ทรัมป์เตรียมตั้ง 'กองกำลัง AI' และ 'ผู้นำสูงสุดด้าน AI' หวังนำสหรัฐฯ เหนือจีน

ทรัมป์เตรียมตั้ง 'กองกำลัง AI' และ 'ผู้นำสูงสุดด้าน AI' หวังนำสหรัฐฯ เหนือจีน

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศเตรียมจัดตั้ง 'กองกำลังเอไอ' (AI Force) และแต่งตั้ง 'ผู้นำสูงสุดด้านปัญญาประดิษฐ์' (AI Czar) เพื่อผลักดันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและรักษาความได้เปรียบเหนือคู่แข่งอย่างจีน การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงของ AI ที่เพิ่มขึ้น และเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลออกกฎหมายกำกับดูแล

AI Force คืออะไร

ทรัมป์เสนอให้จัดตั้ง 'กองกำลังเอไอ' (AI Force) โดยอ้างอิงถึงความสำเร็จของการตั้ง 'กองกำลังอวกาศ' (Space Force) ในวาระแรกของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด โครงสร้าง หรือกรอบเวลาการทำงานที่ชัดเจน ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ากองกำลังนี้จะทำงานอย่างไร และจะเป็นเหล่าทัพใหม่ทางทหารเหมือน Space Force หรือไม่

AI Czar มีบทบาทอย่างไร

AI Czar คือตำแหน่งที่ปรึกษาด้าน AI ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้ เดวิด แซ็กส์ นักลงทุน Venture Capital เคยดำรงตำแหน่ง AI and Cryptocurrency Czar จนกระทั่งลงจากตำแหน่งในช่วงเดือนมีนาคม และย้ายไปเป็นประธานสภาที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประธานาธิบดี (PCAST) ส่วนผู้ที่จะมารับตำแหน่งคนใหม่นั้น ทรัมป์กล่าวติดตลกว่าต้องเป็นผู้ที่มีระดับ IQ สูงเท่านั้น

นอกจากจะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาผู้นำสหรัฐฯ แล้ว AI Czar ยังมีบทบาทสำคัญมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนอุตสาหกรรม AI ของสหรัฐฯ โดยไม่ใช้การออกกฎเกณฑ์หรือข้อบังคับของรัฐบาลกลางที่อาจชะลอการพัฒนาทางเทคโนโลยี เดวิด แซ็กส์ เคยแสดงจุดยืนว่า สหรัฐฯ ไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายควบคุมใหม่จากรัฐบาลกลาง แต่ควรให้ผู้พัฒนา AI เป็นผู้รับผิดชอบความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ตนเอง และหากเกิดปัญหาก็สามารถใช้ระบบกฎหมายแพ่งและอาญาที่มีอยู่เดิมในการจัดการได้

จุดยืนต่อการกำกับดูแล AI

ทรัมป์มองว่า AI เป็นเสมือนการปฏิวัติอุตสาหกรรมยุคใหม่หรืออินเทอร์เน็ต ซึ่งอาจสร้างมูลค่าได้สูงถึง 25% ของ GDP สหรัฐฯ และเป็นหัวใจสำคัญในการแย่งชิงความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจกับจีน ส่วนจุดยืนต่อเรื่องการกำกับดูแลด้าน AI นั้น ทรัมป์มองว่าคำเตือนเรื่องความอันตรายของ AI เป็นเรื่อง 'ลวงโลก' (Hoax) และเน้นย้ำว่าจะไม่ออกกฎระเบียบใหม่มาขัดขวางการเติบโตของอุตสาหกรรม โดยตั้งใจจะใช้ระบบยุติธรรมทางแพ่งและอาญาที่มีอยู่เดิมในการลงโทษผู้ที่นำ AI ไปใช้ในทางที่ผิด

ทรัมป์และผู้บริหารเทคโนโลยีบางส่วนเห็นว่า การออกกฎระเบียบที่เข้มงวดเกินไปจะชะลอการพัฒนา AI ของสหรัฐฯ และทำให้เสียเปรียบในการแข่งขันกับคู่แข่งอย่างจีน นอกจากนี้ ทรัมป์เชื่อว่ากฎหมายและกระบวนการยุติธรรมที่มีอยู่เดิมเพียงพอต่อการจัดการผู้กระทำผิดแล้ว

ขณะที่นักวิจัยและบริษัท AI เริ่มมีความกังวลเพิ่มขึ้นถึงความเสี่ยงของ AI ต่อมนุษยชาติ ผู้บริหารบางส่วน เช่น ดาริโอ อาโมเดอี (Anthropic), แซม อัลต์แมน (OpenAI) และ อีลอน มัสก์ (xAI) เสนอให้มีการชะลอการพัฒนาหรือมีมาตรการตรวจสอบความปลอดภัย ขณะที่แซม อัลต์แมน ก็เรียกร้องให้สาธารณชนไว้วางใจบริษัท AI ในการดูแลความปลอดภัย

ทางด้าน บารัก โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ รวมถึงสมาชิกรัฐสภาทั้งในสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร เห็นตรงกันว่า รัฐบาลจำเป็นต้องออกกฎหมายกำกับดูแล เนื่องจากกฎหมายเดิม 'ไม่ครอบคลุม' ความเสี่ยงของ AI ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

วาระสำคัญระหว่างทรัมป์-สีจิ้นผิง

ที่ผ่านมา ทั้งสหรัฐฯ และจีนต่างมองว่า AI มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงทางทหารและเศรษฐกิจ ประเด็นด้าน AI และความปลอดภัยของ AI ถูกกำหนดให้เป็นหนึ่งในวาระสำคัญสำหรับการหารือระหว่างทรัมป์กับ สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน รวมถึงการจัดเลี้ยงอาหารค่ำร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เช่น OpenAI, Nvidia, Google ในช่วงสัปดาห์หน้า

การประกาศจัดตั้งกองกำลัง AI และแต่งตั้ง AI Czar ของทรัมป์ สะท้อนทิศทางนโยบายที่ให้ความสำคัญกับการเร่งพัฒนาเทคโนโลยีมากกว่าการออกกฎระเบียบควบคุม ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อประเทศอื่น ๆ รวมถึงไทยที่ต้องเร่งปรับตัวทั้งในด้านการส่งเสริม AI และการเตรียมมาตรการรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap