อนุทินรับศึกซักฟอกตุลาคม มอง 5 วันมากเกินไป เชื่อเพื่อไทยไม่ทิ้งภูมิใจไทย

อนุทินรับศึกซักฟอกตุลาคม มอง 5 วันมากเกินไป เชื่อเพื่อไทยไม่ทิ้งภูมิใจไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ถึงกำหนดการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านที่มีแนวโน้มจัดขึ้นปลายเดือนตุลาคมว่า ตนยังสามารถเข้าร่วมได้ เพราะช่วงเวลาดังกล่าวไม่มีภารกิจติดขัด โดยระบุว่าช่วงที่เลี่ยงไม่ได้คือระหว่างวันที่ 14-19 พฤศจิกายน ซึ่งต้องเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนและการประชุมเอเปค

มั่นใจรัฐมนตรี 18 คนพร้อมชี้แจง

นายอนุทินกล่าวว่า รัฐมนตรีทั้ง 18 คนที่ถูกยื่นอภิปรายได้เตรียมข้อมูลไว้เรียบร้อยแล้ว และมองว่าการที่ฝ่ายค้านขอเวลาอภิปราย 5 วันนั้น "เยอะไปมั้ง" พร้อมชี้ว่าครั้งนี้ไม่ใช่การอภิปรายรัฐมนตรีมากที่สุด เพราะในอดีตเคยมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลทั้งคณะ ส่วนจำนวนวันที่เหมาะสมควรเป็นไปตามแนวทางที่ดำเนินการมาตลอด

เมื่อถามว่าการที่ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายเพียงพรรคเดียวอาจสร้างความแตกแยกในรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า "ถ้าเรื่องแค่นี้ทำให้พรรคร่วมแตกกันได้มันก็ไม่มีรัฐบาลแล้ว อย่าไปคิดว่าเรื่องแค่นี้จะทำให้แตกกัน ซึ่งก็ดีที่พรรคเพื่อไทยไม่ถูกอภิปรายไปด้วย อย่างน้อยการที่เขาทำงานมาโดยตลอดก็จะทำได้ต่อเนื่อง อย่างไรเขาช่วยรัฐบาลอยู่แล้ว"

ยืนยันเพื่อไทยไม่ปล่อยมือ

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่ามั่นใจหรือไม่ว่าหากการอภิปรายดุเดือดเพียงใด พรรคเพื่อไทยจะไม่ปล่อยมือจากพรรคภูมิใจไทย นายอนุทินตอบสั้น ๆ ว่า "มั่นใจสิครับ"

ด้านนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตอบคำถามกรณีรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยไม่ถูกอภิปรายครั้งนี้ ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าพรรคประชาชนอาจต้องการเก็บไว้เป็นพันธมิตรในอนาคตหรือไม่ โดยกล่าวว่าความจริงไม่มีใครเป็นศัตรูกันอยู่แล้วในทางการเมือง ทุกคนเป็นพันธมิตรกันหมด สังเกตได้ในช่วงช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ทุกคนเดินเจอกันก็ช่วยประชาชนด้วยกันอย่างเต็มที่

วิปฝ่ายค้านยืน 5 วันสมเหตุสมผล

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่าการอภิปรายครั้งนี้มีรัฐมนตรีถูกอภิปราย 18 คน ดังนั้นการอภิปรายและชี้แจงต้องจัดสรรเวลาให้เพียงพอ โดย 5 วันถือว่าสมเหตุสมผลที่สุด และท้ายที่สุดต้องรอดูการตัดสินใจของประธานสภาผู้แทนราษฎรและการหารือระหว่างวิปฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล

นายพริษฐ์กล่าวว่า หากย้อนไปดูการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาชุดที่ 25 หรือในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีการอภิปรายทั้งหมด 4 ครั้ง ซึ่งจำนวนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่มากเท่าครั้งนี้ แต่มีการจัดสรรวันอภิปราย 4 วันเต็มทั้ง 4 ครั้ง จึงยืนยันว่าการขอเวลา 5 วันเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล เมื่อถามถึงข้อสังเกตว่าการไม่ยื่นอภิปรายรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยอาจเป็นการเปิดดีลทางการเมืองระหว่าง "ส้ม-ฟ้า-แดง" นายพริษฐ์ตอบว่า "ไม่มีครับ"

ป.ป.ช.รับตรวจบัญชี ส.ส.ชัยภูมิ

นายศักดิ์ชัย จันทร์แสงวัฒนา ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. ในฐานะกำกับดูแลด้านการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน กล่าวถึงกรณีสังคมตั้งข้อสงสัยถึงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย และนายไท่หยาง ซาง สามีสัญชาติออสเตรเลีย ว่า ป.ป.ช. ได้ดำเนินการตรวจสอบประเด็นที่เป็นข่าวอยู่ก่อนแล้ว โดยตรวจบัญชีทรัพย์สินของ น.ส.สุชาดา ในสมัยเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนตามระเบียบ ป.ป.ช. และถือเป็นบัญชีผิดปกติ

นายศักดิ์ชัยยืนยันว่า ป.ป.ช. ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ตรวจสอบก่อนหน้านี้แต่ไม่ได้แถลงข่าว โดยประเด็นที่สงสัย ได้แก่ รายได้ในการชำระหนี้ รวมถึงการชำระหนี้เงินกู้ แต่เนื่องจากเป็นการยื่นบัญชีจึงต้องให้ความสำคัญกับผู้ยื่นด้วย ขณะนี้ยังไม่มีการยื่นชี้แจงต่อ ป.ป.ช. และต้องรับฟังข้อเท็จจริงของผู้ยื่นว่ามีประเด็นอย่างไรและเข้าใจคลาดเคลื่อนอย่างไร

นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบบัญชีรายการทรัพย์สินอื่น ๆ ที่ไม่ได้ปรากฏเป็นข่าวด้วย โดยยืนยันว่าไม่ได้ตรวจสอบแค่บัญชีทรัพย์สินของ น.ส.สุชาดา เพียงคนเดียวแต่ยังมีอีกรายหลายราย ส่วนกรณีนาฬิกาหรูของ น.ส.สุชาดาซึ่งไม่ได้อยู่ในการยื่นแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ และเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้ว

ป.ป.ช. กำลังพิจารณาว่าช่วงเวลาที่นาฬิกาเรือนดังกล่าวปรากฏเป็นข่าวอยู่ในช่วงที่ น.ส.สุชาดา อยู่ในตำแหน่งใด เพราะอาจเป็นช่วงที่คาบเกี่ยวระหว่างตำแหน่งและยังไม่ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ในตำแหน่งเลขานุการได้มีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและนาฬิกาบางส่วนแล้ว แต่เรือนที่เป็นข่าวจะต้องให้นางสาวสุชาดามาชี้แจงเพิ่มเติม

ขั้นตอนตรวจสอบทรัพย์สิน

นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวเพิ่มเติมถึงขั้นตอนการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินว่า เรื่องที่ ป.ป.ช. สงสัยมีทั้งประเด็นมีทรัพย์สินไม่สัมพันธ์กับรายได้ มีทรัพย์สินผิดปกติเพราะยื่นไม่ตรง ยื่นเท็จหรือไม่ยื่น หรือปกปิดข้อเท็จจริง ซึ่งสามีของ ส.ส. ก็มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินด้วย โดยนางสาวสุชาดาไม่ได้ระบุถึงอาชีพสามี

สำหรับบรรยากาศการเมืองไทยในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ การจัดสรรเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจยังต้องจับตาการหารือระหว่างวิปทั้งสองฝ่าย ขณะที่ผลกระทบต่อภาคธุรกิจและประชาชนจะขึ้นอยู่กับว่าการอภิปรายจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจใด ๆ หรือไม่ โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ยังเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาล

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap