เลื่อนเจรจาอิหร่าน-ชาติอ่าวอาหรับ ปมช่องแคบฮอร์มุซ ขณะฮูตีปะทะซาอุฯ ดันน้ำมันเบรนท์พุ่ง…

เลื่อนเจรจาอิหร่าน-ชาติอ่าวอาหรับ ปมช่องแคบฮอร์มุซ ขณะฮูตีปะทะซาอุฯ ดันน้ำมันเบรนท์พุ่ง…

สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง

สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงเต็มไปด้วยความตึงเครียด หลังความพยายามทางการทูตในการจัดเจรจาระหว่างอิหร่านกับชาติรัฐอ่าวอาหรับ เพื่อให้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญที่สุดของโลก กลับมาเปิดการสัญจรได้อีกครั้ง ต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด ขณะที่การโจมตีตอบโต้กันระหว่างกบฏฮูตีในเยเมนกับซาอุดีอาระเบีย ผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก บริเวณริมทะเลแดงซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญอีกแห่งหนึ่ง ยังคงจุดความกังวลต่อความตึงตัวของอุปทานพลังงานโลกให้เพิ่มสูงขึ้น

การเลื่อนประชุมที่โอมาน

นายซัยยิด บาเดอร์ อัลบูไซดี รัฐมนตรีต่างประเทศของโอมาน แถลงในกลางดึกคืนวันที่ 13 กันยายนว่า จำเป็นต้องเลื่อนการจัดประชุมหารือระหว่างอิหร่านกับชาติรัฐอ่าวอาหรับเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเดิมกำหนดจัดขึ้นที่กรุงมัสกัตในวันที่ 14 กันยายนออกไป โดยให้เหตุผลว่าเพื่อประโยชน์ในการสร้างฉันทามติร่วมกัน

ด้านสำนักข่าวฟาร์สอ้างเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศอิหร่านระบุว่า การประชุมที่โอมานเลื่อนออกไปนั้นเป็นไปตามคำขอของชาติรัฐอ่าวอาหรับบางประเทศที่ตัดสินใจร่วมกับอิหร่านและโอมาน โดยอิหร่านจะประสานงานร่วมกับโอมานเพื่อกำหนดวันจัดการประชุมเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซที่เหมาะสมต่อไป

เหตุโจมตีและผลกระทบต่อน้ำมัน

การเลื่อนประชุมดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากซาอุดีอาระเบียตัดสินใจปิดท่อส่งน้ำมันสำคัญของตนเองที่มีระยะทางยาว 1,200 กิโลเมตรลงเป็นการชั่วคราวเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากถูกกลุ่มฮูตี ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธที่มีอิหร่านสนับสนุน ก่อเหตุโจมตี โดยซาอุดีอาระเบียใช้ท่อส่งน้ำมันนี้เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านทะเลแดงที่เมืองท่ายานบู แทนช่องแคบฮอร์มุซที่ยังคงถูกอิหร่านปิดกั้นไว้

ขณะเดียวกันการสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซยังเต็มไปด้วยความเสี่ยง โดยเมื่อวันที่ 13 กันยายน UKMTO ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านความปลอดภัยทางทะเลของอังกฤษรายงานว่า มีเรือลำหนึ่งถูกวัตถุไม่ทราบชนิดโจมตีขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้และลูกเรือต้องอพยพออกจากเรือ ขณะที่อิหร่านอ้างในวันเดียวกันว่า เรือพาณิชย์ของอิหร่านลำหนึ่งถูกโจมตีนอกชายฝั่งประเทศใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และลูกเรือได้รับบาดเจ็บ 4 ราย

ด้านกบฏฮูตีในเยเมนระบุว่ากลุ่มตนได้ยิงโดรนและขีปนาวุธโจมตีซาอุดีอาระเบีย โดยพลจัตวา ยาห์ยา ซารี โฆษกกองกำลังฮูตี กล่าวว่า เป้าหมายโจมตีคือฐานทัพแห่งหนึ่งในจังหวัดชารูราห์ เขตนัจรัน แต่ไม่ได้แสดงหลักฐานหรือระบุเวลาที่แน่ชัดของการโจมตี ขณะที่หน่วยป้องกันภัยพลเรือนของซาอุดีอาระเบียรายงานว่า มีเสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นในจังหวัดชารูราห์เมื่อวันที่ 12 กันยายน แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือความเสียหาย

นอกจากนี้ หน่วยป้องกันภัยพลเรือนยังรายงานเหตุการณ์ในช่วงข้ามคืนว่า มีวัตถุพุ่งตกในเขตอัล-ตาวาล ใกล้ชายแดนเยเมนและติดกับทะเลแดง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย และสร้างความเสียหายแก่มัสยิดรวมถึงอาคารอื่นๆ อีกหลายแห่ง พร้อมอ้างว่าเป็นฝีมือของกลุ่มฮูตี

การปะทะกันดังกล่าวจุดความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลก ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ซื้อขายในวันที่ 14 กันยายน ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 107 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ผู้ค้าและผู้ซื้อน้ำมันเผยว่าซาอุดีอาระเบียมีน้ำมันสำรองที่ท่าเรือยานบูริมทะเลแดงเพียงพอที่จะรองรับการส่งออกได้เพียง 5-7 วันเท่านั้น

สำหรับประเทศไทยซึ่งนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางในสัดส่วนสูง ความตึงเครียดที่ยืดเยื้อในช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดงอาจส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งสินค้า หากสถานการณ์ไม่คลี่คลายในระยะอันสั้น ความผันผวนของราคาน้ำมันโลกจะกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ผู้ประกอบการและผู้บริโภคไทยต้องจับตาอย่างใกล้ชิดต่อไป

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap