โค้ชอัลเฟรดชี้ญี่ปุ่นสุดแกร่ง มองไทยได้บทเรียนล้ำค่าพัฒนาทีม

โค้ชอัลเฟรดชี้ญี่ปุ่นสุดแกร่ง มองไทยได้บทเรียนล้ำค่าพัฒนาทีม

ความพ่ายแพ้ต่อญี่ปุ่น 0-8 ในเกมเปิดสนามรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มอี ฟุตบอลหญิงเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 14 กันยายน กลายเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทีมชาติไทย โดย "โค้ชอัลเฟรด" นายเนติพงษ์ ศรีทองอินทร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ยอมรับว่าคู่แข่งอยู่ในระดับที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน และมองว่านี่คือโอกาสดีที่ทีมจะได้ประเมินศักยภาพของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา

มุมมองของโค้ชอัลเฟรด

โค้ชอัลเฟรดกล่าวว่า ไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าทีมจะได้เล่นกับทีมที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ โดยไม่ได้ประหลาดใจกับคุณภาพของผู้เล่นและความเร็วของเกมที่ค่อนข้างสูง พร้อมระบุว่าน่าจะเป็นครั้งแรกที่ทีมได้ลงเล่นกับคู่แข่งในระดับนั้น จึงทำให้สามารถประเมินตัวเองได้ว่าทำไมจึงยังทำได้ไม่ดีไปกว่านี้ เพราะความเร็วในการตอบสนองและความเร็วในการตัดสินใจคือสิ่งสำคัญที่สุด

"ฝ่ายตรงข้ามเล่นกันได้รวดเร็วมาก ผมมักจะพูดเสมอว่า สำหรับผม ฟุตบอลไม่ใช่เรื่องของทีมเวิร์ก แต่มันคือเรื่องของปัจเจกบุคคลที่รวมกันเป็นทีม ความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละคน เรื่องของการตัดสินใจ การตัดสินใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ภายใต้ความกดดัน ดังนั้น ตอนนี้พวกเราเริ่มรู้แล้วว่า มันคืออะไร และเราต้องทำอย่างไรเพื่อพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น" โค้ชอัลเฟรดกล่าว

บทเรียนจากเกม

หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยยังชี้ว่า การแพ้ให้กับทีมในระดับนั้นเป็นเรื่องบวกเสมอ เพราะไม่ได้แพ้ให้กับทีมที่มีอันดับต่ำกว่า โดยไทยได้เล่นกับทีมระดับท็อป 5 ของโลก ก่อนเกมทีมจึงพยายามจัดการทางแทคติคเพื่อเล่นตามเกมของตัวเอง โดยไม่ได้โฟกัสแค่ฟอร์มการเล่นของญี่ปุ่นเพียงอย่างเดียว แต่เท่าที่เห็นในช่วงครึ่งหลัง ทีมเริ่มปรับตัวให้คุ้นเคยกับความเร็วระดับนั้นได้บ้าง ก่อนที่สมรรถภาพร่างกายจะลดลงและเสียอีก 4 ประตู

"แต่ผมก็ค่อนข้างที่จะพอใจกับช่วง 20 นาทีแรกของครึ่งหลัง ทีมเริ่มที่จะจัดการมันได้ ทีมเริ่มชินกับความเร็วระดับนั้น แต่ในแง่ของร่างกาย มันค่อนข้างหนักเกินไปหน่อยที่จะเล่นแบบนี้ตลอด 90 นาที เพราะวันนี้มันไม่ใช่เรื่องของแทคติค ไม่ใช่เรื่องของแผนการเล่น ไม่ใช่เรื่องของทักษะ แต่มันเป็นเรื่องของความเร็วในการตอบสนอง และความเร็วในการตัดสินใจล้วนๆ" โค้ชอัลเฟรดกล่าว

การปรับตัวและเป้าหมาย

โค้ชอัลเฟรดยังเปิดเผยถึงการตัดสินใจเปลี่ยนตัวผู้เล่นในช่วงพักครึ่งในเกมกับญี่ปุ่นว่า เพื่อเซฟผู้เล่นไว้สำหรับสองเกมถัดไป และเปิดโอกาสให้ผู้เล่นคนอื่นได้คุ้นเคยและเล่นด้วยความเร็วระดับนั้น โดยมองว่าการเจอกับทีมระดับท็อป 5 ของโลกอย่างญี่ปุ่นเป็นบทเรียนที่สำคัญมาก แม้การเล่นด้วยสปีดเกมระดับนี้ตลอด 90 นาทีจะหนักเกินไปสำหรับร่างกายของทีมในตอนนี้ แต่นี่คือโอกาสสำคัญที่ทำให้ทีมได้ประเมินตัวเอง รู้จุดที่ต้องแก้ไข และพัฒนาเพื่อก้าวไปให้ถึงระดับนั้นในอนาคต

สำหรับโปรแกรมนัดต่อไป ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยจะพบกับไต้หวัน ในวันที่ 17 กันยายน เวลา 14.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทาง MCOT HD 30 และแอพพลิเคชั่น AIS PLAY โดยผลการแข่งขันนัดนี้จะมีความสำคัญต่อโอกาสในการผ่านเข้ารอบของทีมไทยในกลุ่มอี ขณะที่บทเรียนจากเกมกับญี่ปุ่นจะเป็นข้อมูลให้ทีมโค้ชได้ปรับแผนและเตรียมความพร้อมสำหรับการรับมือคู่แข่งที่มีสไตล์การเล่นแตกต่างออกไป

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap