อนุทินเปิดแก๊สเทค 2026 ชู 3 ยุทธศาสตร์พลังงาน ปล่อยสินเชื่อโซลาร์ 5 หมื่นล้าน ส่วนยศชนัน…

อนุทินเปิดแก๊สเทค 2026 ชู 3 ยุทธศาสตร์พลังงาน ปล่อยสินเชื่อโซลาร์ 5 หมื่นล้าน ส่วนยศชนัน…

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาในงาน Gastech Exhibition & Conference 2026 เมื่อวันที่ 14 กันยายน ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค โดยชู 3 แนวทางขับเคลื่อนนโยบายพลังงานของประเทศ ควบคู่กับการเปิดตัวความร่วมมือพัฒนากำลังคนรองรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อีก 10,000 คนภายใน 5 ปี

โจทย์ร่วมด้านพลังงาน

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทุกประเทศกำลังเผชิญโจทย์ร่วมกันในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้เพียงพอต่อความต้องการในราคาที่เหมาะสม ควบคู่กับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่สะอาดขึ้น สำหรับประเทศไทย พลังงานส่งผลโดยตรงต่อค่าครองชีพ ต้นทุนการดำเนินธุรกิจ และขีดความสามารถในการแข่งขัน ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้ายังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม รัฐบาลจึงต้องสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงานกับความยั่งยืนในราคาที่เข้าถึงได้

สามแนวทางขับเคลื่อน

แนวทางแรก คือ การสร้างความมั่นคงทางพลังงานในราคาที่เหมาะสม โดยก๊าซธรรมชาติและ LNG จะยังมีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า ขณะที่ไทยมุ่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน พร้อมกระจายแหล่งพลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาดโลก เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจเข้าถึงพลังงานในราคาที่เหมาะสม

แนวทางที่สอง คือ การทำให้การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานเกิดขึ้นได้จริง ผ่านการเพิ่มพลังงานหมุนเวียน พัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงาน โดยตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม รัฐบาลจะเริ่มโครงการวงเงิน 50,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนครัวเรือนติดตั้งโซลาร์เซลล์ พร้อมยกเว้นภาษีนำเข้าส่วนประกอบบางประเภท เพื่อช่วยลดค่าไฟและเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานสะอาดมากขึ้น รวมทั้งต่อยอดพลังงานชีวภาพจากภาคการเกษตรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและกระจายรายได้สู่เกษตรกรและชุมชน

แนวทางที่สาม คือ การเชื่อมโยงนโยบายพลังงานกับการลงทุนและโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลมุ่งพัฒนากฎระเบียบ โครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และระบบพลังงานสะอาดให้พร้อมรองรับการลงทุนระยะยาว ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งแรกของปี ไทยมีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 37 และมีศักยภาพสร้างงานกว่า 82,000 ตำแหน่ง โดยรัฐบาลต้องการให้การลงทุนเหล่านี้ไม่เพียงนำเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศ แต่ยังช่วยยกระดับทักษะคนไทย เสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน และสร้างงานและรายได้ที่ดีขึ้นให้แก่ประชาชน

ความร่วมมือเซมิคอนดักเตอร์

ในวันเดียวกัน ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดตัวความร่วมมือการพัฒนากำลังคนเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระหว่างกระทรวง อว. และกระทรวงแรงงาน โดยตั้งเป้าผลิตและพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงจำนวน 10,000 คน ภายใน 5 ปี ภายในงาน Silicon Synergy 2026

นายยศชนันกล่าวว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศไทยก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศรายได้สูง เนื่องจากไทยไม่สามารถแข่งขันด้วยต้นทุนแรงงานแบบเดิมได้อีกต่อไป จึงจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีและการวิจัยและพัฒนา (R&D) มาใช้ควบคู่กับการยกระดับทักษะกำลังแรงงาน โดยการบูรณาการความร่วมมือครั้งนี้ กระทรวงแรงงานจะเป็นกลไกหลักในการพัฒนาและยกระดับทักษะกำลังแรงงาน ขณะที่กระทรวง อว. จะสนับสนุนองค์ความรู้ หลักสูตร เทคโนโลยี และเครื่องมือที่จำเป็น เพื่อร่วมกันผลิตและพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม

ด้านนายจุลพันธ์กล่าวว่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะเป็นหน่วยงานสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนากำลังแรงงานในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 มีแผนดำเนินโครงการยกระดับศักยภาพแรงงานรองรับเทคโนโลยีอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ จำนวน 1,000 คน ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนากำลังแรงงานเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไทยต่อไป

สองเสาหลักเพื่อการแข่งขัน

ทั้งนี้ การผลักดันพลังงานสะอาดและการพัฒนากำลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์ถือเป็นสองเสาหลักที่เชื่อมโยงกันโดยตรงกับต้นทุนภาคการผลิตและขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีโลก โดยเฉพาะเมื่อนักลงทุนต่างชาติให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดและแรงงานทักษะสูงเป็นเงื่อนไขสำคัญในการตัดสินใจลงทุน ขณะที่ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจขนาดเล็กยังต้องจับตาความคืบหน้าของมาตรการสินเชื่อโซลาร์และมาตรการลดภาระค่าไฟว่าจะออกมาช่วยลดต้นทุนได้จริงมากน้อยเพียงใดในระยะถัดไป

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap