พาณิชย์คาดน้ำท่วมดันราคาผักสดเพิ่ม 3.49% ฉุดกำลังซื้อครัวเรือน เงินเฟ้อกระทบแค่ 0.1%

พาณิชย์คาดน้ำท่วมดันราคาผักสดเพิ่ม 3.49% ฉุดกำลังซื้อครัวเรือน เงินเฟ้อกระทบแค่ 0.1%

กระทรวงพาณิชย์ประเมินสถานการณ์อุทกภัยปี 2569 ส่งผลให้ราคาผักสดปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3.49% กดดันกำลังซื้อครัวเรือนให้อ่อนตัวลง แต่คาดว่าจะหนุนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% เท่านั้น ขณะที่กรมการค้าภายในเร่งออกมาตรการรับมือ ทั้งการเติมสต็อกผักและไข่ไก่ ปรับแผนขนส่ง และขอความร่วมมือผู้ประกอบการชะลอการส่งออกไข่ไก่ 30-50%

เงินเฟ้อกระทบจำกัด

ข้อมูลดังกล่าวเปิดเผยเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม โดยนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ระบุว่า เมื่อพิจารณาจากช่วงน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 พบว่าสถานการณ์อุทกภัยไม่ได้ส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้ออย่างมีนัยสำคัญ และคาดว่าปี 2569 จะกระทบเงินเฟ้อเพียง 0.1% เนื่องจากแรงกดดันด้านราคายังกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มผักสดเป็นหลัก ไม่ได้แผ่ขยายเป็นวงกว้างเหมือนปี 2554

เงินเฟ้อเร่งตัวหกเดือนติด

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 2.82% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน โดยยังได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์ราคาพลังงานที่ทรงตัวในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ราคาสินค้าอาหารสดช่วงปลายเดือนกันยายนยังไม่ปรากฏแรงกดดันในวงกว้าง โดยผลไม้ เนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ และปลาส่วนใหญ่ราคาทรงตัวหรือปรับลดลง มีเพียงผักสดที่ราคาเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 3.49%

แม้เงินเฟ้อจะได้รับผลกระทบจำกัด แต่สถานการณ์น้ำท่วมยังรบกวนกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ครัวเรือนต้องดึงเงินออมออกมาใช้และแสวงหาแหล่งรายได้ทางเลือกเพื่อรับมือกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันครัวเรือนกว่า 29.7% ต้องลดการใช้จ่ายลงเพื่อประคองสถานการณ์ ส่งผลให้การบริโภคและกำลังซื้อมีแนวโน้มอ่อนตัว หากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจลุกลามไปกระทบการลงทุนและการจ้างงานในระยะต่อไป

ผัก-ไข่ไก่ยังน่าห่วง

วัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่ากรมฯ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและผลกระทบต่อสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผักสดและไข่ไก่ที่ได้รับผลกระทบทั้งจากแหล่งผลิตและระบบขนส่ง

สำหรับผักสดที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ผักบุ้งจีน มะเขือเปราะ ผักชีไทย กะเพรา และโหระพา เนื่องจากแหล่งเพาะปลูกสำคัญอยู่ในภาคกลางและภาคตะวันตก เช่น ปทุมธานี นนทบุรี ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี และนครราชสีมา ขณะที่แหล่งผลิตในภาคเหนือและภาคใต้ยังไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ กรมการค้าภายในจึงเร่งนำผักจากแหล่งผลิตที่ไม่เสียหายเข้ามาทดแทน และเชื่อมโยงเข้าสู่ตลาดกลางสำคัญ ทั้งตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง และตลาดศรีเมือง ก่อนกระจายต่อไปยังตลาดสด ร้านค้า ร้านอาหาร และโมเดิร์นเทรด

เบื้องต้นราคาผักบางรายการเริ่มผ่อนคลายลง เช่น กะหล่ำปลีลดจากประมาณ 12 บาท เหลือ 8 บาท และพริกจินดาเขียว-แดงลดจากประมาณ 50-70 บาท เหลือราว 45 บาท ขณะที่ผักบุ้งจีนยังอยู่ที่ประมาณ 100 บาท ส่วนผักใบอ่อนอย่างคะน้ายังต้องติดตามใกล้ชิด เพราะฝนที่ตกต่อเนื่องอาจกระทบผลผลิตและทำให้ราคาปรับขึ้นอีก

วัฒนศักย์กล่าวว่า “ถ้าเราเติมผักเข้าไปในระบบมากขึ้น ราคาผักก็น่าจะไม่เลวร้ายลง หากฝนฟ้าคลี่คลายเร็ว สถานการณ์ก็น่าจะดีขึ้น แต่ผักเองต้องใช้เวลาในการเพาะปลูก จึงต้องเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเชื่อมโยงพื้นที่ปลูกกับตลาดกลาง”

กรมการค้าภายในได้ตั้งวอร์รูมติดตามสินค้าเกษตร ระบบตลาด และมาตรการลดค่าครองชีพ พร้อมเชื่อมโยงการทำงานกับ Single Command ของกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานระดับจังหวัด โดยจะประเมินสถานการณ์และปรับมาตรการเป็นรายวันตามสภาพอากาศและปริมาณผลผลิต

ขอชะลอส่งออกไข่ไก่

สำหรับไข่ไก่ซึ่งยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นแหล่งผลิตไข่ไก่รายใหญ่และได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหลายพื้นที่ กรมการค้าภายในได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการลดหรือชะลอการส่งออกไข่ไก่ประมาณ 30-50% เพื่อเพิ่มปริมาณเข้าสู่ตลาดในประเทศ โดยบางรายขอให้เลื่อนการส่งออกออกไปก่อน พร้อมให้รายงานแผนการส่งออกในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนเป็นรายสัปดาห์

นอกจากนี้ กรมการค้าภายในร่วมกับกรมปศุสัตว์ขอความร่วมมือฟาร์มผู้เลี้ยงไก่ไข่ยืดระยะเวลาการเลี้ยงแม่ไก่ยืนกรง เพื่อเพิ่มผลผลิตเข้าสู่ระบบประมาณวันละ 2 ล้านฟอง รวมทั้งขอให้ผู้ประกอบการรักษาราคาขายหน้าฟาร์ม และให้ผู้ผลิตรายใหญ่เร่งส่งไข่เข้าสู่ช่องทางจำหน่ายปกติ

กรมการค้าภายในยังส่งสายตรวจเฉพาะกิจลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายไข่ไก่และสินค้าจำเป็น เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา พร้อมประสานตำรวจและกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ปคบ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบการที่อาจมีพฤติกรรมฉวยโอกาส

วัฒนศักย์กล่าวย้ำว่า “ตอนนี้เราต้องช่วยกัน ไม่ใช่เวลาหากำไร”

สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค กรมการค้าภายในได้หารือกับห้างค้าปลีก-ค้าส่ง ร้านสะดวกซื้อ ผู้ผลิต และซัพพลายเออร์ ให้เพิ่มสินค้าในสต็อก ปรับแผนขนส่ง และใช้สินค้าจากสาขาใกล้เคียงทดแทน เพื่อให้มีสินค้าพร้อมจำหน่ายเมื่อสถานการณ์น้ำลดและสาขากลับมาเปิดให้บริการ หากพนักงานไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้เนื่องจากบ้านพักได้รับผลกระทบ กรมฯ ได้ประสานผู้ประกอบการให้ปรับแผนการทำงาน รวมถึงเปิดพื้นที่ภายในร้านให้พนักงานพักอาศัยชั่วคราว

ขณะที่การเคลื่อนย้ายสินค้าในพื้นที่ประสบภัยจะประสานหน่วยงานด้านความมั่นคงและทหารเข้าช่วยขนส่ง ส่วนอาหารสำเร็จรูป กรมการค้าภายในอยู่ระหว่างหารือผู้ประกอบการเพื่อขอความร่วมมือตรึงราคาและจัดโปรโมชัน โดยจะเร่งดำเนินการในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นลำดับแรก พร้อมเตรียมเปิดจุดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดในพื้นที่ที่สถานการณ์น้ำคลี่คลาย

นอกจากนี้ จะเดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้า ลดค่าครองชีพ” กว่า 1,000 จุด ครอบคลุม 77 จังหวัด เพื่อจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค อุปกรณ์ทำความสะอาด อุปกรณ์ซ่อมแซม เครื่องใช้ไฟฟ้า และวัสดุก่อสร้างในราคาประหยัด รวมถึงเตรียมเปิดจุดจำหน่ายแบบรถโมบายล์ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ และประสานผู้ประกอบการกลุ่มวัสดุก่อสร้างและเครื่องใช้ไฟฟ้าจัดทำโปรโมชัน เช่น เก่าแลกใหม่ เพื่อช่วยลดภาระประชาชน

ต้นทุนขนส่งกดราคาอาหาร

วัฒนศักย์กล่าวว่า การดูแลราคาอาหารสำเร็จรูปจำเป็นต้องดูตั้งแต่ต้นทุนวัตถุดิบ เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญต่อราคาสินค้า ขณะที่ต้นทุนพลังงานและการขนส่งก็เป็นแรงกดดัน โดยเฉพาะในช่วงน้ำท่วมที่รถขนส่งต้องเปลี่ยนเส้นทางและใช้เส้นทางอ้อมมากขึ้น ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยืนยันว่าจะพยายามตรึงราคาสินค้าให้ได้มากที่สุด หากสามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้ดี ก็จะช่วยให้ราคาอาหารสำเร็จรูปและอาหารกึ่งสำเร็จรูปไม่ปรับเพิ่มขึ้นมากเกินไป

สำหรับแนวโน้มระยะต่อไป กรมการค้าภายในจะหารือร่วมกับกรมปศุสัตว์เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้เลี้ยงไก่ไข่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ขณะที่การประเมินผลกระทบต่อเงินเฟ้อจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงและระยะเวลาของสถานการณ์อุทกภัยเป็นสำคัญ หากน้ำลดเร็วและฝนคลี่คลาย ความกดดันด้านราคาอาหารสดก็มีแนวโน้มผ่อนคลายลง แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกินกว่าหนึ่งเดือน ผลกระทบต่อกำลังซื้อครัวเรือนอาจขยายวงกว้างขึ้นกว่าที่ประเมินไว้

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap