ศุภชัยทักท้วงโรม ปมเชิญ 'สุชาดา-ไชยชนก' ชี้อาจเกินอำนาจ กมธ.

ศุภชัยทักท้วงโรม ปมเชิญ 'สุชาดา-ไชยชนก' ชี้อาจเกินอำนาจ กมธ.

การประชุมที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา เกิดประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เมื่อศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการ ได้ทักท้วงการปฏิบัติหน้าที่ของรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมเรียกร้องให้ยึดข้อบังคับและมติของคณะกรรมาธิการอย่างเคร่งครัด

ประเด็นสำคัญที่ศุภชัยหยิบยกขึ้นมา คือการบรรจุเรื่องเข้าสู่ระเบียบวาระโดยไม่มีมติของคณะกรรมาธิการ ซึ่งเขาเห็นว่าไม่ควรเป็นอำนาจที่ประธานจะดำเนินการได้โดยลำพัง โดยได้ทำหนังสือถึงประธานคณะกรรมาธิการเพื่อทักท้วงหลายกรณี

ปมเชิญสองบุคคลชี้แจง

กรณีที่กลายเป็นชนวนสำคัญ คือการเชิญสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย และไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ ซึ่งศุภชัยยืนยันว่าจำเป็นต้องตรวจสอบก่อนว่าอยู่ในขอบเขตอำนาจของคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ หรือไม่ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าหากไม่มีอำนาจตามข้อบังคับ ก็ไม่ควรนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณา

“กมธ.ไม่ได้เป็นของประธานคนเดียว” ศุภชัยระบุ พร้อมชี้ว่าแม้ประธานจะมีหน้าที่บริหารการประชุม แต่ก็เป็นเพียงหนึ่งในกรรมาธิการทั้ง 15 คน การดำเนินการสำคัญจึงควรอยู่บนพื้นฐานของมติและการมีส่วนร่วมของคณะกรรมาธิการ

ห่วงงานซ้ำซ้อนสามคณะ

อีกประเด็นที่ศุภชัยหยิบยกคือปัญหางานซ้ำซ้อนระหว่างคณะกรรมาธิการ โดยระบุว่าปัจจุบันมีการแบ่งหน้าที่ของคณะกรรมาธิการแต่ละชุดไว้อยู่แล้ว แต่หลายเรื่องกลับถูกนำมาตีความให้เกี่ยวข้องกับงานด้านกฎหมาย และดึงเข้าสู่คณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ส่งผลให้บางเรื่องถูกพิจารณาซ้ำหลายคณะ

“บางเรื่องซ้ำซ้อนกันถึง 3 คณะ ทำให้ข้าราชการต้องวิ่งรอบชี้แจงหลายที่ เสียทั้งเวลาและทรัพยากร วันนี้จึงต้องมีคำตอบจากประธานสภาฯ ว่าปัญหานี้จะแก้ไขอย่างไร” ศุภชัยกล่าว

เขาย้ำว่าได้ยื่นเรื่องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว เพื่อขอให้พิจารณาขอบเขตอำนาจและปัญหาการทำงานซ้ำซ้อน พร้อมยืนยันว่าการตรวจสอบครั้งนี้มีเป้าหมายให้การทำงานของคณะกรรมาธิการเป็นไปตามข้อบังคับ มีความชัดเจน และไม่สร้างภาระซ้ำซ้อนให้กับหน่วยงานที่ต้องเข้าชี้แจง

จับตาคำตอบประธานสภาฯ

ศุภชัยยังทักท้วงการเปลี่ยนแปลงวันและเวลาประชุมจากข้อตกลงเดิมที่กำหนดประชุมวันพฤหัสบดี โดยระบุว่าการนัดประชุมในช่วงเวลาอื่นอาจกระทบต่อกรรมาธิการที่มีภารกิจในคณะกรรมาธิการชุดอื่น และทำให้ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้อย่างเต็มที่

ขณะเดียวกันยังตั้งข้อสังเกตถึงการนำเรื่องที่ยังไม่ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการไปแถลงต่อสื่อมวลชน ซึ่งอาจทำให้สังคมเข้าใจว่าเป็นมติของคณะกรรมาธิการ ทั้งที่ยังไม่ได้มีการพิจารณาร่วมกัน

“ถ้าจะทำเรื่องสุชาดา ผมยืนยันว่าไม่มีอำนาจใดที่ กมธ. คณะนี้จะทำได้ และถ้าทำไปแล้วถูกร้องว่าการพิจารณาผิดข้อบังคับ ทุกคนจะโดนกันหมดและได้รับผลกระทบ” ศุภชัยกล่าว

ทั้งนี้ แม้หนังสือทักท้วงดังกล่าวจะดำเนินการในนามของตนเอง แต่ศุภชัยระบุว่าพร้อมนำประเด็นเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อให้กรรมาธิการทุกคนร่วมกันพิจารณา และยืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบตามขั้นตอน เพื่อให้การใช้อำนาจของคณะกรรมาธิการอยู่ภายใต้ข้อบังคับและตรวจสอบได้

สำหรับผู้ติดตามความเคลื่อนไหวในวงงานนิติบัญญัติ ประเด็นนี้สะท้อนความตึงเครียดเรื่องการแบ่งขอบเขตอำนาจระหว่างคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการกลั่นกรองกฎหมายและกระทบต่อภาระของหน่วยงานรัฐที่ต้องเข้าชี้แจงซ้ำหลายแห่ง จึงต้องจับตาว่าประธานสภาผู้แทนราษฎรจะมีแนวทางจัดการปัญหาความซ้ำซ้อนนี้อย่างไรในระยะต่อไป

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap