หนี้ครัวเรือนไทยพุ่งนิวไฮ 17 ปี เฉลี่ย 8 แสนบาท หอการค้าไทยชี้ค่าครองชีพสูงรายได้ไม่พอ แ…

หนี้ครัวเรือนไทยพุ่งนิวไฮ 17 ปี เฉลี่ย 8 แสนบาท หอการค้าไทยชี้ค่าครองชีพสูงรายได้ไม่พอ แ…

เมื่อวันที่ 17 กันยายน นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจสถานภาพหนี้ครัวเรือนไทยปี 2569 ซึ่งจัดทำระหว่างวันที่ 7-13 กันยายน 2569 จากกลุ่มตัวอย่าง 1,720 ราย พบว่าภาระหนี้เฉลี่ยต่อครัวเรือนพุ่งสูงสุดในรอบ 17 ปี แตะระดับ 794,945.49 บาท เพิ่มขึ้น 7.3% จากปี 2568 ที่มีหนี้เฉลี่ย 740,596.94 บาท

หนี้เฉลี่ยทะลุ 8 แสน

ผลสำรวจระบุว่า 91.8% ของกลุ่มตัวอย่างมีหนี้สิน ลดลงจาก 95.1% ในปี 2568 ขณะที่ 8.2% ไม่มีหนี้ โดยในจำนวนผู้มีหนี้ เป็นหนี้ในระบบ 77.2% และหนี้นอกระบบ 22.8% ภาระผ่อนชำระเฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 21,935.31 บาท เพิ่มขึ้น 8.11% จากปีก่อน แม้สัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีจะลดลง แต่ความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือนยังอ่อนแอ โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อยและครัวเรือนที่มีค่าใช้จ่ายสูง

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า "ระดับหนี้เฉลี่ยในหลักเกือบ 8 แสนบาทต่อครัวเรือน ถือว่าสูงสุดตั้งแต่ปี 2552 ที่ ม.หอการค้าไทย เริ่มสำรวจสถานภาพหนี้ครัวเรือนขึ้น หรือประมาณ 17 ปี สะท้อนถึงภาระหนี้ยังคงกดดันกำลังซื้อและสภาพคล่องของครัวเรือน"

คนอายุ 30 ครึ่งหนึ่งมีหนี้

ผลสำรวจยังชี้ว่า คนไทยที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไปมากกว่าครึ่งหนึ่งเริ่มมีหนี้สินแล้ว ขณะที่ผู้สูงอายุในวัย 70 ปี ยังต้องแบกรับภาระหนี้เฉลี่ยเกือบ 300,000 บาท และมีเพียง 14.4% เท่านั้นที่สามารถออมเงินได้ตามแผนสำหรับยามเกษียณ

สาเหตุที่หนี้ครัวเรือนยังสูงต่อเนื่อง นอกจากเศรษฐกิจโตไม่โดดเด่นแล้ว ภาระค่าครองชีพโดยเฉพาะต้นทุนพลังงานยังเป็นแรงกดดันสำคัญ

ข้อเสนอแก้หนี้ยั่งยืน

สำหรับแนวทางแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน นายธนวรรธน์ มองว่าควรให้ความสำคัญกับการเพิ่มรายได้หรือยกระดับค่าจ้างมากที่สุด 20.7% รองลงมาคือให้ความรู้ด้านการเงิน 17.7% ปรับปรุงระบบประกันสังคม 16.3% และจัดโปรแกรมปรับโครงสร้างหนี้ 15.4%

ส่วนเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการมากที่สุด คือ เพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำหรือปรับโครงสร้างค่าจ้าง 21.1% สร้างระบบข้อมูลหนี้ครัวเรือนให้ครบถ้วน 16.2% เพิ่มการควบคุมโฆษณาผลิตภัณฑ์ทางการเงิน 15.8% และส่งเสริมการออมและการลงทุนระยะยาว 11%

ศูนย์พยากรณ์ฯ ประเมินว่าหนี้ครัวเรือนทั้งระบบมีโอกาสเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 16.5-16.6 ล้านล้านบาทภายในสิ้นปี 2569 จากปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสภาพคล่องของครัวเรือนที่ยังเป็นอุปสรรค

ครม.เศรษฐกิจ-ภาษีสหรัฐ

ในวันเดียวกัน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ BOI to IPO ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากรัฐบาลมุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยยุคใหม่ด้วยนโยบายที่เน้นการลงทุนเป็นตัวนำ

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า บีโอไอจะให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมเพื่อสร้างแรงจูงใจ โดยบริษัทกลุ่มเศรษฐกิจใหม่หรือนิวอีโคโนมีที่ได้รับการรับรองจากตลาดหลักทรัพย์ฯ จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม 3 ปี หรือลดหย่อน 50% เพิ่มเติม 5 ปี ส่วนบริษัททั่วไปจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม 2 ปี หรือลดหย่อน 50% เพิ่มเติม 3 ปี ขึ้นกับประเภทกิจการ

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงผลการเจรจาภาษีสหรัฐอเมริกาว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รายงานว่าเรื่องหลักการหารือกันจะถึงข้อสุดท้ายแล้ว หารือกันเกือบทั้งหมดเหลืออยู่นิดหนึ่ง และพยายามจะให้ระดับผู้นำได้พูดคุยกัน โดยวันที่ 18 กันยายน ตนจะหารือกับนางศุภจี ในรายละเอียด ซึ่งผลการเจรจาถือว่าเป็นไปในแนวทางที่ดี

เมื่อถามว่าจะต่อสายหารือกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนเพิ่งกลับจากต่างประเทศ แต่หากจะมีการต่อสายคุยกัน ตนก็ได้รับการรายงานรายละเอียดการพูดคุยมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งอยู่ในจังหวะที่ผู้แทนการค้าทั้งสองฝ่ายพร้อมที่จะให้มีการต่อสายพูดคุยในประเด็นสุดท้าย ถ้าตนได้มีโอกาสคุยก็จะขอท่านในเรื่องที่ท่านบอกว่าประเทศไทยปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา เรื่องการเก็บกวาดทุ่นระเบิดและปราบสแกมเมอร์ เราทำตามหมดทุกอย่าง จำได้ไหมที่ท่านบอกว่าจะพิจารณาอัตราภาษีให้เป็นพิเศษ ตนก็จะเรียนถามว่าไทยจะได้ตรงนี้หรือไม่

สถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงสุดในรอบ 17 ปี สะท้อนความเปราะบางของเศรษฐกิจฐานรากที่อาจฉุดรั้งการบริโภคและการเติบโตในระยะต่อไป ขณะที่มาตรการกระตุ้นการลงทุนและผลการเจรจาการค้าระหว่างประเทศยังต้องจับตาว่าจะช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยได้มากน้อยเพียงใด

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap