เปิดชื่อ 13 คนไทย ร่วมเวที IMF-World Bank Annual Meetings 2026 ‘เอกนิติ’ นำทีมถกเศรษฐกิจ…

เปิดชื่อ 13 คนไทย ร่วมเวที IMF-World Bank Annual Meetings 2026 ‘เอกนิติ’ นำทีมถกเศรษฐกิจ…

ประเทศไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีบุคลากรไทย 13 คนจากภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคธนาคาร และภาคเอกชน เข้าร่วมเวทีและกิจกรรมต่างๆ ครอบคลุมประเด็นตั้งแต่การรับมือความผันผวนของเศรษฐกิจโลก การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน การป้องกันภัยฉ้อโกงทางการเงิน ไปจนถึงการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน

เอกนิติ-วิทัย นำทีมเวทีหลัก

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีกำหนดเข้าร่วม 4 เวทีสำคัญ ได้แก่ Thai Minister of Finance Flagship Event – Building Resilience in a Fragmented World วันที่ 13 ตุลาคม เวลา 13.30-14.30 น. ต่อด้วย Bangkok 1991-2026: Thailand’s Path to Resilient, Inclusive Growth วันที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 15.00-16.00 น. จากนั้น Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services วันที่ 14 ตุลาคม เวลา 12.30-13.30 น. และ Debate on the Global Economy: Forging Resilient and Dynamic Economies for the Future วันที่ 15 ตุลาคม เวลา 15.30-16.30 น.

ด้านวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย มีกำหนดเข้าร่วม 2 เวที ได้แก่ Thailand Special Seminar: Bangkok 1991-2026: Thailand’s Path to Resilient, Inclusive Growth วันที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 15.00-16.00 น. และ Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Service วันที่ 14 ตุลาคม 2569 เวลา 12.30-13.00 น.

นักเศรษฐศาสตร์-นักวิชาการร่วมวง

ดร.วิรไท สันติประภพ ประธานกรรมการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย มีกำหนดเข้าร่วมงานเปิดตัวหนังสือ Shaping the Future of Asia: Opportunities and Challenges ของ IMF วันที่ 12 ตุลาคม เวลา 13.00-14.15 น. ขณะที่ ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธาน Institute for Strategic Policy Foundation และศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่างมีกำหนดเข้าร่วมเวที Thailand Special Seminar: Bangkok 1991-2026: Thailand’s Path to Resilient, Inclusive Growth วันที่ 13 ตุลาคม เวลา 15.00-16.00 น. เช่นเดียวกัน

ส่วน ดร.สันติธาร เสถียรไทย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง มีกำหนดเข้าร่วม 3 เวที ได้แก่ Reimagine Resilience: Economic Policy for a World in Transition วันที่ 13 ตุลาคม เวลา 12.45-13.30 น. Pathways for Thailand’s High-Income Status วันที่ 14 ตุลาคม เวลา 13.30-14.00 น. และ Financing a Resilient Green Economy วันที่ 16 ตุลาคม เวลา 15.00-16.00 น.

เอกชน-หน่วยงานรัฐถกวาระเงินทุน

ขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย (KBank) มีกำหนดเข้าร่วมเวที MSME Finance: Leveraging Data for Jobs วันที่ 13 ตุลาคม เวลา 11.30-12.30 น. ขณะที่ ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมเวที Financing Innovation via Intangible Assets: Unlocking Growth through Intellectual Property-Backed Finance วันที่ 13 ตุลาคม เวลา 13.00-14.00 น.

ในส่วนหน่วยงานจัดเก็บรายได้ เสาวคนธ์ มีแสง ผู้แทนจากกองวิชาการแผนภาษี กรมสรรพากร เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการ From Tax to Treasury: Building Digitally Connected Public Finance วันที่ 13 ตุลาคม เวลา 10.30-11.30 น. และแทนศยา คุณารัตน์สกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านภาคการเงินของ IMF เข้าร่วมเวิร์กช็อป Digital-by-Design: Beyond Technology-Led Digital Reforms วันที่ 15 ตุลาคม เวลา 16.30–18.00 น. และวันที่ 16 ตุลาคม เวลา 10.00-11.30 น.

ภาคเอกชนและเยาวชนมี อุกฤษ อุณหเลขกะ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Thara Green เข้าร่วมเวที Youth Dialogue with First Deputy Managing Director วันที่ 12 ตุลาคม เวลา 11.30-12.45 น. ปิยะชาติ อิศรภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BRANDi and Companies เข้าร่วมเวที Leaders’ Speaker Series วันที่ 13 ตุลาคม เวลา 11.45-12.15 น. และ ศ. ดร.อธิภัทร มุทิตาเจริญ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าร่วมเวที “Beyond Disclosure: Making Fiscal Governance Work for People in Asia and Pacific” วันที่ 13 ตุลาคม เวลา 14:00-15:30 น.

การที่ไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับโลกครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสที่ผู้แทนไทยจะได้แลกเปลี่ยนมุมมองกับบุคลากรระดับนานาชาติทั้งจากภาคธุรกิจ ภาควิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ซึ่งหัวข้อที่หยิบยกขึ้นหารือสะท้อนทิศทางนโยบายที่ไทยให้ความสำคัญ ทั้งการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของระบบการเงิน การยกระดับสู่ประเทศรายได้สูง และการป้องกันภัยฉ้อโกงทางการเงินที่กำลังเป็นความท้าทายของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจในภูมิภาค

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap