เปิด 'ทะเลไทยในโลกเสมือน' พาเด็กดำดิ่งผ่าน VR สร้างคลังชีวิตใต้ทะเลเพื่อการอนุรักษ์

เปิด 'ทะเลไทยในโลกเสมือน' พาเด็กดำดิ่งผ่าน VR สร้างคลังชีวิตใต้ทะเลเพื่อการอนุรักษ์

โครงการ 'ทะเลไทยในโลกเสมือน' ใช้เทคโนโลยี Virtual Reality (VR) จำลองระบบนิเวศใต้ทะเลทั้งอ่าวไทยและอันดามัน ให้เด็กและประชาชนได้สัมผัสโลกใต้ทะเลโดยไม่ต้องลงน้ำ พร้อมรวบรวมข้อมูลสัตว์ทะเลพื้นถิ่นและชนิดหายากเป็นฐานข้อมูลดิจิทัล ส่งต่อองค์ความรู้และปลูกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ให้คนรุ่นต่อไป โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสื่อการเรียนรู้เสมือนจริง (Learning VR) ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.)

จุดเริ่มต้นจากข้อจำกัดการดำน้ำ

รศ. ดร.อนัญญา เจริญพรนิพัธ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบนิเวศชายฝั่ง ทะเล และการจัดการทรัพยากรประมง ในฐานะหัวหน้าโครงการ กล่าวว่า การศึกษาระบบนิเวศใต้ทะเลในรูปแบบเดิมต้องอาศัยการดำน้ำสำรวจ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงและไม่ใช่ทุกคนจะเข้าถึงได้ ขณะที่สัตว์ทะเลหลายชนิดกำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ท่ามกลางการเติบโตของเทคโนโลยี AI และดิจิทัล ทีมงานจึงมองเห็นโอกาสในการจำลองระบบนิเวศใต้ทะเลให้อยู่ในรูปแบบเสมือนจริง เพื่อขยายการเข้าถึงองค์ความรู้โดยไม่ต้องลงไปสำรวจใต้น้ำด้วยตนเอง

กระบวนการสร้างโลกใต้ทะเลเสมือนจริงต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เริ่มจากการรวบรวมข้อมูลธรรมชาติ สภาพแวดล้อม แหล่งที่อยู่อาศัย และภาพถ่ายสัตว์น้ำเข้าสู่ฐานข้อมูล ก่อนส่งให้ฝ่ายศิลปะ สถาปนิก และนักออกแบบอุตสาหกรรมสร้างเป็นโมเดลสามมิติ จากนั้นทีมวิศวกรหุ่นยนต์และนักพัฒนาซอฟต์แวร์นำโมเดลเข้าสู่ระบบ Immersive VR

หัวใจสำคัญคือการตรวจสอบความถูกต้องทางวิทยาศาสตร์ ทั้งสัดส่วนลำตัว ตำแหน่งครีบ รูปแบบหาง และขนาดของสัตว์น้ำเมื่อเทียบกับฉากปะการัง เพื่อป้องกันโมเดลคลาดเคลื่อนไปตามจินตนาการของผู้ออกแบบ ขณะเดียวกันทีมพัฒนาต้องหาจุดสมดุลระหว่างความสมจริงกับขีดความสามารถในการประมวลผลของคอมพิวเตอร์และแว่น VR

เปลี่ยนการดูภาพสู่ประสบการณ์ร่วม

ความแตกต่างสำคัญระหว่าง VR กับสื่อการเรียนรู้แบบเดิมคือการเปลี่ยนจาก 'การดูภาพ' ไปสู่ 'การมีประสบการณ์ร่วม' หรือ Immersive Experiential Learning ที่ผ่านมา การศึกษาระบบนิเวศทางทะเลมักอาศัยหนังสือหรือภาพถ่ายสองมิติ ซึ่งมีข้อจำกัดในการถ่ายทอดรูปร่าง สรีระ ท่วงท่าการว่ายน้ำ และตำแหน่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ ขณะที่ระบบ VR ทำให้ผู้เรียนมองเห็นสัตว์ทะเลและแนวปะการังในลักษณะสามมิติ เสมือนได้ลงไปอยู่ใต้ทะเลจริง และสามารถเข้าใกล้สัตว์บางชนิดได้มากกว่าการดำน้ำในสถานการณ์จริง

ประสบการณ์ภายในแว่น VR ยังสามารถถ่ายทอดขึ้นจอภาพขนาดใหญ่ เพื่อให้ผู้ชมคนอื่นเรียนรู้ไปพร้อมกันได้ จึงสามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งในห้องเรียน พิพิธภัณฑ์ และพื้นที่จัดกิจกรรมสาธารณะ

นำร่องนครศรีธรรมราช-กระบี่

ปัจจุบันโครงการเลือกพื้นที่นำร่อง 2 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช ซึ่งนำซอฟต์แวร์ไปติดตั้งในห้องปฏิบัติการ Metaverse AI ของโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนคร และกระบี่ ซึ่งร่วมกับเทศบาลเมืองกระบี่จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ใต้ทะเลอันดามัน ศูนย์เรียนรู้ที่จังหวัดกระบี่จำลองระบบนิเวศบริเวณ 'เรือหลวงเกล็ดแก้ว' เรือปลดประจำการที่ถูกนำไปจมบริเวณเกาะพีพีเพื่อสร้างแนวปะการังเทียม เปิดโอกาสให้นักเรียน ประชาชน และนักท่องเที่ยวสัมผัสสภาพแวดล้อมใต้ทะเลเสมือนจริง ก่อนตัดสินใจลงไปดำน้ำในพื้นที่จริง

แผนงานระยะต่อไปคือการขยายสื่อการเรียนรู้ไปยังโรงเรียนในเครือข่าย อพ.สธ. ทั่วประเทศ รวมถึงพื้นที่ห่างไกลทะเลในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อเปิดโลกทัศน์ให้แก่เด็กที่อาจไม่เคยเห็นทะเลมาก่อน

“เด็กที่อยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคเหนืออาจไม่เคยเจอทะเลเลย แต่ถ้าเทศบาลนำซอฟต์แวร์นี้ไปเปิดให้นักเรียนดู ก็จะเป็นคุณูปการอย่างมหาศาลต่อความคิดและโลกทัศน์ของเด็ก” รศ. ดร.อนัญญา กล่าว

พัฒนาสู่ฐานข้อมูลโต้ตอบ

เป้าหมายของโครงการไม่ได้หยุดอยู่เพียงการถ่ายทอดความรู้ที่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ แต่ยังมุ่งสร้างความรู้สึกผูกพันกับทะเลไทย เพราะเมื่อผู้เรียนได้เห็นทั้งความงดงามและความเปราะบางของระบบนิเวศด้วยตนเอง ประสบการณ์ดังกล่าวอาจนำไปสู่จิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ในระยะยาว

ในอนาคต โครงการมีแผนพัฒนาระบบให้รองรับการโต้ตอบอย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เมื่อผู้เรียนชี้อุปกรณ์ไปยังสัตว์ทะเล เช่น ปลาหูช้าง ปลาหมอทะเล หรือปลาสิงโต ระบบจะแสดงชื่อวิทยาศาสตร์ ลักษณะทางชีววิทยา และแหล่งที่อยู่อาศัยขึ้นมาทันที เสมือนเป็นฐานข้อมูลดิจิทัลที่สามารถสำรวจได้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังมีแผนเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบ VR ไปสู่แพลตฟอร์มเว็บไซต์ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงฐานข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลของไทยได้สะดวกและยั่งยืนยิ่งขึ้น

“อยากให้คนเข้าใจบริบทของงานที่เราทำ และเห็นภาพว่าใต้ทะเลสวยงามแบบนี้ จึงอยากสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนเข้ามาท่องโลกใต้ทะเล หากเราใช้แว่น VR แล้วเลือกไปที่ตัวปลา เช่น ปลาหูช้าง ระบบก็จะบอกทั้งชื่อวิทยาศาสตร์ ลักษณะ และแหล่งที่อยู่อาศัย ทำให้ผู้เรียนได้รับข้อมูลเสมือนมีฐานข้อมูลสำหรับการศึกษาอยู่ตรงหน้า” รศ. ดร.อนัญญา กล่าว

หัวใจของโครงการทะเลไทยในโลกเสมือนจึงไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยี VR มาใช้ในการศึกษา แต่คือการใช้เทคโนโลยีเป็นสะพานเชื่อมระหว่างความรู้ ประสบการณ์ และการอนุรักษ์ เพื่อให้ทะเลไทยดำรงอยู่ทั้งในธรรมชาติและในความทรงจำของคนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน ผู้สนใจสามารถทดลองสัมผัสประสบการณ์ดำดิ่งสู่โลกใต้ทะเลไทยในรูปแบบเสมือนจริงได้ที่เว็บไซต์ pla.fish

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap