พิพัฒน์ตั้งวอร์รูมคมนาคม 24 ชม. รับมือน้ำท่วม ระดมรถ-ราง-เรือ-เครื่องบินช่วยประชาชน

พิพัฒน์ตั้งวอร์รูมคมนาคม 24 ชม. รับมือน้ำท่วม ระดมรถ-ราง-เรือ-เครื่องบินช่วยประชาชน

เมื่อวันที่ 26 กันยายน เวลา 14.30 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยเร่งด่วน และได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเพื่อเผชิญสถานการณ์อุทกภัยเร่งด่วนฉุกเฉิน (ศอฉ.คค.) หรือ War Room ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางบัญชาการ ประสานข้อมูล และบูรณาการทรัพยากรของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ ให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบตลอด 24 ชั่วโมง

ขสมก. จัดรถรับส่งผู้ประสบภัย

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) รายงานว่า จากรถโดยสารทั้งหมด 2,883 คัน สามารถนำออกให้บริการได้ 1,216 คัน หรือประมาณ 42% เนื่องจากหลายเส้นทางมีระดับน้ำสูง โดยเฉพาะบริเวณลำสาลี-ลาดพร้าว และบางแค ขณะที่อู่รถ 2 แห่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจนต้องเคลื่อนย้ายรถเกือบ 200 คันไปยังพื้นที่ปลอดภัย

ขสมก. ได้จัดรถประมาณ 20 คัน สำหรับรับ-ส่งประชาชนจากชุมชนหรือพื้นที่น้ำท่วมออกมายังจุดที่สามารถเดินทางต่อได้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ประชาชนสามารถแจ้งจุดที่ต้องการความช่วยเหลือผ่านช่องทางของ ขสมก.

ด้านกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เตรียมรถจากปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และส่วนกลาง เบื้องต้นรวม 10 คัน พร้อมเข้าสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ที่รถโดยสารทั่วไปไม่สามารถผ่านได้เนื่องจากระดับน้ำสูง

ทางหลวง 22 จังหวัดถูกตัด

กรมทางหลวง (ทล.) รายงานว่า ณ เวลา 14.00 น. โครงข่ายทางหลวงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยใน 22 จังหวัด 85 สายทาง รวม 172 แห่ง โดยได้ระดมเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำ รถบรรทุก รถยก รถลาก และเครื่องจักรเข้าพื้นที่ พร้อมติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ รังสิต ดอนเมือง-วิภาวดีรังสิต และศรีนครินทร์ โดยจุดที่มีระดับน้ำสูงหรือไม่ปลอดภัยจะมีเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่ แจ้งเตือนประชาชน และพิจารณาปิดช่องจราจรหรือปิดเส้นทางตามความจำเป็น

กรมทางหลวงได้เร่งเปิดทางระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเฉพาะพื้นที่ก่อสร้างที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ รวม 3 จุด ได้แก่ บริเวณหน้าไทยพีบีเอส ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จ และอีก 2 จุดบริเวณหน้าไทยรัฐและหน้าการบินไทย ซึ่งได้ระดมเจ้าหน้าที่ ผู้รับจ้าง และเครื่องจักรเข้าดำเนินการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำออกจากพื้นที่วิภาวดี

ทางพิเศษ-รถไฟฟ้าเปิดพื้นที่จอดฟรี

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ประกาศไม่เก็บค่าผ่านทาง ตั้งแต่เวลา 15.00 น. วันที่ 26 กันยายน ถึงเวลา 24.00 น. วันที่ 27 กันยายน 2569 และจะประเมินสถานการณ์เพื่อพิจารณาขยายระยะเวลาหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย พร้อมย้ำให้ประชาชนตรวจสอบทางลงก่อนเดินทาง เนื่องจากทางลงจากทางพิเศษบางแห่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดอาคารและลานจอดรถตามแนวรถไฟฟ้าให้ประชาชนนำรถเข้าจอดฟรี เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วม พร้อมประสานผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ ร่วมเปิดพื้นที่รองรับประชาชน ครอบคลุมแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สีม่วง สีเขียว สีส้ม สีเหลือง และสีชมพู โดยมีจุดสำคัญ เช่น อาคารจอดรถลาดพร้าว คลองไผ่ สามแยกบางใหญ่ บางรักน้อย-ท่าอิฐ แยกนนทบุรี 1 คูคต และมีนบุรี

ขณะรายงาน อาคารจอดรถบริเวณคูคตเต็มแล้ว ส่วนบริเวณแยกนนทบุรี 1 ใกล้เต็ม ขณะที่พื้นที่อื่นยังสามารถรองรับได้ โดยประชาชนสามารถตรวจสอบจำนวนช่องจอดผ่าน MRTA Parking

สำหรับระบบรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สีม่วง สีเหลือง และสีชมพู ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ ส่วนระบบรางอื่นยังรักษาการเดินรถอย่างต่อเนื่องเท่าที่สภาพเส้นทางและมาตรฐานความปลอดภัยอนุญาต

รถไฟ-เรือ-การบิน ปรับเส้นทางตามสถานการณ์

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รายงานว่า เส้นทางสายใต้และสายตะวันออกเฉียงเหนือยังสามารถเดินรถได้ตามปกติ ขณะที่สายตะวันออกและสายเหนือบางช่วงได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทางรถไฟ จึงมีการปรับการเดินรถในจุดที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัย รฟท. ยังเปิดพื้นที่รองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยสถานีกรุงเทพรองรับได้ประมาณ 100 คน และพื้นที่ย่านบางซื่อ/สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์รองรับได้ประมาณ 250 คน

ด้านกรมเจ้าท่ารายงานว่า เรือโดยสารคลองแสนแสบหยุดให้บริการ เนื่องจากระดับน้ำสูงจนกระทบต่อการลอดสะพาน ขณะที่เรือโดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งเรือไฟฟ้าและเรือด่วนเจ้าพระยา ยังสามารถให้บริการได้ ระดับน้ำบริเวณท่าน้ำกรมเจ้าท่ายังต่ำกว่าระดับตลิ่งประมาณ 30-40 เซนติเมตร ขณะที่การระบายน้ำเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

กรมเจ้าท่าจึงแจ้งผู้ประกอบการเดินเรือให้เพิ่มความระมัดระวัง ลดความเร็ว และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากปริมาณการระบายน้ำเพิ่มเกิน 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะพิจารณามาตรการเดินเรือเพิ่มเติมตามสถานการณ์ พร้อมกันนี้ได้เตรียมเรือท้องแบน เจ็ตสกี เจ้าหน้าที่ และยานพาหนะไว้สนับสนุนจังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่ทันทีเมื่อได้รับการร้องขอ

ด้านบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) รายงานว่า ผู้ประกอบการรถร่วมบางรายหยุดให้บริการบางเส้นทาง โดยเฉพาะรถตู้และมินิบัสในภาคตะวันออก เช่น กรุงเทพฯ-ระยอง กรุงเทพฯ-พัทยา กรุงเทพฯ-จันทบุรี และพื้นที่ต่อเนื่อง ขณะที่รถโดยสารขนาดใหญ่ยังสามารถให้บริการได้ อีกทั้ง บขส. ได้จัดเตรียมรถสำรองสำหรับทดแทนเที่ยวรถที่ไม่สามารถเดินทางได้ เพื่อรักษาการให้บริการประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ด้านการบิน ระบบบริหารจราจรทางอากาศยังดำเนินการได้ตามปกติ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมืองมีเที่ยวบินล่าช้าสะสมบางส่วน แต่เที่ยวบินยังสามารถให้บริการได้ และขณะรายงานยังไม่มีผู้โดยสารตกค้างสะสมที่สนามบิน สายการบินต่างๆ มีมาตรการช่วยเหลือผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ โดยผู้โดยสารที่ไม่สามารถเดินทางได้ตามกำหนดสามารถตรวจสอบสิทธิการเปลี่ยนแปลงการเดินทาง หรือเก็บเครดิตบัตรโดยสารไว้ใช้ภายหลังตามเงื่อนไขของแต่ละสายการบิน

นายพิพัฒน์ สั่งทำแผนที่กลาง

ช่วงท้ายการประชุม นายพิพัฒน์ได้มอบข้อสั่งการให้ ศอฉ.คค. และทุกหน่วยงานในสังกัดดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยย้ำว่าเป้าหมายสำคัญคือ “ประชาชนต้องเดินทางได้อย่างปลอดภัย และความช่วยเหลือต้องเข้าไปถึงประชาชน” พร้อมกำหนดแนวทางสำคัญ ได้แก่ การทำ Mapping กลางของกระทรวงคมนาคม รวมข้อมูลจากทุกหน่วยงานให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจนว่า เส้นทางใดเปิด-ปิด จุดใดมีน้ำท่วมสูง รถประเภทใดสามารถผ่านได้ เส้นทางเลี่ยงอยู่ที่ใด รวมถึงจุดที่มีรถช่วยเหลือและช่องทางขอรับความช่วยเหลือ

โดยเฉพาะทางยกระดับ ทางพิเศษ และมอเตอร์เวย์ ต้องแจ้งให้ครบทั้ง “ขึ้นตรงไหนได้-ลงตรงไหนได้-ทางลงใดใช้ไม่ได้” ไม่ใช่แจ้งเพียงว่าเส้นทางเปิด เพื่อป้องกันรถสะสมบนเส้นทาง ห้ามปล่อยให้ประชาชนตัดสินใจเสี่ยงผ่านจุดน้ำท่วมด้วยตนเอง พื้นที่ที่มีระดับน้ำสูงหรือไม่ปลอดภัยต้องมีเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่ มีป้ายและสัญญาณเตือน และปิดช่องจราจรหรือปิดเส้นทางทันทีเมื่อจำเป็น พร้อมให้กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท การทางพิเศษฯ และทุกหน่วยงานที่มีพื้นที่ก่อสร้างเร่งอำนวยความสะดวกการระบายน้ำ

ทั้งนี้ การจัดตั้งวอร์รูมครั้งนี้สะท้อนความพยายามของกระทรวงคมนาคมในการบูรณาการการทำงานข้ามหน่วยงาน เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในภาวะวิกฤต

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap