ไทย-เนเธอร์แลนด์ลงนาม MOU ดันเซมิคอนดักเตอร์ ตั้งเป้าฮับชิประดับโลก

ไทย-เนเธอร์แลนด์ลงนาม MOU ดันเซมิคอนดักเตอร์ ตั้งเป้าฮับชิประดับโลก

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ ชูร์ต ชูร์ตส์-มา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าระหว่างประเทศและความร่วมมือเพื่อการพัฒนา เนเธอร์แลนด์ เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง บริษัท เอ็นเอ็กซ์พี แมนูแฟคเจอริ่ง (ไทยแลนด์) จำกัด (NXP ประเทศไทย) กับ Siam Silica และบันทึกข้อตกลง (MOA) ระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครกับ University of Twente เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ณ บริษัท เอ็นเอ็กซ์พี แมนูแฟคเจอริ่ง (ไทยแลนด์) จำกัด เพื่อผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมชิประดับโลก

Key facts

ทำไมไทยต้องผลิตชิปเอง?

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ประเทศไทยมีฐานการผลิตที่แข็งแกร่งทั้งในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ หากสามารถผลิตชิปหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องภายในประเทศได้ จะช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ได้อย่างมหาศาล และผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค

อว. จึงได้หารือกับ NXP เพื่อส่งเสริมให้ขยายการวิจัยและพัฒนา (R&D) รวมถึงกำลังการผลิตในประเทศไทย โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนและพิจารณาสิทธิประโยชน์ผ่าน BOI เพื่อต่อยอดนวัตกรรมและการพัฒนาบุคลากร

นอกจากนี้ การเยือน University of Twente ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านการออกแบบ IC เซมิคอนดักเตอร์ และสถาบัน MESA+ ที่มี Nano Lab ทันสมัย ทำให้เห็นโอกาสสำคัญในการสร้างความร่วมมือเพื่อฝึกอบรมและพัฒนาทรัพยากรบุคคลของไทย Siam Silica กับโครงการ Brainport

ชูร์ต ชูร์ตส์-มา กล่าวว่า เนเธอร์แลนด์ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามครั้งนี้ ปัจจุบันอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มีบทบาทสำคัญและมีความรับผิดชอบอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมให้ก้าวหน้า

ทั้งนี้ ความท้าทายสูงสุดของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในเนเธอร์แลนด์ขณะนี้ ไม่ใช่เรื่องต้นทุนพลังงานหรือโครงสร้างพื้นฐาน แต่คือปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ โครงการ Siam Silica ของประเทศไทยถือว่ามีวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกับโครงการ Brainport ของเนเธอร์แลนด์เป็นอย่างมาก เนื่องจากเราเชื่อมั่นว่าการพัฒนาบุคลากรไม่ควรถูกจำกัดด้วยพรมแดน อุตสาหกรรมนี้จำเป็นต้องอาศัยบุคลากรที่มีศักยภาพจากทั่วโลก เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการเติบโตอย่างมั่นคงต่อไป ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?

ความร่วมมือดังกล่าวสืบเนื่องจากการเดินทางเยือนยุโรปของ ศ.ดร.ยศชนัน และคณะ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยเฉพาะการหารือเชิงลึกกับ University of Twente และสถาบันชั้นนำด้านเทคโนโลยีในเนเธอร์แลนด์และเบลเยียม เพื่อเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรสู่การเป็นศูนย์กลางเซมิคอนดักเตอร์

จากการประเมินร่วมกับสถาบันระดับโลกพบว่า ไทยมีศักยภาพแข่งขันในเทคโนโลยีชิปแสง (Photonics) และการประกอบบรรจุชิปขั้นสูง ที่จะช่วยยกระดับโรงงานอิเล็กทรอนิกส์เดิมให้สามารถผลิตชิปมูลค่าสูงได้ ควบคู่ไปกับการเชื่อมโยงเครือข่ายวิจัยอย่างสถาบัน IMEC และกองทุน Horizon Europe เพื่อดึงการสนับสนุนและบุคลากรไทยในต่างแดนกลับมาพัฒนาประเทศ

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า การลงนามความร่วมมือ MOU และ MOA ในวันนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการเดินหน้าพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และเป็นก้าวแรกของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ผ่านโครงการ Siam Silica โดยรัฐบาลไทยพร้อมเป็นตัวกลางช่วยอำนวยความสะดวก และในอนาคตจะมีการขยายความร่วมมือดึงบริษัทและสถาบันการศึกษาชั้นนำอื่นๆ มาร่วมในโครงการนี้ต่อไป ก้าวต่อไปคืออะไร?

ข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำเสนอต่อคณะกรรมการเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ และ กรอ. เพื่อขับเคลื่อนเป็นเศรษฐกิจใหม่ของประเทศไทยต่อไป

สำหรับผู้อ่านชาวไทย ความร่วมมือนี้ไม่เพียงแต่สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่ยังเปิดโอกาสให้บุคลากรไทยได้พัฒนาทักษะขั้นสูงในอุตสาหกรรมชิป ซึ่งเป็นเทคโนโลยีหัวใจของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap