เอกนิติ เตือนลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เสี่ยงวิกฤตซ้อนวิกฤต ชี้ช่องหนุนไบโอฟูเอลจากเกษตรกรไทย

เอกนิติ เตือนลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เสี่ยงวิกฤตซ้อนวิกฤต ชี้ช่องหนุนไบโอฟูเอลจากเกษตรกรไทย

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกโรงเตือนว่า การปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลงอาจเสี่ยงทำให้เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤตได้ หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความตึงเครียดของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับตะวันออกกลางที่กลับมาปะทุอีกครั้ง ขณะที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจ่อมีสถานะติดลบถึง 100,000 ล้านบาท

คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นในวันที่ 21 กันยายน หลังตลาดน้ำมันโลกเผชิญแรงกดดันด้านราคาอย่างหนัก จากเหตุโจมตีท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ซึ่งเป็นท่อส่งน้ำมันสายสำคัญของซาอุดีอาระเบียด้วยโดรน เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา ทำให้ต้องปิดซ่อมแซม และคาดว่าจะต้องใช้เวลานานถึง 3 ถึง 5 สัปดาห์

ฐานะกองทุนน้ำมันจ่อติดลบ

ข้อมูลของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงระบุว่า ฐานะกองทุนสุทธิ ณ วันที่ 13 กันยายน 2569 อยู่ที่ -87,072 ล้านบาท สะท้อนแรงกดดันที่รัฐบาลต้องแบกไว้ในการตรึงราคาพลังงานให้อยู่ในระดับที่ประชาชนรับได้

ท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline มีความยาว 745 ไมล์ และมีความจุในการขนส่งน้ำมันมากถึง 5-7 ล้านบาร์เรลต่อวัน การปิดท่อส่งน้ำมันดังกล่าวทำให้ปริมาณน้ำมันดิบในตลาดโลกหายไปทันทีราว 4% จึงเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา

เครื่องมือ 3 ชั้นรับมือวิกฤต

ดร.เอกนิติชี้ว่า วิกฤตพลังงานส่งผลกระทบต่อทุกประเทศทั่วโลก ไม่เพียงเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น แต่ประเทศไทยมีความยืดหยุ่นในการรับมือมากกว่าหลายประเทศ เพราะมีเครื่องมือหลายชั้นด้วยกัน

เครื่องมือชั้นแรกคือกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่ง ดร.เอกนิติ ระบุว่าได้ประสานกับกระทรวงพลังงานแล้ว หากเครื่องมือที่ 1 ไม่เพียงพอในการรับมือ ก็จะใช้เครื่องมือที่ 2 นั่นคือการปรับลดราคา ณ โรงกลั่น ซึ่งได้มีการใช้เสริมแล้ว ส่วนเครื่องมือชั้นที่ 3 คือการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาใช้

อย่างไรก็ดี ดร.เอกนิติย้ำว่า หากจะใช้เครื่องมือลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ก็ต้องพิจารณาใช้ให้เหมาะสมกับฐานะการคลังด้วย พร้อมยืนยันว่าการรับมือกับวิกฤตพลังงานในช่วงที่ผ่านมามีประสิทธิภาพเพียงพอ โดยไม่จำเป็นต้องลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ซึ่งพิสูจน์ได้จากการที่ Fitch Ratings ปรับเพิ่มอันดับเครดิตล่าสุดของไทยจากเชิงลบ เป็นมีเสถียรภาพ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของรัฐบาลที่ดีขึ้น

“ต่อให้เราลดภาษีสรรพสามิต รายได้ลดลง แต่รายจ่ายเราก็ยังสูงอยู่ สุดท้ายเราต้องไปกู้อยู่ดี” ดร.เอกนิติกล่าว

เปิดทางลดภาษีหนุนไบโอฟูเอล

แม้จะเตือนถึงความเสี่ยง แต่ ดร.เอกนิติไม่ได้ปิดช่องทางไม่ให้มีการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเสียทีเดียว โดยชี้ว่าสามารถลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันในส่วนที่เป็นการส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพจากพืชที่ปลูกโดยเกษตรกรไทย เช่น น้ำมันดีเซล B20 จากปาล์มน้ำมัน หรือน้ำมัน E20 ซึ่งใช้เอทานอลที่ผลิตจากอ้อยหรือมันสำปะหลัง

“ถ้าเราจะลดภาษีเพื่อไปช่วย เราต้องเอาไปช่วยผลประโยชน์นั้นให้ตกกับเกษตรกรไทย เพราะ E20 คือใช้เอทานอล เอทานอลผลิตมาจากอ้อย ผลิตมาจากมันสำปะหลัง ผลประโยชน์จากการลดภาษีจะต้องตกอยู่กับคนไทย เช่นเดียวกับไบโอดีเซลมาจากน้ำมันปาล์ม ถ้าจะลดภาษี ก็ต้องให้ผลประโยชน์จากการลดภาษีนั้น ไปช่วยเกษตรกรที่ปลูกน้ำมันปาล์ม ที่เอามาผสมเป็นไบโอดีเซล อันนี้ก็เป็นหลักการที่กำลังคุยกันอยู่ครับ” ดร.เอกนิติกล่าว

พื้นที่การคลังเหลือน้อย

เมื่อถามถึงพื้นที่ทางการคลัง ดร.เอกนิติระบุว่า ปัจจุบันพื้นที่ในการกู้เงินของภาครัฐมีจำกัด โดยในปีงบประมาณ 2569 ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนกันยายนนี้ เหลือช่องว่างในการกู้เงินราวกว่า 10,000 ล้านบาทเท่านั้น

ดังนั้น หากรัฐบาลตัดสินใจลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน จะต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อฐานะการคลัง เพราะการลดภาษีจะทำให้รายได้รัฐลดลง และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการคลังได้ทันที

“ปีงบประมาณ 2569 ที่จะสิ้นสุดลงในเดือนกันยายนนี้ เรามีรูมในการกู้เงินเหลืออยู่แค่ 10,000 กว่าล้านบาท การไปลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันจะทำให้เกิดวิกฤตการคลังได้เลย” ดร.เอกนิติกล่าว

ข้อมูลของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ระบุว่า ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 หนี้สาธารณะคงค้างต่อ GDP อยู่ที่ 67.45% ไม่ไกลจากเพดานซึ่งอยู่ที่ 70% ต่อ GDP

สำหรับปีงบประมาณ 2570 ดร.เอกนิติกล่าวว่าจะต้องประเมินพื้นที่ทางการคลังอีกครั้งว่ารัฐบาลมีช่องว่างเพียงใด แต่ในระยะนี้จำเป็นต้องบริหารจัดการเครื่องมือที่มีอยู่ให้เหมาะสมกับฐานะการคลัง โดยยังต้องจับตาว่าราคาน้ำมันโลกจะคลี่คลายลงหลังการซ่อมแซมท่อส่งน้ำมันแล้วเสร็จหรือไม่ ซึ่งจะเป็นตัวชี้ขาดว่ารัฐบาลจะต้องหยิบเครื่องมือชั้นที่ 3 ออกมาใช้หรือไม่ในที่สุด

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap