สีจิ้นผิงพบทรัมป์ 24 กันยายนนี้ ทรัมป์รับเองถึงสนามบิน

สีจิ้นผิงพบทรัมป์ 24 กันยายนนี้ ทรัมป์รับเองถึงสนามบิน

ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงแห่งจีนเตรียมหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ในโอกาสเดินทางเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการในวันที่ 24 กันยายนนี้ โดยทรัมป์มีแผนเดินทางไปต้อนรับสีจิ้นผิงด้วยตนเองที่สนามบิน ณ ฐานทัพอากาศ Joint Base Andrews ซึ่งนับเป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้ยากสำหรับผู้นำสหรัฐฯ

พิธีการสำคัญของการเยือนครั้งนี้ประกอบด้วยพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการภายในทำเนียบขาว การตรวจแถวกองทหารเกียรติยศที่สวนกุหลาบ (Rose Garden) และงานเลี้ยงอาหารค่ำระดับรัฐพิธี (State Dinner) ในช่วงเย็น โดยงานเลี้ยงอาหารค่ำระดับรัฐพิธีจะมี CEO และผู้นำระดับสูงในวงการเทคโนโลยีเข้าร่วมหลายคน เช่น เจฟฟ์ เบโซส (Amazon) ซุนดาร์ พิชัย (Alphabet) แซม อัลต์แมน (OpenAI) ทิม คุก (Apple) อีลอน มัสก์ (Tesla) เจนเซน หวง (Nvidia) และไมเคิล เดลล์ (Dell Technologies)

ประคับประคองการค้า

คาดว่าการพบกันครั้งนี้จะเน้นไปที่การประคับประคองและสร้างความเสถียรให้กับความสัมพันธ์ทางการค้าที่ยังเปราะบาง รวมถึงการรักษาสัมพันธภาพส่วนตัวระหว่างผู้นำ มากกว่าการบรรลุข้อตกลงใหม่หรือเป้าหมายเชิงนโยบายที่วัดผลได้อย่างชัดเจน

หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าวาระสำคัญที่ผู้นำทั้งสองจะหารือกัน ได้แก่ แร่แรร์เอิร์ธและแร่ธาตุสำคัญ (Rare Earths & Critical Minerals) โดยคาดว่าจะมีการพูดคุยเรื่องการไหลเวียนของแร่แรร์เอิร์ธสู่เศรษฐกิจโลก รวมถึงเรื่องหลักประกันความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน การออกใบอนุญาตส่งออก และกรอบควบคุมการส่งออก เนื่องจากจีนถือครองอำนาจผูกขาดในตลาดแร่แรร์เอิร์ธที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์

ประเด็นการค้าและภาษีถือเป็นวาระสำคัญของผู้นำทั้งสองประเทศในการหารือกัน แต่จะเป็นไปในลักษณะประคับประคองภาวะสงบศึกทางการค้า (Trade Détente) โดยไม่ได้มุ่งเป้าไปที่การยกเลิกภาษีหรือปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์ทางการค้าใหม่ทั้งหมด (Grand Reset) แต่เน้นการประคับประคองภาวะสงบศึกทางการค้าที่ยังคงเปราะบางให้มีความเสถียรและดำเนินต่อไป

ในอดีต ทรัมป์เคยพยายามใช้มาตรการตั้งกำแพงภาษีระลอกใหญ่เพื่อกดดันจีน แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปตามเป้า เนื่องจากจีนใช้การผูกขาดการส่งออกแร่แรร์เอิร์ธ (Rare Earths) ที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือต่อรอง จนบีบให้เกิดการเจรจาสงบศึกทางการค้าขึ้น

สมรภูมิเทคโนโลยีและรถอีวี

ปัญญาประดิษฐ์และการแข่งขันทางเทคโนโลยี (AI & Technology Competition) เป็นอีกหนึ่งวาระที่ผู้นำจีนและสหรัฐฯ จะหารือเรื่องการบริหารจัดการการแข่งขันทางเทคโนโลยี มาตรการควบคุมการส่งออกชิปขั้นสูงและโมเดล AI ควบคู่ไปกับการเจรจาเรื่องความปลอดภัยของ AI (AI safety) เพื่อลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุทางไซเบอร์ การประเมินสถานการณ์ผิดพลาด หรือการยกระดับความขัดแย้งโดยไม่ตั้งใจ

ด้านรถยนต์ไฟฟ้าและการเข้าถึงตลาด (EVs & Auto Access) การหารือเรื่องตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญระหว่างสีและทรัมป์ ซึ่งที่ผ่านมาจีนเป็นผู้ส่งออกหลักของโลก โดยทรัมป์มีท่าทีผ่อนคลายลง และเปิดรับการให้ผู้ผลิตรถยนต์จีนเข้ามาตั้งโรงงานในสหรัฐฯ เพิ่มมากยิ่งขึ้น หากมีการจ้างงานแรงงานชาวอเมริกัน แม้ว่าจะต้องเผชิญกับแรงต้านอย่างหนักจากภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ภายในสหรัฐฯ ก็ตาม ปัจจุบันปริมาณรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนถูกปิดกั้นไม่ให้เข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ด้วยอัตราภาษีศุลกากรที่สูงกว่า 100%

ภูมิรัฐศาสตร์ที่จับตา

ในด้านภูมิรัฐศาสตร์และความมั่นคง (Geopolitical Flashpoints) ทั้งสองมีแนวโน้มที่จะหารือกันในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับไต้หวัน ซึ่งเป็นประเด็นความมั่นคงที่อ่อนไหวที่สุด โดยจีนเคยขู่ว่าจะถอนตัวจากการประชุม หากสหรัฐฯ อนุมัติการขายอาวุธระลอกใหม่ให้แก่ไต้หวัน

ส่วนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับตะวันออกกลางและอิหร่านนั้น จะมุ่งเน้นไปที่การหารือเกี่ยวกับโอกาสทางการค้า การคว่ำบาตร และความมั่นคงทางทะเลที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและซัพพลายเชนด้านพลังงานของโลก ส่วนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับยูเครนและรัสเซียนั้น ผู้นำทั้งสองอาจจะหยิบยกประเด็นสงครามในยูเครนขึ้นมาหารือ โดยเฉพาะในบริบทของความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับรัสเซีย แนวทางการทูตในอนาคต หรือการรักษาเสถียรภาพของโลกในภาพรวม

อีกหนึ่งจุดสำคัญคือการรอดูว่าความเห็นที่ต่างกันในประเด็นภูมิรัฐศาสตร์จะถูกแยกออกจากเรื่องการเจรจาทางการค้าและเทคโนโลยีได้หรือไม่ หรือจะปล่อยให้ประเด็นเหล่านี้เข้ามาขัดขวางการเจรจาหลัก

สำหรับผู้อ่านชาวไทย การประชุมสุดยอดครั้งนี้มีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยในฐานะประเทศที่พึ่งพาการค้าและการลงทุนจากทั้งสองมหาอำนาจ โดยเฉพาะในห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และรถยนต์ไฟฟ้า ที่ไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค ทิศทางของภาวะสงบศึกทางการค้าและมาตรการควบคุมการส่งออกชิปหรือแร่แรร์เอิร์ธจึงอาจส่งผลต่อต้นทุนและจังหวะการลงทุนของภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะต่อไป

การประชุมสุดยอดผู้นำครั้งนี้ที่พยายามผ่อนคลายบรรยากาศที่ตึงเครียดในความสัมพันธ์ที่ยังเปราะบาง จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความเสถียรที่ยั่งยืน หรือเป็นเพียงการชะลอความตึงเครียดไว้ชั่วคราว ก่อนที่ความท้าทายรอบใหม่จะเริ่มต้นขึ้น ต้องจับตามอง

แฟ้มภาพ: Evan Vucci / Pool / File Photo / Reuters

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap