ทรัมป์ขึ้นเวที UNGA81 ขู่อิหร่าน ประกาศข้อตกลงกรีนแลนด์ เปลี่ยนชื่อ AI เป็น SI

ทรัมป์ขึ้นเวที UNGA81 ขู่อิหร่าน ประกาศข้อตกลงกรีนแลนด์ เปลี่ยนชื่อ AI เป็น SI

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศคำขู่ว่าจะ "ทำลายล้าง" อิหร่าน หากผู้นำเตหะรานปฏิเสธที่จะบรรลุข้อตกลง พร้อมทั้งวางบทบาทสหรัฐฯ ในฐานะผู้พิชิตเวเนซุเอลา และนำเสนอภาพลักษณ์ตนเองเป็น "ผู้แก้ไขปัญหา" ระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญครั้งที่ 81 (UNGA81) ที่นครนิวยอร์ก เมื่อวานนี้ (22 กันยายน)

ขู่ทำลายล้างอิหร่าน

ทรัมป์กล่าวถึงประเด็นการทำสงครามกับอิหร่านที่ยืดเยื้อมาเกือบ 7 เดือน และยังไม่มีทีท่าจะยุติลง โดยระบุว่าเขากำลังเผชิญกับ "การตัดสินใจครั้งใหญ่" นั่นคือการทำข้อตกลงที่เปิดโอกาสให้อิหร่านฟื้นฟูประเทศ หรือการ "ทำลายล้างสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้ให้สิ้นซากอย่างรวดเร็ว"

"ผมควรจะผลักดันพวกเขาลงสู่ขุมนรกโดยไม่เหลือโอกาสรอดและไร้ซึ่งความหวังที่จะกลับมายิ่งใหญ่ในอนาคตสำหรับคนรุ่นหลังเลยหรือ" เขากล่าว ขณะที่คณะผู้แทนจากอิหร่านนั่งฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉย

"แต่ผมเชื่อว่า เราจะบรรลุข้อตกลงกันได้หลังการเลือกตั้ง เพราะมันไม่มีเหตุผลอะไรที่พวกเขาจะไม่ทำเช่นนั้น พวกเขากำลังรอดูผลงานของผมในการเลือกตั้งกลางเทอมอยู่" ทรัมป์กล่าว

ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม นับตั้งแต่มีการลงนามในข้อตกลงเบื้องต้นร่วมกันเมื่อเดือนมิถุนายน ขณะที่ทรัมป์เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ และอิหร่านได้จัดการหารือที่เป็นไปอย่างดีเยี่ยมเป็นเวลาหลายชั่วโมงนอกรอบการประชุมสุดยอดครั้งนี้ โดยสถานีโทรทัศน์ของทางการอิหร่านยืนยันว่า อับบาส อะรอกชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ได้พบหารือนอกรอบกับ สตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษสหรัฐฯ ประจำตะวันออกกลาง และยังมีจาเรด คุชเนอร์ บุตรเขยของทรัมป์ ที่ได้เข้าร่วมการหารือดังกล่าวด้วย

ย้ำแสนยานุภาพทางทหาร

ทรัมป์ยังใช้โอกาสในการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งนี้ชูผลงานของตนและประกาศตัวในฐานะผู้สร้างสันติภาพ ควบคู่ไปกับการกล่าวถ้อยคำข่มขู่ที่มุ่งเป้าไปยังบางประเทศ เช่นอิหร่าน อย่างชัดเจน ข้อความที่ทรัมป์สื่อออกมาอย่างชัดเจนคือ สหรัฐฯ ยังคงพร้อมที่จะใช้แสนยานุภาพทางทหารในทุกที่ที่เขาเห็นว่าจำเป็น เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ

ทรัมป์กล่าวว่าเขากำลัง "ยืนยันถึงอำนาจของสหรัฐฯ อีกครั้ง" และแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เขาเรียกว่า "แสนยานุภาพทางทหารที่ไม่มีใครเทียบได้" ของประเทศ

"สหรัฐอเมริกาจะไม่ยอมให้ภัยคุกคามที่มีต่ออเมริกาเข้ามามีอิทธิพลหรือหยั่งรากลึกในพื้นที่ใดก็ตามของซีกโลกตะวันตกอีกต่อไป" เขากล่าว

ข้อตกลงกรีนแลนด์-คิวบาวอล์กเอาต์

สหรัฐฯ เดนมาร์ก และกรีนแลนด์ ได้ร่วมลงนามในข้อตกลงความมั่นคงฉบับใหม่ระหว่างการประชุม UNGA ครั้งนี้ โดยเป็นการเปิดทางให้สหรัฐฯ สามารถสร้างฐานทัพแห่งใหม่ 2 แห่งบนเกาะกรีนแลนด์ และกีดกันจีนรวมถึงรัสเซียออกจากการลงทุนทางเศรษฐกิจบนเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้

ขณะนี้สหรัฐฯ กำลังวางแผนที่จะรื้อฟื้นฐานทัพในพื้นที่นาร์ซาร์ซัวก์ (Narsarsuaq) ทางตอนใต้ของกรีนแลนด์ และอีกแห่งหนึ่งที่เมสเตอร์สวิก (Mestersvig) ทางฝั่งตะวันออกของเกาะ ภายใต้ข้อตกลงนี้ สหรัฐฯ จะได้รับอนุญาตให้สร้างฐานทัพเพิ่มเติม รวมถึงปรับปรุงและขยายขอบเขตการดำเนินงานที่ฐานทัพอวกาศพิตูฟฟิก (Pituffik Space Base) ซึ่งปัจจุบันมีกำลังพลของสหรัฐฯ ประจำการอยู่แล้วประมาณ 150 นาย

"หากย้อนกลับไปดูรายชื่อประธานาธิบดีในอดีต จะพบว่า เกือบทุกคนต่างเคยเอ่ยถึงเรื่องนี้อย่างน้อยก็สักครั้ง แต่ส่วนใหญ่ก็แค่พูดถึงเฉยๆ บางคนอยากจะทำข้อตกลงให้สำเร็จจริงๆ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ แต่เรากำลังทำให้มันสำเร็จ" ทรัมป์ กล่าว

ข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากความตึงเครียดที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือน โดยมีช่วงหนึ่งที่ทรัมป์ประกาศคำขู่ว่าอาจจะใช้กำลังทหารเข้ายึดครองกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังใช้เวที UNGA กล่าวโจมตีประเทศคิวบา ซึ่งมีรัฐบาลคอมมิวนิสต์ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อสหรัฐฯ มายาวนาน โดยทรัมป์กล่าวว่า "สหรัฐฯ ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในสถานการณ์ของคิวบา" และ "จะไม่ยอมให้มีแหล่งกบดานสำหรับศัตรูต่างชาติ ที่จะใช้คิวบาเป็นฐานในการคุกคามสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ใกล้แค่หน้าบ้าน"

ทรัมป์ยังกล่าวว่าคิวบานั้น "เป็นรัฐที่ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง" และระบุว่า "รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในสถานการณ์ของคิวบา" "มันจะต้องล่มสลายลง" เขากล่าว ขณะที่คณะผู้แทนของคิวบาได้เดินออกจากห้องประชุมระหว่างที่ทรัมป์ยังคงกล่าว

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยระบุว่าเป้าหมายของตนคือการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในคิวบา โดยได้มีการตัดการจัดหาน้ำมันจากเวเนซุเอลาที่จะส่งไปยังคิวบา ซึ่งกำลังประสบปัญหาไฟฟ้าดับบ่อยครั้งขึ้น อย่างไรก็ตาม เขากล่าวด้วยว่า มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กำลัง "เจรจาอย่างเข้มข้น" กับทางคิวบาอยู่ "ต้องรอดูกันต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้น" ทรัมป์กล่าว

ด้าน มิเกล ดิอาซ กาเนล ประธานาธิบดีคิวบา ได้โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า "เราจะยังคงต่อสู้เพื่อสันติภาพ ปกป้องอธิปไตยของเรา และร่วมมือกันเพื่อเอาชนะการรุกรานอันโหดร้ายที่รัฐบาลสหรัฐฯ กระทำต่อเรา"

เปลี่ยนชื่อ AI เป็น SI

ทรัมป์ ซึ่งชื่นชอบการสร้างภาพลักษณ์และแบรนด์ดิ้งเป็นทุนเดิม ยังใช้การกล่าวสุนทรพจน์ครั้งนี้ตั้งชื่อเรียกใหม่ให้กับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) โดยเปลี่ยนเป็น Super Intelligence หรือ SI แทน และตั้งเป้าใช้ชื่อนี้ในการสื่อสารเกี่ยวกับ AI อย่างเป็นทางการ

"การใช้คำว่า 'artificial' (ประดิษฐ์/เทียม) ทำให้ฟังดูเหมือนของปลอม" เขากล่าว "มันไม่ใช่ของปลอม แต่มันยอดเยี่ยมมากจริงๆ เพียงแต่เราต้องระมัดระวังไว้บ้าง ยินดีต้อนรับสู่โลกใบใหม่ของ Super Intelligence หรือ SI"

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยยืนยันว่าสหรัฐฯ จำเป็นต้องเป็นผู้นำในการแข่งขันด้านการพัฒนา AI โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเขาได้กล่าวว่า "ใครก็ตามที่ชนะในเรื่อง AI ก็คือผู้ชนะ"

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังระบุด้วยว่าสหรัฐฯ จะปฏิเสธข้อตกลงหรือมาตรการระหว่างประเทศใดๆ ที่มุ่งควบคุมเทคโนโลยี AI โดยคัดค้านอย่างหนักต่อการที่ภาครัฐจะเข้ามาควบคุมดูแลหรือกำหนดมาตรการกำกับดูแลใหม่ๆ ซึ่งจุดยืนดังกล่าวถือว่าขัดแย้งกับผู้คนจำนวนมากที่ไปรวมตัวกันในการประชุม UNGA ครั้งนี้

สำหรับผู้อ่านไทย การประกาศของทรัมป์ครั้งนี้อาจส่งผลต่อทิศทางความร่วมมือระหว่างประเทศในประเด็นความมั่นคงและการกำกับดูแล AI ซึ่งไทยในฐานะสมาชิกสหประชาชาติอาจต้องจับตาการเปลี่ยนแปลงของนโยบายสหรัฐฯ ที่อาจกระทบต่อดุลอำนาจในภูมิภาคและกรอบความร่วมมือพหุภาคีในอนาคต

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap