'โฟม' มณีวรรณ พลิกโอกาสทองกะทันหัน สู่เหรียญเงินเอเชียนเกมส์คาราเต้

'โฟม' มณีวรรณ พลิกโอกาสทองกะทันหัน สู่เหรียญเงินเอเชียนเกมส์คาราเต้

จากนักกีฬาที่เกือบไม่มีชื่อติดทีมชาติ สู่การคว้าเหรียญเงินเอเชียนเกมส์ครั้งแรกในชีวิต 'โฟม' มณีวรรณ บุตรสุวรรณ นักคาราเต้สาวทีมชาติไทย สร้างเซอร์ไพรส์ให้ทัพนักกีฬาไทยในเอเชียนเกมส์ 2026 ด้วยการคว้าเหรียญเงินในรุ่นน้ำหนักมากกว่า 68 กิโลกรัม ทั้งที่ไม่เคยลงแข่งขันในรุ่นนี้มาก่อน และต้องเพิ่มน้ำหนักตัวถึง 8 กิโลกรัมภายในเวลาไม่ถึง 2 เดือน

แทนเพื่อนรักอย่างกังวลใจ

มณีวรรณเปิดใจว่า ในช่วงแรกที่ทราบว่าตนมีชื่อติดทีมในรุ่นนี้ เธอมีความกังวลใจอยู่ 2 เรื่องด้วยกัน เรื่องแรกคือการที่เธอต้องเข้าไปแทนที่เพื่อนรักซึ่งสนิทกันมาก ทำให้เธอเก็บเรื่องนี้มาคิดหนักพอสมควร

เธอระบุว่าโอกาสที่เข้ามาครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญ และเอเชียนเกมส์ก็เป็นรายการที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของเธอแล้ว จึงทำให้ไม่กล้าที่จะปฏิเสธ เพราะหากปล่อยโอกาสนี้ไป ก็ไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะมีโอกาสแบบนี้อีกหรือไม่

แม้ในช่วงแรกจะเครียดเพราะกลัวผิดใจกับเพื่อน แต่สุดท้ายทั้งสองก็ได้พูดคุยและปรับความเข้าใจกัน ทำให้เธอสบายใจมากขึ้น พร้อมทั้งสัญญาว่าจะทำหน้าที่นี้ให้เต็มที่แทนในส่วนของเพื่อนด้วย

เพิ่มน้ำหนัก 8 กิโลในสองเดือน

ความท้าทายอีกด้านหนึ่งคือการต้องลงแข่งขันในรุ่นน้ำหนักที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน โดยปกติแล้วน้ำหนักตัวของมณีวรรณจะอยู่ที่ประมาณ 59 กิโลกรัม แต่การแข่งขันครั้งนี้ต้องขยับขึ้นไปสู้ในรุ่นมากกว่า 68 กิโลกรัม ซึ่งหมายความว่าต้องเพิ่มน้ำหนักตัวถึง 8 กิโลกรัมภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 เดือนก่อนการแข่งขัน

เจ้าตัวยอมรับว่าช่วงแรกทรมานมาก ต้องกินอาหารเพิ่มขึ้นจากเดิม 2-3 เท่า และเคยกินจนอาเจียนมาแล้ว

วันแรกในสนามเหมือนความฝัน

จากนักกีฬาที่เกือบไม่ได้เดินทางมาเอเชียนเกมส์ สู่การก้าวลงสนามในรุ่นที่ไม่ใช่น้ำหนักธรรมชาติของตัวเอง มณีวรรณเล่าว่าความรู้สึกในวันแรกที่ได้สัมผัสบรรยากาศการแข่งขันเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ราวกับเป็นความฝันที่เกิดขึ้นจริง

ก่อนเดินทางมา เธอไม่ได้มีภาพในหัวเลยว่าเอเชียนเกมส์จะเป็นอย่างไร เข้าใจว่าเหมือนกันทุกแมตช์ แต่เมื่อมาถึงกลับตื่นเต้นมาก อยากลงแข่ง อยากเจอคู่แข่งใหม่ ๆ ต่างรุ่น อยากเรียนรู้ว่าแต่ละคนจะเล่นอย่างไร และอยากท้าทายตัวเอง

อย่างไรก็ตาม เธอยืนยันว่าไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องติดเหรียญ ขอเพียงโฟกัสไปทีละรอบก็เพียงพอ

เปลี่ยนวิธีคิด เชื่อฟังโค้ช

ในการแข่งขันครั้งนี้ มณีวรรณไม่ได้ถูกมองเป็นตัวเต็ง เธอเป็นเพียงน้องใหม่ในรุ่นน้ำหนักนี้ และยังไม่มีประสบการณ์กับคู่แข่งที่คุ้นเคยกับการต่อสู้ในพิกัดมากกว่า 68 กิโลกรัม แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปจากรายการก่อนหน้านี้คือการเปิดใจรับฟังคำแนะนำจากโค้ช

ดร.พลวศิน สารธรรม หรือ 'อาจารย์แจ็ค' หัวหน้าผู้ฝึกสอน บอกให้เธอทำเต็มที่ หากทำผลงานได้ดีก็จะเปลี่ยนอนาคตได้ ไม่ต้องกดดันตัวเอง เพราะหากกดดันเกินไปจะทำให้เครียด

มณีวรรณเล่าว่า โค้ชบอกให้เชื่อใจกัน เพราะเขาเห็นทุกอย่างในสนาม ซึ่งใน 2-3 รายการก่อนหน้านี้ เธอเล่นไม่ค่อยดี ไม่มีสมาธิ และไม่ค่อยฟังโค้ช จึงบอกกับตัวเองว่าหากอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น ก็ต้องเชื่อโค้ช

คราวนี้เธอพยายามมีสมาธิ จดจ่ออยู่กับเกมที่จะเล่น และทำตามแผนของโค้ชที่บอกว่า ถ้าเห็นเข้าทำลูกถนัดก็ให้ทำ ถ้าไม่ถนัดก็ไม่ต้องทำ สุดท้ายจึงคว้าเหรียญเงินมาได้สำเร็จ

เหรียญเงินแรกในรอบ 28 ปี

ผลงานของมณีวรรณยังทำให้เธอกลายเป็นเจ้าของเหรียญเงินเอเชียนเกมส์คนแรกของคาราเต้ไทยในรอบ 28 ปี นับตั้งแต่ปนัดดา ปาล์มชูชัยนะ ทำได้ในเอเชียนเกมส์ 1998

เมื่อมองย้อนกลับไป เธอบอกว่าสิ่งที่ภูมิใจที่สุดอาจไม่ใช่เพียงเหรียญที่คล้องอยู่บนคอ แต่คือการได้เห็นผลลัพธ์ของความพยายามที่ตัวเองไม่เคยหยุดทำ

เธอกล่าวขอบคุณตัวเองที่ไม่หยุดพยายาม และระบุว่าความสำเร็จครั้งนี้ทำให้เรียนรู้ว่าความพยายามไม่เคยทำร้ายใครจริง ๆ ต่อให้ไม่มีใครเห็น อย่างน้อยก็มีตัวเองที่เห็น และเธอดีใจที่ครั้งนี้มีคนเห็นความพยายามของเธอ

เรื่องราวของมณีวรรณชี้ให้เห็นว่า บางครั้งโอกาสในชีวิตอาจไม่ได้เดินเข้ามาหาเราในวันที่พร้อมที่สุด แต่อาจมาแบบกะทันหัน มาพร้อมกับเงื่อนไขที่ยากกว่าที่เคยเจอ และไม่มีใครรู้ว่าเมื่อมันผ่านไปแล้วจะมีโอกาสแบบเดิมกลับมาอีกหรือไม่ สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่การเตรียมตัวเองให้พร้อมพอที่จะคว้ามันไว้เมื่อโอกาสมาถึง

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap