ไทยเจ้าภาพเวิลด์แบงก์ 191 ประเทศ อนุทินสั่งเข้มทุกด้าน บีโอไอเผยวีซ่าวีไอพีดูดต่างชาติ 1…

ไทยเจ้าภาพเวิลด์แบงก์ 191 ประเทศ อนุทินสั่งเข้มทุกด้าน บีโอไอเผยวีซ่าวีไอพีดูดต่างชาติ 1…

ประเทศไทยเตรียมความพร้อมเต็มรูปแบบสำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 โดยมีประเทศเข้าร่วม 191 ประเทศ และผู้เข้าร่วมกว่า 10,000 คน ขณะที่บีโอไอรายงานความสำเร็จมาตรการวีซ่าพำนักระยะยาวที่มีผู้ได้รับอนุมัติแล้วกว่า 12,010 คน สร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 43,000 ล้านบาท

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดประชุมครั้งที่ 3/2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยระบุว่าเหลือเวลาอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ และทุกหน่วยงานต้องเตรียมความพร้อมอย่างครบถ้วน

เตรียมพร้อมรับ 191 ประเทศ

นายอนุทินกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีประเทศตอบรับเข้าร่วม 191 ประเทศ ประกอบด้วยประมุขประเทศ หัวหน้ารัฐบาล รัฐมนตรี และผู้บริหารระดับสูงขององค์กรต่างๆ รวมกว่า 10,000 คน ซึ่งบุคคลเหล่านี้จะเข้ามาสังเกตความพร้อมของประเทศไทยในทุกด้าน และหลายประเทศตัดสินใจนำเงินมาลงทุนในประเทศไทยพร้อมให้ความร่วมมือช่วยเหลือ

"ประเทศไทยจะได้ประโยชน์เยอะมากและมากยิ่งขึ้น ถ้าเราสามารถดำเนินการให้การประชุมครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยประสบผลสำเร็จในทุกด้าน" นายอนุทินกล่าว

นายกรัฐมนตรีสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมทั้งด้านสารัตถะพิธีการ ระบบรักษาความปลอดภัย การอำนวยความสะดวก การสาธารณสุข การประชาสัมพันธ์ และการบริหารจัดการภาพรวม พร้อมกำชับให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (ทอท.) เตรียมพร้อมเต็มที่ หลังเกิดปัญหาความล่าช้าด้านการขนส่งกระเป๋า การเช็คอิน และการยกเลิกเที่ยวบินเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

"คนที่เข้ามามีทั้งทุนและพลังสนับสนุนทางการเงิน ขอให้การเป็นเจ้าภาพของไทยครั้งนี้เกิดประโยชน์กับประเทศไทยมากที่สุด และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย" นายอนุทินกล่าว

ลงทุนพุ่ง 1.47 ล้านล้าน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานเสวนา 30 ปี ไทยโพสต์ ว่า มาตรการกีดกันทางการค้าในปัจจุบันเปลี่ยนมาขึ้นกำแพงภาษี ขณะที่กระแสการย้ายฐานทุนของนักลงทุนต่างชาติไม่ได้มองหาประเทศที่มีต้นทุนต่ำสุดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการพื้นที่ปลอดภัย มีความเป็นกลาง และค้าขายได้กับทุกฝ่าย ซึ่งประเทศไทยมีจุดเด่นดังกล่าวอย่างชัดเจน

ส่งผลให้ยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ปี 2568 พุ่งสูงถึง 1.47 ล้านล้านบาท เติบโตเกือบ 40% โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เช่น แผงวงจรพิมพ์ และอุปกรณ์รับส่งข้อมูลด้วยแสงความเร็วสูง ซึ่งไทยกลายเป็นฐานผลิตอันดับ 1-2 ของโลก ควบคู่กับกระแสยานยนต์แห่งอนาคตที่เข้ามาทดแทนยานยนต์สันดาปเดิม

วีซ่าวีไอพีดูด 1.2 หมื่นราย

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เปิดเผยความคืบหน้ามาตรการวีซ่าประเภทพิเศษสำหรับผู้พำนักระยะยาว หรือ LTR Visa ซึ่งบีโอไอรับผิดชอบตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 ว่า ช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มีผู้ได้รับอนุมัติวีซ่าทั้งสิ้น 12,010 คน ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจประมาณ 43,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยกว่า 3.6 ล้านบาทต่อคน คำนวณจากค่าธรรมเนียมวีซ่า ค่าใช้จ่ายในประเทศไทย การลงทุนโดยตรง และรายได้ภาษีจากผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ

ผู้ถือวีซ่าดังกล่าวครอบคลุม 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ 1,779 คน กลุ่มผู้เชี่ยวชาญทำงานจากประเทศไทยให้นายจ้างต่างประเทศ 1,043 คน กลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง 737 คน กลุ่มผู้เกษียณอายุฐานะดี 4,561 คน และกลุ่มครอบครัวของ 4 กลุ่มแรก 3,891 คน

การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเวิลด์แบงก์ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะแสดงศักยภาพต่อสายตานานาชาติ หลังกระแสการย้ายฐานการผลิตและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกผลักให้นักลงทุนมองหาพื้นที่ปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งไทยได้เปรียบทั้งทำเลที่ตั้งและความเป็นกลางทางการค้า ขณะที่มาตรการวีซ่าพำนักระยะยาวยังเป็นเครื่องมือดึงดูดบุคลากรทักษะสูงและกำลังซื้อสูงที่หลายประเทศแข่งขันกันอย่างหนัก

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap