‘มาลัยรัดเกล้า’ ไวรัลใหม่ ปากคลองตลาดคึกคัก รับนักท่องเที่ยว-Gen Z

‘มาลัยรัดเกล้า’ ไวรัลใหม่ ปากคลองตลาดคึกคัก รับนักท่องเที่ยว-Gen Z

มาลัยรัดเกล้า หรือมาลัยร้อยผม กำลังกลายเป็นกระแสไวรัลในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวและ Gen Z ที่พลิกภาพจำของพวงมาลัยไทยจากการใช้ในพิธีกรรมหรือบูชาบนหิ้งพระ สู่การเป็นเครื่องประดับแฟชั่นในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้บรรยากาศบริเวณตลาดดอกไม้ปากคลองตลาด เขตพระนคร คึกคักไปด้วยผู้คนที่เดินทางมาทำมาลัยรัดเกล้าอย่างต่อเนื่อง

จากหิ้งพระสู่แฟชั่น

เทรนด์ดังกล่าวเริ่มก่อตัวตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม และได้รับความนิยมสูงสุดในช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยผู้ประกอบการร้านดอกไม้ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกระแสระบุว่า ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์มีลูกค้าใช้บริการเฉลี่ยสูงถึง 500 คนต่อวัน ทางร้านคิดค่าบริการร้อยมาลัยพร้อมประดับผมที่ 120 บาทต่อคน และเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่ภาพรวมของวันที่ 21 กันยายน เพียงครึ่งวันเช้า (06.00-14.00 น.) มีผู้มาใช้บริการแล้วกว่า 200 คน

กระแสดังกล่าวยังส่งผลดีต่อเศรษฐกิจชุมชน ทำให้มีร้านดอกไม้ในพื้นที่ปรับตัวเปิดให้บริการทำมาลัยรัดเกล้าเพิ่มขึ้นอีก 6-7 ร้าน

นักท่องเที่ยว-คนดังแห่ร่วม

นักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการสะท้อนมุมมองว่า เทรนด์นี้ไม่เพียงแต่สร้างความสวยงาม แต่ยังช่วยส่งเสริมวัฒนธรรมและกระตุ้นการท่องเที่ยวในย่านประวัติศาสตร์ คล้ายคลึงกับกระแสการถือดอกบัวถ่ายภาพตามวัด พิพิธภัณฑ์ และคาเฟ่ในย่านพระนครหรือสะพานพุทธก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ อิทธิพลของเทรนด์ยังดึงดูดความสนใจจากผู้มีชื่อเสียงในวงการบันเทิง โดยระหว่างการลงพื้นที่ ช่างภาพข่าวได้พบกับกลุ่มนักแสดงและศิลปิน อาทิ มุก วรนิษฐ์ ถาวรวงศ์ ที่มาพร้อมศิลปินไอดอลจากค่าย Honey Parades รวมถึง ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ ที่เดินทางมาร่วมประดับผมด้วยมาลัยรัดเกล้าที่ปากคลองตลาดเช่นเดียวกัน ซึ่งถือเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้แฟชั่นที่ผสานกลิ่นอายวัฒนธรรมไทยนี้ขยายวงกว้างและสร้างสีสันให้กับการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานครได้อย่างเป็นรูปธรรม

รากความเชื่อและซอฟต์พาวเวอร์

มาลัยรัดเกล้ามีรากฐานมาจากความเชื่อที่ว่า ศีรษะ และ พวงมาลัย ล้วนเป็นของสูง การนำดอกไม้สด เช่น ดอกมะลิ กุหลาบ ดอกรัก ดอกพุด กล้วยไม้ และจำปี มาร้อยเรียงและประดับบนมวยผมจึงสะท้อนถึงความสง่างามและเป็นสิริมงคล ซึ่งปัจจุบันได้ถูกประยุกต์ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ โดยสามารถใช้ประดับได้ทั้งผู้ที่มีผมสั้นและผมยาว

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนศักยภาพของซอฟต์พาวเวอร์ไทยที่ผสมผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย สร้างมูลค่าและความสนใจในระดับวงกว้าง คาดว่าเทรนด์มาลัยรัดเกล้าจะยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่อง และอาจขยายไปสู่พื้นที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ทั่วประเทศ สร้างรายได้ให้กับชุมชนและผู้ประกอบการรายย่อยต่อไป

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap