วิกฤตอาหารโลกทับซ้อนภูมิรัฐศาสตร์ IMF ชี้ราคาพุ่ง 5 ล้านคนเสี่ยงอดอยาก

วิกฤตอาหารโลกทับซ้อนภูมิรัฐศาสตร์ IMF ชี้ราคาพุ่ง 5 ล้านคนเสี่ยงอดอยาก

ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการการคลัง กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) โรดริโก บัลเดส เปิดเผยในเวทีประชุม IMF-World Bank Annual Meetings 2026 วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ว่า วิกฤตอาหารโลกกำลังทับซ้อนกับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และสภาพอากาศแปรปรวน ส่งผลให้ราคาอาหารสำคัญพุ่งขึ้น منذสงครามตะวันออกกลางปะทุ โดยราคาข้าวเพิ่ม 50% ข้าวสาลี 37% และถั่วเหลือง 21% ขณะที่อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการแพงขึ้นถึง 35% และหากราคาอาหารเพิ่มอีก 20% จะมีผู้คนเกือบ 5 ล้านคนตกอยู่ในภาวะไม่มั่นคงทางอาหาร

Key facts

ภูมิรัฐศาสตร์และสภาพอากาศผลักราคาอาหาร

บัลเดสอธิบายว่า แม้ผลผลิตอาหารรวมของโลกอาจไม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เพราะบางภูมิภาคได้ประโยชน์จากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง แต่ผลกระทบในระดับท้องถิ่นรุนแรงกว่าตัวเลขภาพรวมมาก ภาวะโลกร้อนและการขาดแคลนน้ำกำลังกดดันหลายพื้นที่ ทั้งภูมิภาคซาเฮล คาบสมุทรโซมาลี (Horn of Africa) อเมริกากลาง เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อุณหภูมิและความร้อนสุดขั้วสร้างความเสียหายต่อ GDP ของประเทศที่ได้รับผลกระทบแล้วประมาณ 0.5% ขณะที่ความแปรปรวนของสภาพอากาศมาพร้อมต้นทุนพลังงานและปุ๋ยที่สูงขึ้น ผลักดันให้ราคาอาหารปรับตัวเร็วขึ้น ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าวิกฤตสภาพภูมิอากาศไม่ได้จำกัดผลกระทบแค่ผลผลิตทางการเกษตร แต่ส่งผ่านไปยังราคาอาหาร ความสามารถในการเข้าถึงอาหาร และภาระที่รัฐบาลต้องแบกรับเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โซมาเลียรับแรงกระแทกซ้อน

บิฮี อิมาน เอเกห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโซมาเลีย ระบุว่า ความท้าทายไม่ได้มาจากวิกฤตใดวิกฤตหนึ่ง แต่เป็นการเกิดขึ้นซ้อนกันของแรงกระแทกหลายด้าน (Overlapping Shocks) ทั้งภัยแล้งซ้ำ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่มั่นคงภายใน และการลดลงของความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาจากต่างประเทศ

โซมาเลียพึ่งพาการนำเข้าถึง 75% ของการบริโภคอาหาร ทำให้การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานและความขัดแย้งระหว่างประเทศส่งผลต่อราคาอาหารและเชื้อเพลิงอย่างรวดเร็ว ก่อนส่งผ่านไปยังค่าครองชีพของประชาชน ลำดับเหตุการณ์ในปี 2023 โซมาเลียเผชิญภัยแล้งต่อเนื่องหลายฤดูกาล ตามด้วยผลกระทบจากเอลนีโญในปี 2024 การปรับลด ODA ในปี 2025 และผลกระทบจากความขัดแย้งตะวันออกกลางในปี 2026 ขณะที่ยังต้องจับตาความเสี่ยงซูเปอร์เอลนีโญ จิบูดีแบกรับผู้อพยพ

อิลยาส มูซา ดาวาเลห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและการคลังจิบูดี สะท้อนว่า การขาดแคลนน้ำและทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์จากสภาพภูมิอากาศอาจเพิ่มความขัดแย้งระหว่างชุมชนในประเทศเพื่อนบ้านอย่างเอธิโอเปียและโซมาเลีย และผลักดันให้ผู้ลี้ภัยจากสงครามและภัยพิบัติเดินทางเข้าจิบูดีมากขึ้น

จิบูดีพึ่งพาการนำเข้าอาหารเกือบทั้งหมด จึงต้องแบกรับภาระจัดหาอาหารทั้งสำหรับประชากรของตนเองและผู้ลี้ภัยที่หลั่งไหลเข้ามา สะท้อนว่าวิกฤตความมั่นคงทางอาหารสามารถขยายวงจากปัญหาสภาพภูมิอากาศไปสู่ความมั่นคงของชุมชน การเคลื่อนย้ายประชากร และภาระงบประมาณของรัฐได้ในเวลาเดียวกัน ช่วยประชาชนอย่างไรไม่ให้หนี้บาน

บัลเดสระบุว่า ความร้อนและภัยแล้งกดดันงบประมาณรัฐสองทาง โดยความเครียดจากความร้อนอาจทำให้รายได้รัฐบาลลดลง 0.15-0.4% ของ GDP ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และซาเฮล ขณะที่ภัยแล้งรุนแรงอาจทำให้รายจ่ายภาครัฐเพิ่มขึ้น 0.3-0.4% ของ GDP ในซาเฮลและแอฟริกาตะวันออก โจทย์คือช่วยเหลือประชาชนทันการณ์โดยไม่ให้มาตรการฉุกเฉินกลายเป็นภาระผูกพันระยะยาว

ไนเจล คลาร์ก รองกรรมการผู้จัดการ IMF, เอเกห์ และอาบูบาการ์ นากานาโบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังบูร์กินาฟาโซ เห็นตรงกันว่า การอุดหนุนราคาอาหารหรือเชื้อเพลิงแบบครอบคลุมทุกกลุ่มอาจบรรเทาความเดือดร้อนระยะสั้น แต่มีต้นทุนการคลังสูง ยกเลิกยาก และประโยชน์ส่วนใหญ่อาจตกกับผู้มีรายได้สูงกว่ากลุ่มเปราะบาง

เอเกห์ยกตัวอย่างโซมาเลียซึ่งมีระบบ Mobile Money ครอบคลุมประชากรเกือบ 90% ทำให้รัฐบาลส่งเงินช่วยเหลือถึงมือกลุ่มเปราะบางได้รวดเร็วแม้ในพื้นที่ไม่สงบ ขณะที่ราเนีย อัล-มาชาต และไนเจล คลาร์ก สนับสนุนโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนควบคู่มาตรการอื่น เพื่อบรรเทาความไม่มั่นคงทางอาหารและรักษาโอกาสทางการศึกษา เตรียมระบบก่อนวิกฤต

เวทีเสวนาเสนอให้รัฐบาลลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ทั้งระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล (Digital IDs) และทะเบียนสังคมดิจิทัล (Digital Social Registries) ที่ระบุครัวเรือนเปราะบางได้ล่วงหน้า เพื่อให้ความช่วยเหลือตรงกลุ่มเป้าหมายเกิดขึ้นได้จริงก่อนวิกฤตจะมาถึง ไม่ใช่รอให้ปัญหาเกิดแล้วค่อยแก้

สำหรับประเทศไทยซึ่งพึ่งพาการนำเข้าอาหารบางประเภทและมีภาคเกษตรอ่อนไหวต่อสภาพอากาศ ข้อเสนอเรื่องระบบทะเบียนดิจิทัลและการโอนเงินเจาะจงกลุ่มเปราะบางอาจเป็นบทเรียนที่นำมาปรับใช้ได้ ขณะที่การสร้างกันชนทางการคลังและการเข้าถึงเงินทุนในระบบอาหารเป็นโจทย์ที่ IMF เน้นย้ำ

ทั้งนี้ การประชุม IMF-World Bank Annual Meetings 2026 ยังคงเดินหน้าต่อ โดยคาดว่าจะมีการสรุปข้อเสนอมาตรการรับมือวิกฤตอาหารในเอกสารผลการประชุมช่วงปลายสัปดาห์นี้ ซึ่งจะชี้ว่าประเทศสมาชิกจะนำแนวทาง Targeted Cash Transfers และ Digital Social Registries ไปปรับใช้มากน้อยเพียงใด

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap