ศาลเมลเบิร์นเลื่อนคดี 'แอร์มีนา' สั่งคุมตัวต่อ อัยการ-ทนายขอเวลาหาทางออก

ศาลเมลเบิร์นเลื่อนคดี 'แอร์มีนา' สั่งคุมตัวต่อ อัยการ-ทนายขอเวลาหาทางออก

ศาลเลื่อนพิจารณาคดี

ศาลแขวงเมลเบิร์นได้เลื่อนการพิจารณาคดีของนางสาวแอร์มีนา พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินสายการบินไทย ซึ่งถูกกล่าวหาว่าลักลอบนำเฮโรอีนเข้าประเทศออสเตรเลีย โดยทั้งฝ่ายอัยการและทนายความจำเลยได้ร้องขอต่อผู้พิพากษาคีแรน กิลลิแกน เพื่อขอเวลาเจรจาหาทางออกในคดีนี้ ส่งผลให้ผู้พิพากษาสั่งควบคุมตัวเธอต่อไป และกำหนดให้กลับมาขึ้นศาลอีกครั้งในวันที่ 12 ตุลาคม

รายงานระบุว่า นางสาวแอร์มีนาได้ปรากฏตัวต่อศาลแขวงเมลเบิร์นเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 14 กันยายน โดยทั้งสองฝ่ายได้แจ้งต่อศาลว่าได้เริ่มการหารือเพื่อหาข้อยุติของคดีแล้ว และจำเป็นต้องใช้เวลาเพื่อให้กระบวนการดังกล่าวดำเนินต่อไปได้ ผู้พิพากษากิลลิแกนกล่าวว่าความคืบหน้าดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่ายินดี พร้อมทั้งมีคำสั่งให้ควบคุมตัวเธอไว้ต่อไปจนถึงวันนัดพิจารณาครั้งถัดไป

ข้อกล่าวหาและหลักฐาน

สำหรับข้อกล่าวหา นางสาวแอร์มีนา วัย 26 ปี ถูกตั้งข้อหาด้านยาเสพติด หลังตำรวจตรวจพบเฮโรอีนมูลค่าสูงถึง 500,000 ดอลลาร์สหรัฐในตลาดมืด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางของเธอ จึงถูกควบคุมตัวที่สนามบินเมลเบิร์นเมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา ตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลียระบุว่าเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรพบความผิดปกติขณะเอกซเรย์กระเป๋าเดินทาง และพบเฮโรอีนน้ำหนักกว่า 1 กิโลกรัม ถูกเย็บซ่อนไว้ในซับในของกระเป๋าผ้าทรงโท้ทจำนวน 12 ใบ

ทั้งนี้ เธอถูกตั้งข้อหาลักลอบนำเข้ายาเสพติดผิดกฎหมายในปริมาณที่มีนัยสำคัญทางการค้า และข้อหาครอบครองยาเสพติดผิดกฎหมายในปริมาณที่มีนัยสำคัญทางการค้า ซึ่งทั้งสองข้อหามีโทษสูงสุดคือจำคุก 25 ปี หากพบว่ามีความผิดจริง

คำเตือนจากหน่วยงาน

ด้านนายคลินต์ ซิมส์ ผู้บัญชาการหน่วยงานควบคุมพรมแดนออสเตรเลีย (เอบีเอฟ) กล่าวว่า ทางหน่วยงานตระหนักดีว่ากลุ่มอาชญากรข้ามชาติมุ่งเป้าไปที่ลูกเรือของสายการบินต่างๆ เพื่อใช้เป็นช่องทางในการลักลอบขนยาเสพติดเข้าประเทศ

“ใครก็ตามที่พยายามลักลอบนำยาเสพติดผิดกฎหมายเข้าประเทศออสเตรเลีย ไม่ว่าจะอยู่ในระดับหรือตำแหน่งใด จะตกเป็นเป้าหมายของการตรวจสอบและต้องเผชิญกับบทลงโทษตามกฎหมายอย่างเต็มที่” นายซิมส์กล่าว และว่า หน่วยงานเอบีเอฟยังคงเฝ้าระวังภัยคุกคามจากบุคคลภายในองค์ที่ได้รับความไว้วางใจ และจะเดินหน้าตรวจจับรวมถึงสกัดกั้นพฤติกรรมดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยของพรมแดนและปกป้องสังคมออสเตรเลีย

การเลื่อนพิจารณาคดีครั้งนี้ถือเป็นความคืบหน้าที่ทั้งสองฝ่ายเปิดทางเจรจา แม้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของแนวทางที่อาจนำไปสู่ข้อยุติ สำหรับสังคมไทย คดีนี้เป็นกรณีที่สะท้อนความเสี่ยงของบุคลากรในสายการบินซึ่งอาจถูกกลุ่มขบวนการยาเสพติดข้ามชาติใช้เป็นช่องทางขนส่ง ขณะที่กระบวนการยุติธรรมออสเตรเลียให้ความสำคัญกับความผิดฐานนำเข้ายาเสพติดปริมาณมาก ซึ่งมีอัตราโทษสูง และการนัดพิจารณาครั้งต่อไปในเดือนตุลาคมจะเป็นการวัดทิศทางว่าคดีจะจบด้วยการเจรจาหรือต้องเข้าสู่การต่อสู้ในชั้นศาลอย่างเต็มรูปแบบ

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap