อนุทินโยนวรภัคเคลียร์ตัวเอง ปัดรัฐบาลเอี่ยวสแกมเมอร์

อนุทินโยนวรภัคเคลียร์ตัวเอง ปัดรัฐบาลเอี่ยวสแกมเมอร์

นายกฯ ปัดรัฐบาลเกี่ยวข้อง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวเมื่อวันที่ 17 กันยายน ที่กระทรวงมหาดไทย ถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกา ส่งหนังสือถึงรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อขอให้ตรวจสอบและพิจารณาคว่ำบาตร 28 รายชื่อ ที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์และการค้ามนุษย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในจำนวนนั้นมีชื่อนายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง สมัยรัฐบาลอนุทิน 1 ว่า เรื่องนี้ผู้ที่ถูกกล่าวหาต้องไปตั้งทนายความและหาวิธีเคลียร์ตัวเอง ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัฐบาล รัฐบาลไหน ไม่ใช่รัฐบาลนี้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าสหรัฐฯ เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการตรวจสอบ นายอนุทิน กล่าวว่า "รัฐบาลไหน ไม่ใช่รัฐบาลนี้"

ด้านนายวรภัค ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า หนังสือดังกล่าวเป็นการขอให้หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ตรวจสอบข้อมูลและพิจารณาว่าบุคคลที่มีรายชื่อเข้าเกณฑ์ตามกฎหมายสำหรับมาตรการคว่ำบาตรหรือไม่ "มิใช่ผลการสอบสวนหรือคำวินิจฉัยว่าผมได้กระทำความผิด และมิได้หมายความว่าผมถูกสหรัฐ sanctions แล้ว"

วรภัคยันไม่เคยเอี่ยวค้ามนุษย์-ฟอกเงิน

นายวรภัค ยืนยันชัดเจนว่าไม่เคยมีส่วนร่วม สนับสนุน หรือรับรู้เกี่ยวกับการดำเนินการของ scam centers การฟอกเงิน การค้ามนุษย์ อาชญากรรมไซเบอร์ หรืออาชญากรรมข้ามชาติใด ๆ ตามที่ถูกกล่าวถึง และได้ติดต่อ Office of Foreign Assets Control (OFAC) กระทรวงการคลังสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการแล้ว เพื่อขอช่องทางนำส่งข้อเท็จจริงและเอกสารหลักฐานให้หน่วยงานสหรัฐฯ พิจารณา พร้อมทั้งกำลังจัดส่งหนังสือถึงประธานคณะกรรมาธิการทั้ง 2 คณะ เพื่อขอโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงและขอทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตน เพื่อตอบข้อสงสัยได้อย่างตรงประเด็น

"ผมพร้อมให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบอย่างเต็มที่ และเชื่อว่าวิธีที่ดีที่สุดในการตอบข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงเช่นนี้ คือข้อเท็จจริง เอกสารหลักฐาน และกระบวนการที่ตรวจสอบได้" นายวรภัค ระบุ

สำหรับข้อกล่าวหาบางส่วนที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้ นายวรภัค เปิดเผยว่าได้ใช้กระบวนการยุติธรรมพิสูจน์ข้อเท็จจริง โดยดำเนินคดีหมิ่นประมาทต่อผู้เผยแพร่ข้อกล่าวหา ปัจจุบันมีคดีหนึ่งที่ศาลรับไว้พิจารณาแล้ว และอีกคดีหนึ่งเสร็จสิ้นกระบวนการไต่สวนมูลฟ้องและอยู่ระหว่างรอคำสั่งศาล

"ผมไม่ขอคาดเดาว่าการที่ชื่อของผมปรากฏในหนังสือของสหรัฐครั้งนี้ มีที่มาหรือเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาที่เป็นคดีอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ แต่สิ่งที่ผมจะทำต่อไปคือใช้ข้อเท็จจริง เอกสารหลักฐาน และกระบวนการที่ตรวจสอบได้ เพื่อชี้แจงต่อทั้งศาลไทยและหน่วยงานของสหรัฐ" นายวรภัค กล่าว และว่า สำหรับรายละเอียดข้อกล่าวหาบางส่วนที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลไทย ขอไม่เปิดเผยหรือโต้แย้งผ่านสื่อในขณะนี้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อกระบวนการยุติธรรม

รังสิมันต์ชี้กระทบความน่าเชื่อถือ

ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า เรื่องนี้ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของรัฐบาลไทย เพราะการที่นายวรภัคถูกกล่าวหาร้ายแรงแต่ยังสามารถเป็นรัฐมนตรีได้ ย่อมกระทบความเชื่อมั่น

"เพราะตั้งแต่ที่มีการเปิดเผยในสภาฯ จนถึงวันนี้ ยังมีคำถามว่านายวรภัคถูกดำเนินการตามกฎหมายอะไรบ้าง และถ้าไม่มีการดำเนินการเลย เป็นเพราะอำนาจบารมีหรือเส้นสายที่อยู่ในรัฐบาลชุดนายอนุทินให้ความคุ้มครองหรือไม่ โดยเชื่อว่าแค่นายวรภัคลาออกไปก็จะจบ" นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่มุมมองของสหรัฐที่มีต่อไทย แต่ส่งผลต่อทั่วโลกที่มองว่าประเทศไทยมีความสัมพันธ์บางอย่างกับปัญหาสแกมเมอร์ที่กำลังส่งผลร้ายแรงไปทั่วโลก

กรณ์จี้ ก.ล.ต.-ปปง. เร่งสะสาง

นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลายเดือนที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาฯ ได้กำชับหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ควรเร่งดำเนินการด้วยหลักฐานและข้อมูลทั้งหมดที่มี เพื่อประสานเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินของกลุ่มสแกมเมอร์โดยเร็ว เพราะเป็นเรื่องความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจตลาดทุนไทยและกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย

เมื่อถามว่าส่งผลต่อภาพลักษณ์ประเทศหรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า กระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ เพราะสหรัฐต้องลงมือเอง และเรื่องนี้มีผลต่อความเชื่อมั่นในระบบการเมืองด้วย

"คนที่มีชื่อปรากฏไม่ใช่คนธรรมดา เป็นบุคคลที่เคยได้รับแต่งตั้งโดยนายกฯคนปัจจุบัน และคนที่ถูกแต่งตั้งก็มีความสำคัญ เป็นถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ดังนั้น การที่ไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการใดๆ ก็จะนำไปสู่คำถามของประชาชนว่าเป็นเพราะการเมืองปกป้องหรือไม่" นายกรณ์ กล่าว

นายกรณ์ กล่าวอีกว่า ตนเคยอภิปรายในสภาฯ และเคยตั้งกระทู้ถามรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่กำกับดูแล ก.ล.ต. โดยตั้งข้อสังเกตถึงโครงสร้างของ ก.ล.ต. ซึ่งมีประธานที่ถูกสอบสวนอยู่ว่ามีความเกี่ยวโยงกับทุนเทาเดียวกันหรือไม่

"ข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ สุดท้ายจะมีผลต่อความเชื่อมั่นในการทำงานของ ก.ล.ต. ที่ค่อนข้างล่าช้ามาก ยิ่งทำให้เกิดความเคลือบแคลงใจว่ามีความเกี่ยวโยงทางการเมือง และเหตุใดการเมืองถึงไม่ทำในส่วนที่ทำได้ เพื่อเร่งรัดให้มีข้อสรุปที่ชัดเจน" นายกรณ์ กล่าว

ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวสะท้อนแรงกดดันต่อรัฐบาลไทยในการจัดการปัญหาสแกมเมอร์ข้ามชาติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศในเวทีระหว่างประเทศ ขณะที่นายวรภัคอยู่ระหว่างดำเนินการชี้แจงต่อหน่วยงานสหรัฐฯ และกระบวนการยุติธรรมไทย

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap