มานัตยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินสอบเรือฟริเกต ทร.ยันโปร่งใส แถลง 18 ก.ย.

มานัตยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินสอบเรือฟริเกต ทร.ยันโปร่งใส แถลง 18 ก.ย.

พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศ และอดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ เปิดเผยว่าได้ทำหนังสือ 2 ฉบับ ส่งไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินและเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อขอให้ตรวจสอบการคัดเลือกเรือฟริเกตของกองทัพเรือ โดยยืนยันว่าไม่ได้เห็นความผิดปกติ แต่เป็นเรื่องที่ภาคอุตสาหกรรมป้องกันประเทศควรมีส่วนร่วมมานานแล้ว

จุดขาดหาย Local Content

พล.อ.อ.มานัตกล่าวว่า สิ่งที่ขาดหายไปคือ Local Content หรือสัดส่วนการใช้วัตถุดิบ ชิ้นส่วน แรงงาน หรือบริการภายในประเทศในการผลิตยุทโธปกรณ์ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อลดการนำเข้าและสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยีให้กับกองทัพไทย พร้อมระบุว่ากองทัพเรือไม่เคยหารือกับสมาคมอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศ ทั้งที่เรื่องนี้มีการพูดคุยกันมาหลายปี ทั้งในชั้นคณะกรรมาธิการการทหารและสมาชิกวุฒิสภา โดยเฉพาะในช่วงการทำทีโออาร์ที่ควรเชิญสมาคมเข้าร่วมหารือเพราะต้องพิจารณาสัดส่วนการต่อเรือในประเทศและกรอบของระบบต่าง ๆ

“เราบอกว่า system หรือระบบในเรือรบ ไม่ว่าจะเป็นระบบอำนวยการรบ หรือ CMS รวมถึงระบบสื่อสารทางยุทธวิธี หรือ data link เป็นตัวตัดสินชี้ขาดนั้น ไปเอาจากไหนมา เจ้าของเดิมเขา Integrate หรือใช้ด้วยกันได้หรือไม่ งานนี้เป็นเรื่องของประเทศ ทำไมถึงไม่ได้มีส่วนร่วม และปล่อยให้เขาทำกันแบบนี้ ในเมื่อหน่วยงานของรัฐสภาเป็นหน่วยงานของราชการ เช่นเดียวกับกระทรวงก็เป็นหน่วยงานราชการ ซึ่งเป็นของรัฐทั้งหมด แล้วทำไมเวลาทำ เอาประชาชน ภาคสังคมไปอยู่ไหน” พล.อ.อ.มานัตกล่าว

ข้อสังเกต Offset Policy

อดีต ผบ.ทอ.ยังตั้งข้อสังเกตถึงการปรับเปลี่ยนมูลค่า Offset Policy หรือมาตรการชดเชยทางเศรษฐกิจ จากเดิม 2,250 ล้านบาท ในการสัมมนาครั้งก่อน มาเป็น 7,000 ล้านบาทในปัจจุบัน ว่าเป็นไปได้อย่างไร และอยากให้มีการตรวจสอบว่าสามารถทำได้จริงหรือไม่ เนื่องจากไม่ได้ดำเนินการในกองทัพเรือ แต่ต้องเข้าสู่ภาคเอกชน เหตุใดตัวเลขจึงเพิ่มขึ้นถึงขนาดนั้น

ด้าน พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า กองทัพเรือได้ตรวจสอบไปยัง 2 หน่วยงานที่ พล.อ.อ.มานัตไปยื่นหนังสือแล้วว่าได้รับเอกสารหรือยัง แต่ยังไม่มีการแจ้งกลับมา จึงต้องรอดูเอกสารก่อน เพราะต้องการเห็นฉบับจริงว่ามีเนื้อหาอย่างไรและมีเอกสารแนบหรือไม่ ยืนยันว่ากองทัพเรือไม่ได้กังวล เรื่องเหล่านี้จะแถลงในวันที่ 18 กันยายนนี้อยู่แล้ว พร้อมยอมรับว่าการยื่นหนังสือหรืออุทธรณ์อาจส่งผลต่อโครงการเรือฟริเกตซึ่งอาจต้องหยุดชะงัก

“กองทัพเรือก็ต้องรับฟัง แต่เราก็มีความมั่นใจในสิ่งที่ทำว่าโปร่งใสตามกติกาที่ประกาศไว้ คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างสามารถแอ่นอกพูดได้เลยว่าสิ่งที่ทำมาหลายเดือน เขาจะปลอดภัย วันนี้ไม่มีใครอยากติดคุก คงไม่มีใครเอาชีวิตราชการไปเสี่ยง ทุกอย่างที่ออกมาเป็นมติเอกฉันท์ว่าใครตก ใครได้ และเป็นเอกฉันท์ด้วยหลักฐาน และได้มีการแจ้งบริษัทต่อเรือทั้งหมดว่าเพราะอะไร สาเหตุอะไร” โฆษกกองทัพเรือกล่าว

รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือฟริเกต ได้ลงนามในประกาศกองทัพเรือ เรื่องผู้ได้รับการคัดเลือกโครงการจัดหาเรือฟริเกต จำนวน 1 ลำ พร้อมทั้งระบบและอุปกรณ์ อะไหล่ เครื่องมือ เอกสาร ส่วนสนับสนุน การทดสอบทดลอง น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันหล่อลื่น การฝึกอบรม การตรวจรับ การรับประกัน และพิธีกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ที่ได้รับการคัดเลือกคือบริษัท Hanwha Ocean Co., Ltd. จากเกาหลีใต้ ซึ่งเสนอราคา 16,730 ล้านบาท เป็นราคายกเว้นค่าอากรทางศุลกากร แต่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ๆ ค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งปวงไว้แล้ว

จุดติดตามโครงการจัดซื้ออาวุธ

การยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดินครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งจุดติดตามของโครงการจัดซื้ออาวุธขนาดใหญ่ของกองทัพเรือ ซึ่งนอกจากจะกระทบต่อกำหนดการจัดหาเรือฟริเกตลำใหม่แล้ว ยังสะท้อนประเด็นการมีส่วนร่วมของภาคอุตสาหกรรมในประเทศที่นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงมองว่าเป็นโจทย์ระยะยาวของไทยในการลดการพึ่งพาการนำเข้าและสร้างขีดความสามารถภายในชาติ ขณะที่กองทัพเรือยืนยันว่าจะชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดในวันที่ 18 กันยายนนี้

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap