สุชาติสั่งกรมป่าไม้แจงปมรื้อไร่ขิงไชยปราการ 258 ไร่ เร่งฟันนายทุนบุกรุกป่า

สุชาติสั่งกรมป่าไม้แจงปมรื้อไร่ขิงไชยปราการ 258 ไร่ เร่งฟันนายทุนบุกรุกป่า

สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ให้กรมป่าไม้เร่งตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีปฏิบัติการ "พิทักษ์ไชยปราการ" เข้ารื้อถอนแปลงปลูกขิงเนื้อที่ 258 ไร่ ในตำบลแม่ทะลบ อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ หลังเกิดข้อซักถามบนสังคมออนไลน์เกี่ยวกับสภาพพื้นที่และการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ

Key facts

ทำไมรัฐมนตรีจึงต้องออกโรงสั่งการ

สุชาติกำชับให้การดำเนินการเป็นไปอย่างโปร่งใส ยึดข้อเท็จจริงและกฎหมายเป็นหลัก พร้อมเร่งแก้ปัญหาการบุกรุกป่าอย่างจริงจัง ควบคู่กับการคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ โดยมอบหมายให้ นิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ เร่งชี้แจงรายละเอียดให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจน ติดตามการดำเนินงานให้เป็นไปตามกฎหมาย และขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบุกรุกอย่างเต็มที่

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระบุว่า ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าไชยปราการถือเป็นปัญหาสะสมที่ต้องเร่งแก้ไขเพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติและพื้นที่ต้นน้ำ พบร่องรอยตัดไม้สักในลำห้วย

พัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า จากการลงพื้นที่พบร่องรอยการตัดไม้สักทิ้งไว้ในลำห้วยบริเวณที่เตรียมปลูกขิง แม้ อ.อ.ป. จะจัดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบต่อเนื่อง แต่ด้วยข้อจำกัดด้านกำลังคนจึงเกิดช่องโหว่ให้มีการบุกรุก

สำหรับแนวทางดำเนินการต่อไป เจ้าหน้าที่จะพิจารณาข้อเท็จจริงแยกตามแปลงอย่างรอบคอบ หากเป็นแปลงปลูกข้าวและข้าวโพดของชาวบ้านในท้องถิ่น จะอนุโลมให้เก็บเกี่ยวผลผลิตได้เพื่อลดผลกระทบต่อวิถีชีวิต

แต่สำหรับแปลงปลูกขิงที่กำลังตรวจสอบความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนนอกพื้นที่ จะเร่งรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ขยายผลถึงเจ้าหน้าที่รัฐ

นอกจากนี้ ยังเตรียมขยายผลประเด็นข้อสงสัยเรื่องการมีส่วนเกี่ยวข้องของเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจนำกลุ่มทุนเข้ามาบุกรุก โดย อ.อ.ป. ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว พร้อมประสานหน่วยงานความมั่นคงและ บก.ปทส. ร่วมตรวจสอบ หากพบผู้กระทำผิดหรือเจ้าหน้าที่บกพร่องต่อหน้าที่ จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด

สำหรับผู้อ่านในไทย ประเด็นนี้สะท้อนต้นทุนของการดูแลผืนป่าต้นน้ำซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับคุณภาพน้ำและความเสี่ยงอุทกภัยในลุ่มน้ำสายหลักของภาคเหนือ ก้าวต่อไปหลังส่งคืนพื้นที่

กรมป่าไม้ตั้งเป้ารื้อถอนแปลงปลูกขิงให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน ก่อนที่ อ.อ.ป. จะส่งมอบพื้นที่คืนให้กรมป่าไม้ เพื่อเดินหน้าแผนฟื้นฟูสภาพป่าและระบบนิเวศต้นน้ำลุ่มน้ำแม่ทะลบต่อไป โดยย้ำจุดยืนในการบังคับใช้กฎหมายกับผู้บุกรุก ควบคู่กับการให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้าน และส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมดูแลผืนป่าอย่างยั่งยืน

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap