Endo-Fusion เทคนิคผ่าตัดกระดูกสันหลังแผลเล็กสุด อ.นพ.วิทย์ ชูมาตรฐานใหม่ MIS ไทย

Endo-Fusion เทคนิคผ่าตัดกระดูกสันหลังแผลเล็กสุด อ.นพ.วิทย์ ชูมาตรฐานใหม่ MIS ไทย

อ.นพ.วิทย์ โคธีรานุรักษ์ ศัลยแพทย์กระดูกสันหลัง ภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เผยแพร่แนวทางการผ่าตัดกระดูกสันหลังผ่านกล้องเอนโดสโคปแบบ Endo-Fusion ซึ่งใช้แผลขนาดไม่ถึง 1 เซนติเมตร ผู้ป่วยสามารถลุกเดินได้ในวันถัดไปและกลับบ้านภายใน 1-2 วัน ถือเป็นความก้าวหน้าของการผ่าตัดแผลเล็ก (MIS) ในไทยที่ช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อและลดระยะฟื้นตัวของผู้ป่วย

Key facts

Endo-Fusion ต่างจากการผ่าตัดแบบเดิมอย่างไร

การผ่าตัดกระดูกสันหลังแบบเปิด的传统ทำให้ผู้ป่วยต้องเผชิญกับแผลขนาดใหญ่ เสียเลือดมาก และใช้เวลาพักฟื้นหลายสัปดาห์ แต่อ.นพ.วิทย์ โคธีรานุรักษ์ อธิบายว่า Endo-Fusion เป็นการสอดกล้องขนาดเล็กผ่านกล้ามเนื้อเข้าสู่ตำแหน่งที่กดทับเส้นประสาทโดยไม่ต้องเลาะกล้ามเนื้อแกนกลางของหลัง จากนั้นขยายช่องโพรงประสาท คลายการกดทับ และใส่หมอนรองกระดูกเทียมเพื่อทดแทนหมอนเดิมที่เสื่อมสภาพ พร้อมเสริมความมั่นคงให้โครงสร้างกระดูกสันหลังในขั้นตอนเดียวกัน

ขนาดแผลอาจเล็กเพียงปลายนิ้ว แต่ภายในคือการทำงานกับโครงสร้างที่ละเอียดที่สุดส่วนหนึ่งของร่างกาย “เป้าหมายของทุกเทคนิคเหมือนกัน แต่ Endo-Fusion คือการเลือกเส้นทางที่เล็กที่สุดแต่แม่นยำ และบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อน้อยที่สุด” อ.นพ.วิทย์ กล่าว

ผลลัพธ์ทางคลินิกไม่แตกต่างจากการผ่าตัดเปิด แต่สิ่งที่ได้เพิ่มคือเสียเลือดน้อย อัตราการติดเชื้อต่ำ ฟื้นตัวเร็ว และลดความเจ็บปวดหลังผ่าตัดอย่างชัดเจน ทำไม Endo-Fusion จึงไม่ใช่แค่เทคโนโลยี

แม้เทคโนโลยีจะพร้อม แต่ Endo-Fusion ไม่ใช่เทคนิคที่แพทย์จบใหม่จะทำได้ทันที โดยเฉพาะการผ่าตัดแบบ ‘1 รู’ ที่ศัลยแพทย์ต้องทำงานภายใต้ภาพจากจอภาพของ Endoscopic การขยับเพียงเล็กน้อยต้องผ่านการฝึกซ้ำหลายสิบครั้ง การสร้างความนิ่งของมือและความเข้าใจเชิงมิติในพื้นที่จำกัดคือหัวใจสำคัญ

“ข้อจำกัดของ Endo-Fusion ไม่ใช่เครื่องมือ แต่คือ Skill ของศัลยแพทย์” อ.นพ.วิทย์ กล่าว แพทย์ต้องผ่านเคสหลายสิบหรือหนึ่งร้อยเคส จึงจะเริ่มเข้าสู่จุดที่ผลลัพธ์นิ่งและภาวะแทรกซ้อนต่ำ นี่คือเหตุผลที่แม้เทคนิคนี้จะได้รับความนิยมมากขึ้นในเอเชีย แต่การยอมรับยังคงขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของผู้ผ่าตัดเป็นหลัก ใครเหมาะกับการผ่าตัดผ่านกล้อง?

ปัจจุบันเทคนิคนี้สามารถใช้ได้กับโรคกระดูกสันหลังเกือบทุกชนิด ตั้งแต่หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทไปจนถึงการผ่าตัดแบบ Endoscopic Fusion ในผู้ป่วยที่กระดูกสันหลังไม่มั่นคง ยกเว้นบางกรณี เช่น กระดูกคดขนาดใหญ่ที่ยังจำเป็นต้องผ่าตัดเปิด

ที่น่าสนใจคือ เทคโนโลยีนี้ยังช่วยให้ผู้สูงอายุจำนวนมากสามารถผ่าตัดภายใต้ยาชาเฉพาะที่ ลดความเสี่ยงจากการดมยาสลบได้อีกด้วย เมื่อคนไข้รู้สึก ‘เหมือนไม่ได้ผ่าตัด’

หนึ่งในเคสที่สร้างความประทับใจให้อ.นพ.วิทย์ คือการผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกแบบ Endoscopic Fusion แม้ขั้นตอนภายในจะเป็นการใส่อุปกรณ์เพื่อเสริมความมั่นคงของกระดูกสันหลัง แต่คนไข้สามารถลุกเดินได้ในวันเดียวกัน

“ผ่าเช้า บ่ายลุกเดินได้เอง เขาบอกว่ารู้สึกเหมือนไม่ได้ผ่าตัด ทั้งที่จริงเราใส่อุปกรณ์เข้าไปแล้ว” อ.นพ.วิทย์ เล่า ความรู้สึกของคนไข้คือ ‘ไม่เจ็บ ไม่ช้ำ ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลหลายวัน’ แต่ในมุมของศัลยแพทย์ นั่นคือการทำงานในพื้นที่จำกัดระดับมิลลิเมตรด้วยความแม่นยำสูงสุด ก้าวต่อไปของ MIS ในประเทศไทย

ปัจจุบันการผ่าตัดกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทั้งระบบนำวิถี (Navigation) หุ่นยนต์ผ่าตัด AR/VR และ 3D Printing เพื่อเพิ่มความแม่นยำและเปิดโอกาสให้การวางแผนและการผ่าตัดมีความเฉพาะเจาะจงกับผู้ป่วยแต่ละรายมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดยังต้องอาศัยทั้งข้อบ่งชี้ที่ถูกต้องและความเชี่ยวชาญของผู้ผ่าตัด “เพราะไม่ใช่ทุกคนต้องผ่าตัด Endo-Fusion และการผ่าตัดต้องตรงกับปัญหาจริงๆ” อ.นพ.วิทย์ กล่าว

ด้วยประสบการณ์และการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการผ่าตัดกระดูกสันหลังอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จึงมุ่งนำเทคโนโลยีและเทคนิคการผ่าตัดสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับการรักษากระดูกสันหลังให้ก้าวไปอีกขั้น และเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผ่าตัดกระดูกสันหลัง MIS ครบวงจรในประเทศไทยเทียบเท่านานาชาติ

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการผ่าตัดกระดูกสันหลังผ่านกล้องได้จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap