ADB หั่นประมาณการ GDP ไทยปี 2570 เหลือ 1.9% เตือนอานิสงส์วัฏจักรเทคโนโลยีอาจจบเร็วกว่าคาด

ADB หั่นประมาณการ GDP ไทยปี 2570 เหลือ 1.9% เตือนอานิสงส์วัฏจักรเทคโนโลยีอาจจบเร็วกว่าคาด

ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ปรับลดประมาณการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 2570 เหลือ 1.9% จากเดิมที่คาดไว้ 2.0% พร้อมเตือนว่าอานิสงส์จากวัฏจักรการลงทุนด้านเทคโนโลยีอาจสิ้นสุดเร็วกว่าที่ประเมินไว้ เนื่องจากอุปสงค์สินค้าเทคโนโลยีทั่วโลกเริ่มชะลอตัวลง

การปรับลดประมาณการครั้งนี้มีขึ้นในรายงาน Asian Development Outlook Update (ADO Update) September 2026 ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 23 กันยายน ขณะเดียวกัน ADB ได้ปรับเพิ่มประมาณการ GDP ไทยสำหรับปี 2569 ขึ้นเป็น 2.0% จากเดิม 1.8% ที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนกรกฎาคม 2569

ปัจจัยหนุนปี 2569

การปรับเพิ่มประมาณการสำหรับปี 2569 มาจากการส่งออกสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี และการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวดีกว่าที่คาดและมีแนวโน้มต่อเนื่อง รวมทั้งการสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากการชะลอตัวในด้านอื่น

ชิดชนก อันโนนจารย์ เศรษฐกร ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) กล่าวว่า “การส่งออกและการลงทุนของไทยในปีนี้ขยายตัวค่อนข้างเยอะ จากวัฏจักรการลงทุนด้านเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ และแม้ว่าการขยายตัวดังกล่าวจะยังส่งผลต่อเนื่องถึงปีหน้า แต่อัตราการขยายตัวอาจจะย่อลง”

สำหรับปี 2570 ADB มองว่าอุปสงค์ในสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีทั่วโลกจะขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงเล็กน้อย ส่งผลให้การส่งออกของไทยในสาขาดังกล่าวชะลอตามไปด้วย จึงเป็นเหตุให้ต้องปรับลดประมาณการลงเหลือ 1.9%

ความเสี่ยงจากภาษีสหรัฐฯ

รายงาน ADO Update ระบุว่า “การเติบโตของการส่งออกจะชะลอตัวในปี 2027 เนื่องจากวัฏจักรการส่งออกที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีกลับสู่ภาวะปกติ (Normalize) และมาตรการทางภาษีใหม่ของสหรัฐฯ จะครอบคลุมเต็มปี นอกจากนี้ อัตราภาษีที่สูงขึ้นสำหรับสินค้าที่ไม่ได้รับการยกเว้นและความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าที่ดำเนินอยู่อาจเป็นปัจจัยกดดันเพิ่มเติมต่อแรงส่งของการส่งออกสินค้าในปี 2027”

ชิดชนกกล่าวต่อว่า ไม่ใช่เพียงประเทศไทยที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากวัฏจักรเทคโนโลยีชะลอลง เนื่องจากบางประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็เผชิญกับการชะลอตัวเช่นเดียวกัน ยกเว้นเวียดนามที่มีการปรับประมาณการเศรษฐกิจขึ้น เนื่องจากภาครัฐมีมาตรการรองรับการลงทุนเหล่านี้อย่างเต็มรูปแบบ

“ยังต้องติดตามต่อไปว่าไทยจะสามารถรักษาโมเมนตัมที่เป็นบวกได้นานสักเท่าไหร่ และจะสามารถพัฒนาทักษะหรือเทคโนโลยีทันที่จะฉกฉวย (Capture) กับวัฏจักรนี้ได้มากน้อยแค่ไหน” ชิดชนกกล่าว

แรงกดดันเงินเฟ้อ

นอกจากวัฏจักรเทคโนโลยีที่ชะลอตัว ความเสี่ยงต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยยังเอนเอียงไปในทิศทางขาลง จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนพลังงานและการขนส่งอยู่ในระดับสูงยาวนาน บั่นทอนกำลังซื้อของครัวเรือน และกระทบการค้าและการท่องเที่ยว ขณะที่หนี้ครัวเรือนที่สูงและเงื่อนไขสินเชื่อที่เข้มงวดอาจเป็นข้อจำกัดต่อการบริโภค ท่ามกลางพื้นที่ทางการคลังที่ลดลงอาจจำกัดการลงทุนของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ นอกจากนี้ ผลกระทบที่รุนแรงขึ้นจากปรากฏการณ์เอลนีโญอาจลดผลผลิตทางการเกษตรและรายได้ของเกษตรกร

สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย ADB คาดว่าจะอยู่ที่ 2.5% ในปี 2569 ปรับลดลงจาก 2.9% ในรายงาน ADO เดือนกรกฎาคม 2569 ก่อนชะลอตัวลงเหลือ 1.3% ในปี 2570 การปรับลดประมาณการในปีนี้สะท้อนถึงมาตรการของรัฐบาลเป็นหลัก ซึ่งรวมถึงการลดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับครัวเรือน การอุดหนุนราคาเชื้อเพลิง และการควบคุมราคาสินค้าจำเป็นอย่างต่อเนื่อง

ในประมาณการฐาน (Baseline) ADB คาดว่าอัตราเงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มลดลงในปี 2027 เนื่องจากราคาพลังงานปรับตัวลดลงและแรงกดดันด้านอุปทานคลี่คลายลง อย่างไรก็ตาม ADB เตือนว่ายังมีความเป็นไปได้ที่แรงกดดันเงินเฟ้อขาขึ้นอาจรุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอาจสูงกว่าการคาดการณ์ หากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ทวีความรุนแรงขึ้น การส่งผ่านต้นทุนมีความชัดเจนขึ้น หรือปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงกว่าคาดส่งผลให้ราคาอาหารพุ่งสูงขึ้นเกินกว่าที่ประเมินไว้

รายงานฉบับนี้ชี้ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้าขึ้นอยู่กับความสามารถในการรักษาโมเมนตัมจากการส่งออกเทคโนโลยีและการลงทุนภาคเอกชน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลกและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจสร้างแรงกดดันต่อทั้งการเติบโตและเสถียรภาพราคาไปพร้อมกัน

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap