สีหศักดิ์ฟาดเขมรบนเวที UNCLOS เล่นบทเหยื่อ ย้ำเกาะกูดของไทย นัดถกรอบ 2 ที่กรุงเฮก

สีหศักดิ์ฟาดเขมรบนเวที UNCLOS เล่นบทเหยื่อ ย้ำเกาะกูดของไทย นัดถกรอบ 2 ที่กรุงเฮก

ไทยย้ำจุดยืนปกป้องอธิปไตย

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย กล่าวถ้อยแถลงในการประชุมคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) นัดแรกที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 15 กันยายน โดยกล่าวหากัมพูชาว่ากล่าวร้ายไทยซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเวทีระหว่างประเทศ นำเสนอข้อมูลเท็จ และสร้างภาพว่าตนเป็นผู้ถูกกระทำ ซึ่งขัดกับคำพูดของนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ที่มักเรียกร้องให้สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกัน

นายสีหศักดิ์ยืนยันอย่างมั่นคงว่า ประเทศไทยจะปกป้องอธิปไตยและสิทธิทางทะเลอย่างเต็มที่ โดยปฏิเสธเส้นอ้างสิทธิทางทะเลแต่เพียงฝ่ายเดียวของกัมพูชา และย้ำชัดเจนว่ากระบวนการไกล่เกลี่ยภายใต้เวที UNCLOS นี้ไม่เกี่ยวข้องกับเกาะกูด แต่พุ่งเป้าไปที่การเจรจากำหนดเขตแดนทางทะเลเท่านั้น

ต่อมา นายสีหศักดิ์ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้พบกับรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งตนได้เสนอมาตรการที่ปฏิบัติได้จริงในการสร้างความเชื่อมั่น และช่วยให้เดินหน้าต่อไปอย่างมั่นใจในประเด็นที่เห็นต่างกัน แต่เป็นที่น่าเสียดายที่กัมพูชาไม่ค่อยให้โอกาสอย่างแท้จริงกับแนวทางดังกล่าว และในมุมมองของไทย สิ่งนี้สะท้อนถึงแนวทางและพฤติกรรมที่น่าเป็นห่วงอย่างต่อเนื่องของกัมพูชา แทนที่จะเข้าร่วมทวิภาคีอย่างเต็มที่และจริงใจ

กัมพูชาเล่นบทผู้ถูกกระทำ

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า “กัมพูชายังคงกล่าวร้ายประเทศไทยครั้งแล้วครั้งเล่า โดยนำเสนอเรื่องราวที่เป็นเท็จ บิดข้อเท็จจริง และกล่าวหาประเทศไทยโดยไม่มีมูล แทบทุกวัน รวมถึงในเวทีระหว่างประเทศ กัมพูชามักเล่นบทผู้ถูกกระทำ ด้วยความเชื่อมั่นว่าตัวเองดีเหนือผู้อื่น และเพื่อสร้างภาพว่าตัวเองมีความชอบธรรม เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าการเมืองภายในมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมเช่นนี้ของกัมพูชา”

นายสีหศักดิ์กล่าวอีกว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศและความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งสองฝ่าย ไม่ควรถูกนำมาเป็นข้อต่อรองเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองระยะสั้น แต่กลับเป็นแนวทางที่กัมพูชาเลือกใช้มาตลอด และสร้างผลกระทบอย่างร้ายแรง อีกทั้งยังปลุกกระแสความรู้สึกของสาธารณชน เพิ่มความตึงเครียด และทำให้ท่าทีของแต่ละฝ่ายแข็งกร้าวยิ่งขึ้น ซึ่งยิ่งทำให้การปรับท่าทีและการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเป็นไปได้ยากขึ้น แต่วิธีที่ประเทศไทยยึดถือมาตลอดคือการใช้กลไกกฎหมายควบคู่กับการทูตที่ชัดเจน เพื่อสร้างความไว้วางใจ การทูตต้องไม่กลายเป็นการแข่งขันความเหนือกว่าเพื่อแสวงหาประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว

ยกเลิกเอ็มโอยูปี 2544

นายสีหศักดิ์กล่าวถึงการตัดสินใจของไทยในการยกเลิกเอ็มโอยูไทย-กัมพูชา ปี 2544 ซึ่งกัมพูชาอ้างว่าการยกเลิกดังกล่าวทำให้กัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการเริ่มกระบวนการประนอมฯ นี้ คำกล่าวอ้างนี้ไม่เป็นความจริง เพราะข้อเท็จจริงคือตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา มีการจัดประชุมอย่างเป็นทางการได้เพียง 2 ครั้งเท่านั้น ทำให้เห็นชัดว่าเอ็มโอยูปี 2544 ไม่ได้ก่อให้เกิดความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม ไทยจึงเลือกที่จะเริ่มการเจรจาใหม่อีกครั้ง โดยการให้สัตยาบันเข้าเป็นภาคี UNCLOS ของกัมพูชาจะเป็นโอกาสเหมาะสมในการเจรจาบนพื้นฐานอันเดียวกันที่มีความมั่นคงยิ่งขึ้น

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ตนได้เสนอต่อกัมพูชาด้วยตนเองว่าให้เริ่มการเจรจาระหว่างกันในเรื่องเขตทางทะเล ซึ่งน่าจะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์และเปิดทางไปสู่การแก้ไขประเด็นคั่งค้างอื่นๆ อีกทั้งได้เสนอว่าถ้าไม่สามารถบรรลุข้อตกลงภายใน 6 เดือน ก็เข้าสู่กระบวนการประนอมร่วมกันได้

กัมพูชาชูติมอร์เลสเต

ด้านนายปรัก สุคน กล่าวถ้อยแถลงว่า กัมพูชามีความมุ่งมั่นที่จะระงับข้อพิพาทเขตแดนทางทะเลโดยสันติวิธีและภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศตั้งแต่กลางทศวรรษ 90 เมื่อปี 2544 ทั้งสองประเทศได้ตกลงทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) เกี่ยวกับพื้นที่อ้างสิทธิในไหล่ทวีปซับซ้อนระหว่างสองประเทศ อย่างไรก็ดีแม้จะมีความพยายามเจรจาระงับข้อพิพาท กัมพูชาและไทยยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในเรื่องการกำหนดเขตแดนทางทะเล การพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน และทรัพยากรที่อยู่ในพื้นที่ก็ยังไม่มีการใช้ประโยชน์ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา ไทยประกาศยกเลิก MOU ฝ่ายเดียว รัฐบาลกัมพูชาได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนต่อแนวทางสันติวิธีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศและการระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธี จึงเลือกริเริ่มกระบวนการประนอมภายใต้ UNCLOS ซึ่งกัมพูชามองว่าเป็นวิธีที่สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ไม่ใช่เป็นการสร้างสถานการณ์เพิ่มเติม

นายปรักกล่าวว่า การประนอมครั้งนี้กัมพูชามีเป้าหมายหลักคือการระงับข้อพิพาทที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนของสองประเทศ ส่งเสริมสันติภาพ ความร่วมมือและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันในภูมิภาค กัมพูชาหวังว่าคณะกรรมาธิการจะสนับสนุนให้ทั้งสองประเทศสามารถบรรลุสนธิสัญญาภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศในการกำหนดเขตแดนทางทะเลเพียงเส้นเดียวระหว่างสองประเทศ ขณะเดียวกันกัมพูชาก็พร้อมจะบรรลุข้อตกลงเพื่อพัฒนาทรัพยากรชั่วคราวอย่างเท่าเทียมกัน และหวังว่าคณะกรรมาธิการประนอมจะช่วยทำให้สองประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง ฟื้นฟูความสัมพันธ์เพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน และช่วยให้กัมพูชาและไทยนำไปสู่ผลลัพธ์ที่คล้ายคลึงกับกรณีของติมอร์เลสเตและออสเตรเลีย ซึ่งจะนำไปสู่สันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันในภูมิภาค

ทั้งนี้ การประชุมคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ระหว่างไทยและกัมพูชา นัดแรกจัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 15 กันยายน และทั้งสองฝ่ายมีกำหนดนัดหารือรอบที่ 2 ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในเดือนตุลาคมนี้

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap