเปลี่ยนทิศทางครั้งใหญ่ของซักเคอร์เบิร์ก ซึ่งเคยผลักดันเมตาเวิร์สเป็นแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์ยุคถัดไป ถึงขั้นเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Meta เมื่อปี 2021 แต่ก็ไม่พบตลาดขนาดใหญ่สำหรับความจริงเสมือน อีกทั้ง Meta ยังเข้าสู่สนาม Generative AI ช้ากว่าคู่แข่งอย่าง OpenAI, Anthropic และ Google และหลังจากโมเดล AI เรือธงอย่าง Llama ไม่ได้รับความนิยม บริษัทต้องใช้เงินหลายพันล้านดอลลาร์เริ่มต้นใหม่ พร้อมดึงตัวอเล็กซานเดอร์ หวัง จาก Scale AI มาร่วมงาน
ซักเคอร์เบิร์กมองว่า Personal Superintelligence หรือ AI ส่วนตัวที่มีความสามารถเหนือมนุษย์ คือความก้าวหน้าครั้งใหญ่ที่มาถึงเร็วกว่าคาด โดยกล่าวว่า “เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า Personal Superintelligence ไม่เพียงจะมาก่อน แต่ยังจะใหญ่กว่าและสำคัญกว่ามาก เราจึงเปลี่ยนโฟกัสมาสร้างอุปกรณ์ที่ดีที่สุดสำหรับเรื่องนี้”
อีกเป้าหมายเบื้องหลังคือการหลุดจากการพึ่งพาระบบปฏิบัติการของ Apple และ Google ในการเข้าถึงผู้ใช้ ซึ่งกลายเป็นปัญหาหนักตั้งแต่ Apple เปลี่ยนนโยบายความเป็นส่วนตัวในปี 2021 จนจำกัดความสามารถของผู้พัฒนาแอปในการยิงโฆษณาไปหากลุ่มเป้าหมาย Muse Charm เปิดทางให้ผู้ใช้เข้าถึง Muse ได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านแอปบนสมาร์ทโฟน
นอกจาก Muse Charm แล้ว Meta ยังประกาศว่าจะนำ Muse ไปใช้บนแว่นอัจฉริยะทุกรุ่นเร็วๆ นี้ โดยเรียกใช้งานได้ด้วยการพูดชื่อผู้ช่วย พร้อมระบุว่าภายในสิ้นปี 2026 จะมีแว่น AI มากกว่า 100 แบบ บริษัทยังเปิดตัวแว่น Ray-Ban รุ่นที่ไม่มีกล้อง ซึ่งใช้งานผ่านเสียงอย่างเดียว และแว่น VR รุ่นใหม่ราคา 1,300 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 43,300 บาท) ที่มีน้ำหนักเพียง 100 กรัม เบากว่า Quest 3 รุ่นก่อน 5 เท่า และจะวางขายในฤดูใบไม้ผลิปีหน้า
ในด้านการหารายได้ ซักเคอร์เบิร์กระบุว่า Muse จะมีรุ่นใช้ฟรี “โดยคาดหวังว่าเมื่อเวลาผ่านไป เราจะทำกำไรจากการเก็บค่าธรรมเนียมเล็กน้อยจากธุรกรรม” ขณะที่อเล็กซานเดอร์ หวัง ประธานเจ้าหน้าที่ด้าน AI ของ Meta ระบุว่า Walmart, Best Buy และ Dick’s รวมถึงร้านค้าปลีกอีกกว่า 10 ราย จะเชื่อมระบบกับ Muse พร้อมประกาศว่าตอนนี้ Muse ควบคุมเครื่อง Mac ได้ด้วย อย่างไรก็ตาม Amazon ได้บล็อกไม่ให้ Muse เข้าไปสแกนเว็บไซต์เพื่อซื้อของแทนลูกค้า ตามหลังที่เคยบล็อก Perplexity, OpenAI และ Google มาก่อน
ความท้าทายที่รออยู่
แม้ Muse Charm จะเป็นอุปกรณ์หมวดใหม่ทั้งหมด แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่ายังไม่เห็นความต้องการของตลาดที่แน่นอน เพราะสมาร์ทโฟนมีอยู่ทุกที่และทำได้แทบทุกอย่างแล้ว แอนโทนี เฟอร์รี ซีอีโอบริษัทอีคอมเมิร์ซ Wayvia ตั้งคำถามว่า “ทำไมผมต้องพกอุปกรณ์อีกเครื่อง” โดยมองว่ามันต้องใช้งานง่ายกว่ามือถือจึงจะมีค่า เพราะ “ถ้ายังต้องหยิบมือถือมาทำต่อให้เสร็จหรือแก้คำสั่งซื้อ มันก็เป็นแค่อีกเครื่องที่ต้องชาร์จ”
ด้านลินดา ซุย ผู้ก่อตั้งบริษัทวิจัยตลาด Smart Analytics Global มองว่าอุปกรณ์นี้อาจได้รับความนิยมในกลุ่ม Gen Z และผู้บริโภควัยรุ่น จากการผสม AI เข้ากับแฟชั่นและการปรับแต่งส่วนตัว โดยเฉพาะถ้าราคาไม่แพงและใช้งานง่าย แต่เธอก็เตือนว่า “หาก Muse Charm ไม่สามารถนำเสนอฟังก์ชันพิเศษที่สมาร์ทโฟน, นาฬิกา, หูฟัง หรือแว่นอัจฉริยะแทนที่ได้ยาก มันก็มีแนวโน้มจะเป็นแค่อุปกรณ์ที่มีก็ดีสำหรับกลุ่มคนที่ชอบลองของใหม่ มากกว่าจะกลายเป็นสินค้าตลาดแมส”
ขณะที่จิเทช อุบรานี ผู้อำนวยการจาก IDC มองว่าอุปกรณ์นี้ดึงดูดคนที่ไม่อยากสวมแว่นหรือไม่ไว้ใจแว่นอัจฉริยะ และอาจทำให้บางคนนึกถึงทามาก็อตจิ สัตว์เลี้ยงเสมือนที่เคยเป็นกระแสช่วงปลายทศวรรษ 1990
บทเรียนจากอดีตก็มีให้เห็น โดย Rabbit R1 อุปกรณ์ AI แบบพกพาที่มีหน้าจอและปุ่มกด เคยเปิดตัวอย่างคึกคักในต้นปี 2024 ก่อนจะล้มเหลว เพราะให้สัญญาเรื่องฟีเจอร์ AI เกินจริงและใช้งานได้ไม่เสถียร อีกโจทย์ที่ Meta ต้องแก้คือเรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย เพราะบริษัทต้องโน้มน้าวให้ผู้ใช้ยอมเชื่อมข้อมูลส่วนตัวอย่างอีเมล แอปการเงิน หรือปฏิทินเข้ากับ Muse ในเวลาที่เทคโนโลยี AI Agent ยังผิดพลาดได้ และ Meta เพิ่งต้องออกแพตช์แก้ช่องโหว่ที่อาจทำให้แฮ็กเกอร์ควบคุม Muse ของคนอื่นได้ ขณะที่แว่น Ray-Ban ที่มีกล้องก็ถูกวิจารณ์ว่าถูกใช้แอบถ่ายผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว หลังมีวิดีโอที่ละเมิดความเป็นส่วนตัวถูกเผยแพร่บน Instagram และ TikTok
สำหรับผู้อ่านชาวไทยที่สนใจเทคโนโลยี AI แบบพกพา การเปิดตัว Muse Charm สะท้อนการแข่งขันที่ร้อนแรงในตลาดอุปกรณ์ AI ผู้ช่วยส่วนตัว ซึ่งอาจส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคและการเลือกซื้อ gadget ในอนาคต หาก Meta เปิดให้บริการในประเทศไทยเร็วๆ นี้ ก็อาจเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการผู้ช่วย AI ที่ไม่ต้องหยิบสมาร์ทโฟนบ่อยๆ
หมายเหตุ: ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 33.34 บาท ณ วันที่ 25 กันยายน 2569
— Sony Music ยื่นคำขอให้แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งลบเพลง AI ที่เลียนแบบเสียงศิลปินในสังกัดกว่า 260,000 เพลงภายในเดือนกันยายนนี้ หลังเคยขอลบไปแล้ว 135,000 เพลงเมื่อปลายมีน
— พลเมืองดีเห็นรถกระบะจอดนานผิดสังเกตที่ลานจอดรถตลาดมะพร้าว ต.กมลา จ.ภูเก็ต จึงแจ้งตำรวจ ก่อนพบ จ.ส.ต.วัย 37 ปี นั่งเสียชีวิตในรถของตัวเอง พร้อมพบเตาอั้งโล่ในรถ เ
— ธารน้ำแข็งทริกลาฟในสโลวีเนีย ซึ่งเคยครอบคลุมพื้นที่ 1.4 แสนตารางเมตร กำลังจะละลายหายไปหมดภายในไม่กี่วัน หลังนักวิทยาศาสตร์เฝ้าติดตามมานานเกือบ 80 ปี