โอมานเปิดตัว IFC Oman ศูนย์การเงินอิสระ ดึงทุนตะวันออกกลางสู่ไทยและอาเซียน

โอมานเปิดตัว IFC Oman ศูนย์การเงินอิสระ ดึงทุนตะวันออกกลางสู่ไทยและอาเซียน

โอมานเปิดตัวศูนย์การเงินระหว่างประเทศแห่งใหม่ ‘IFC Oman’ ตั้งอยู่ที่กรุงมัสกัต จัดตั้งตามพระราชกฤษฎีกาเมื่อต้นปี 2026 ทำหน้าที่เป็นเขตเศรษฐกิจและการเงินอิสระที่มุ่งดึงดูดทุนและสถาบันการเงินจากทั่วโลก ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง โดยมีเป้าหมายเชื่อมโยงเงินทุนจากกลุ่มประเทศ GCC สู่ตลาดเกิดใหม่ รวมถึงประเทศไทยและอาเซียน

อัล ฮุสเซน อัล กัลฮาตี รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ศูนย์การเงินระหว่างประเทศแห่งโอมาน (IFC Oman) ให้สัมภาษณ์ THE STANDARD ในช่วงการประชุม IMF-World Bank Annual Meetings 2026 ที่จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ โดยระบุว่า ศูนย์การเงินแห่งนี้มีโครงสร้างการกำกับดูแลที่เป็นอิสระจากกฎหมายท้องถิ่นของโอมานอย่างสิ้นเชิง

โครงสร้างอิสระ-ใช้ AI ตั้งแต่เริ่ม

อัล กัลฮาตี ระบุว่า IFC Oman มีหน่วยงานจดทะเบียนบริษัทที่เป็นอิสระ มีหน่วยงานกำกับดูแลที่ออกใบอนุญาตและตรวจสอบสถาบันการเงินและกิจกรรมทางการเงินโดยเฉพาะ รวมถึงมีศาลอิสระที่ใช้ระบบกฎหมาย Common Law พร้อมด้วยศูนย์อนุญาโตตุลาการของตนเอง

เนื่องจากเป็นศูนย์กลางการเงินที่สร้างขึ้นใหม่ทั้งหมด จึงไม่มีข้อจำกัดจากระบบโครงสร้างพื้นฐานเดิม โดยมีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้อย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่เริ่มต้น ทั้งในกระบวนการจดทะเบียนบริษัท การกำกับดูแลและตรวจสอบสถาบันการเงิน ตลอดจนการบริหารจัดการข้อมูลลูกค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการดำเนินงานภายใน IFC Oman

สิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงสุด 50 ปี

อัล กัลฮาตี ระบุว่า IFC Oman จะมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับกิจกรรมที่เข้าเกณฑ์ (Qualified Activities) สูงสุดนานถึง 50 ปี รวมถึงยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกิจการที่ดำเนินกิจกรรมตามเกณฑ์ และยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับพนักงาน

นอกจากนี้ ยังไม่มีการเก็บภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) สำหรับการรับบริการจากต่างประเทศ และมีโครงสร้างนิติบุคคลที่หลากหลาย รองรับโครงสร้างทางกฎหมายทุกรูปแบบตามความต้องการของธุรกิจ เช่น บริษัทโฮลดิ้ง (Holding Company) หรือนิติบุคคลเฉพาะกิจ (SPVs) เพื่ออำนวยความสะดวกในการร่วมลงทุน

จุดยืนท่ามกลางความขัดแย้ง

ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความแตกแยก (Fragmentation) และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจจาก IFC Oman กล่าวว่า โอมานวางตำแหน่งเป็นศูนย์กลางที่มีความมั่นคง ปลอดภัย (Safe & Trusted Platform) และมุ่งส่งเสริมสันติภาพ

อัล กัลฮาตี เน้นย้ำว่า ที่ผ่านมาโอมานรักษาความสัมพันธ์อันดีและยาวนานกับหลายภูมิภาค ทั้งกลุ่มประเทศ GCC ยุโรป จีน อินเดีย แอฟริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ (Emerging Markets) ที่ต้องการเงินทุน กับแหล่งเงินทุนระดับโลก โดยที่การดำเนินงานและแผนงานของโอมานดำเนินไปตามกลยุทธ์ที่วางไว้อย่างมั่นคง โดยไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามในภูมิภาค

สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ดังกล่าวกลับเป็นปัจจัยสนับสนุนที่ช่วยขับเน้นบทบาทของโอมานและ IFC Oman ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เนื่องจากภาคธุรกิจและสถาบันการเงินระหว่างประเทศยังคงเชื่อมั่นและมีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง แต่เริ่มมองหาการกระจายความเสี่ยง (Diversification) และให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity) สูงสุด ด้วยเสถียรภาพ ความปลอดภัย และนโยบายที่ส่งเสริมสันติภาพ โอมานจึงกลายเป็น ‘ตัวเลือกตามธรรมชาติ’ (Natural Option) ที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจที่ต้องการตั้งหลักแหล่งในแพลตฟอร์มที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ เพื่อเข้าถึงตลาดระดับโลกและตลาดเกิดใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง

โอกาสธุรกิจไทย-อาเซียน

อัล กัลฮาตีมองว่า ไทยและโอมานมีความสัมพันธ์ทางการค้าที่แน่นแฟ้นอยู่แล้วในภาคพลังงาน โลจิสติกส์ และการท่องเที่ยว ความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจึงเป็นการต่อยอดความร่วมมือเดิม อีกทั้งการเปิดตัว IFC Oman ยังจะเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพภาคการเงินระหว่างกัน

โดยธุรกิจไทยและเอเชียสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากกลุ่มประเทศ GCC และสถาบันการเงินระหว่างประเทศ ผ่านแพลตฟอร์มของ IFC Oman เพื่อนำไปขยายธุรกิจได้ และนักลงทุนไทยก็มีโอกาสเข้าไปลงทุนในโครงการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติของโอมาน

เบื้องหลังวิสัยทัศน์โอมาน 2040

Oman Vision 2040 คือแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระยะยาวของประเทศโอมาน ที่จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นแม่บทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของประเทศ ตั้งแต่ปี 2021 ไปจนถึงปี 2040 โดยกรอบยุทธศาสตร์นี้เปรียบเสมือน ‘แผนที่เดินทาง’ (Roadmap) ที่มุ่งหวังเปลี่ยนผ่านประเทศโอมานจากการพึ่งพารายได้จากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ไปสู่การเป็นเศรษฐกิจฐานความรู้และนวัตกรรมที่ยั่งยืน (Knowledge-Based Economy)

วิสัยทัศน์นี้วางอยู่บน 4 เสาหลัก (Core Pillars) ครอบคลุมทุกมิติของการพัฒนา ได้แก่ มนุษย์และสังคม (People and Society) ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต การศึกษา ระบบสาธารณสุข และการเพิ่มการมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ในตลาดแรงงาน เศรษฐกิจและการพัฒนา (Economy and Development) ที่มุ่งลดการพึ่งพาน้ำมัน โดยส่งเสริม 5 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ การขนส่งและโลจิสติกส์ การท่องเที่ยว การผลิต (Manufacturing) ประมง-เกษตรกรรม และการเงิน-การบริการ ซึ่งรวมถึงการจัดตั้ง IFC Oman การบริหารจัดการและธรรมาภิบาล (Governance and Institutional Performance) ที่มุ่งปฏิรูประบบราชการ เพิ่มความโปร่งใส ปรับปรุงกฎหมายให้เป็นสากล เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ (FDI) และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน (Environmental Sustainability) ผ่านการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ มุ่งสู่การใช้พลังงานสะอาด และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

อัล กัลฮาตีกล่าวว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โอมานปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล และมุ่งสู่การกระจายตัวทางเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นการดึงดูด FDI ในภาคโลจิสติกส์ การขนส่งทางเรือ ภาคการเงิน การท่องเที่ยว พลังงานสะอาด ไฮโดรเจน และการลงทุนตามแนวทาง ESG

การเปิดตัว IFC Oman จึงไม่ใช่เพียงการสร้างศูนย์การเงินแห่งใหม่ของตะวันออกกลาง แต่เป็นการวางตำแหน่งโอมานเป็นสะพานเชื่อมระหว่างแหล่งทุนขนาดใหญ่ในอ่าวเปอร์เซียกับตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย รวมถึงประเทศไทย ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจไทยเข้าถึงเงินทุนต้นทางใหม่ และขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของโอมานในระยะยาว

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap