
- ข่าว
- กองบรรณาธิการ
บริษัท จีเอ็มแอล เอ็กซิบิชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมโดรนกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญจากการแข่งขันด้านตัวอากาศยานไปสู่การแข่งขันด้านซอฟต์แวร์ ปัญญาประดิษฐ์ และระบบอัจฉริยะ โดยเตรียมจัดงาน DronTech Asia 2026 ระหว่างวันที่ 11–13 พฤศจิกายน 2569 ณ ฮอลล์ 5 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 150 บริษัทจากไทยและต่างประเทศ
Key facts
โดรนเปลี่ยนจากเครื่องมือบินสู่แพลตฟอร์มอัจฉริยะ
- งาน DronTech Asia 2026 กำหนดจัดระหว่างวันที่ 11–13 พฤศจิกายน 2569 ณ ฮอลล์ 5 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี
- ผู้ประกอบการเข้าร่วมจัดแสดงกว่า 150 บริษัท แบ่งเป็นไทยประมาณ 40% และต่างประเทศ 60% จากจีน ตุรกี รัสเซีย ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา และสิงคโปร์
- ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานมากกว่า 40% นำเสนอเทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตร
- ในปี 2025 มีโดรนเกษตรน้ำหนักเกิน 25 กิโลกรัมขึ้นทะเบียนในประเทศไทยแล้ว 10,608 ลำ
- ตลาดโดรนในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 262 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 หรือราว 8.6 พันล้านบาท
เยาวลักษณ์ ชูวิเชียร ผู้อำนวยการโครงการ บริษัท จีเอ็มแอล เอ็กซิบิชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า อุตสาหกรรมโดรนกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามการพัฒนาของเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ ระบบอัจฉริยะ ซอฟต์แวร์ และระบบบริหารจัดการข้อมูล ส่งผลให้การใช้งานโดรนไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการเกษตรหรือการสำรวจอีกต่อไป แต่ขยายไปสู่ภาคอุตสาหกรรม การตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน โลจิสติกส์ ความปลอดภัย การป้องกันประเทศ และภารกิจกู้ภัย
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนบทบาทของโดรนที่เพิ่มขึ้นในภาคธุรกิจ จากความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดระยะเวลาและต้นทุนการดำเนินงาน ทั้งการเกษตรอัจฉริยะ การตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน การสำรวจและจัดทำแผนที่ ตลอดจนการขนส่งสินค้าและเวชภัณฑ์ไปยังพื้นที่ห่างไกลหรือเข้าถึงได้ยาก
ขณะเดียวกัน การพัฒนา AI เซนเซอร์ขั้นสูง และระบบการบินอัตโนมัติ กำลังยกระดับโดรนจากเครื่องมือปฏิบัติงานเฉพาะด้านไปสู่แพลตฟอร์มอัจฉริยะที่รองรับภารกิจซับซ้อนมากขึ้น แข่งขันกันที่ซอฟต์แวร์ ไม่ใช่แค่ตัวเครื่องบิน
หนึ่งในแนวโน้มสำคัญของอุตสาหกรรมคือการเปลี่ยนจากการให้ความสำคัญกับตัวอากาศยานเพียงอย่างเดียว ไปสู่เทคโนโลยีและโซลูชันที่ตอบโจทย์ภารกิจเฉพาะด้าน ทั้งซอฟต์แวร์ควบคุมการบิน การวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI ระบบตรวจจับและต่อต้านโดรน หรือ Anti-Drone รวมถึงระบบอัตโนมัติที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจ
เยาวลักษณ์ กล่าวว่า "วันนี้การแข่งขันในอุตสาหกรรมโดรนไม่ได้อยู่ที่ตัวอากาศยานเพียงอย่างเดียว แต่กำลังขยับไปสู่การแข่งขันด้านซอฟต์แวร์ AI ระบบอัจฉริยะ และความสามารถในการพัฒนาโซลูชันให้ตอบโจทย์การใช้งานเฉพาะด้านมากขึ้น ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรมโดรนในระยะต่อไป"
ในส่วนของผู้เข้าร่วมจัดแสดงภายในงานปีนี้ มากกว่า 40% นำเสนอเทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตร สอดคล้องกับการใช้งานโดรนในประเทศไทยที่เติบโตต่อเนื่อง โดยในปี 2025 มีโดรนเกษตรที่มีน้ำหนักมากกว่า 25 กิโลกรัมขึ้นทะเบียนแล้ว 10,608 ลำ กฎระเบียบและน่านฟูเป็นโจทย์ใหญ่
นอกจากพัฒนาการด้านเทคโนโลยีแล้ว ความพร้อมด้านกฎระเบียบและโครงสร้างพื้นฐานยังเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการขออนุญาตบิน การขึ้นทะเบียนอากาศยานไร้คนขับ การสอบและออกใบอนุญาตผู้บังคับโดรน ตลอดจนการพัฒนาระบบบริหารจัดการจราจรทางอากาศ เพื่อให้โดรนใช้พื้นที่น่านฟ้าร่วมกับอากาศยานประเภทอื่นได้อย่างปลอดภัย
AI จะมีบทบาทเพิ่มขึ้นในการวางแผนเส้นทางบินและบริหารจัดการจราจรทางอากาศ ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร เพื่อรองรับการควบคุมโดรนจากระยะไกลและการบินนอกระยะสายตา หรือ Beyond Visual Line of Sight (BVLOS) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการขยายการใช้งานโดรนเชิงพาณิชย์ในอนาคต ศักยภาพไทยและขนาดตลาดภูมิภาค
เยาวลักษณ์ มองว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนาอุตสาหกรรมโดรน โดยเฉพาะการใช้งานด้านการเกษตร โลจิสติกส์ และการป้องกันประเทศ ขณะที่ผู้ประกอบการไทยเริ่มพัฒนาขีดความสามารถไปสู่โดรนขนาดใหญ่และเทคโนโลยี Dual-Use ที่ประยุกต์ใช้ได้ทั้งภาคพลเรือนและด้านการป้องกันประเทศ
แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับการเติบโตของตลาดโดรนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 30.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 และเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 62.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2033 หรือเติบโตเฉลี่ย 10.9% ต่อปี ขณะที่ตลาดโดรนในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 262 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 หรือราว 8.6 พันล้านบาท
การต่อยอดศักยภาพดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ผู้พัฒนาเทคโนโลยี ภาคอุตสาหกรรม และผู้ใช้งาน เพื่อผลักดันเทคโนโลยีสู่การใช้งานจริง พร้อมเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับพันธมิตรและตลาดต่างประเทศ เวทีพบปะผู้ผลิตระดับโลก
สำหรับการจัดงานปีนี้ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมจัดแสดงกว่า 150 บริษัท จากประเทศไทยและต่างประเทศ โดยแบ่งเป็นผู้ประกอบการไทยประมาณ 40% และต่างประเทศ 60% อาทิ จีน ตุรกี รัสเซีย ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา และสิงคโปร์
บริษัทและแบรนด์ชั้นนำที่เข้าร่วมจัดแสดง ได้แก่ Amazon Web Services (AWS), STM, KNDS, Special Technology Center (STC), SYSTRONICS, ONCOMMAND, DJI Enterprise by SiS, AUTEL Robotics, ALCRONS FRONTIER, CHC Navigation, SDT Composites, INFOX Navigation และ Grepow Battery (Tattu)
ภายในงานยังมีเทคโนโลยีและโซลูชันอื่น ๆ อีกหลากหลาย ทั้งโดรนเพื่อการเกษตร การสำรวจและจัดทำแผนที่ การตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน ระบบตรวจจับและต่อต้านโดรน หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ตลอดจนอุปกรณ์และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมโดรน
ทั้งนี้ งาน DronTech Asia 2026 ซึ่งกำหนดจัดระหว่างวันที่ 11–13 พฤศจิกายน 2569 ณ ฮอลล์ 5 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จะเป็นเวทีรวบรวมผู้ผลิต ผู้พัฒนาเทคโนโลยี ผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ ผู้ซื้อ และผู้ใช้งานจากประเทศไทยและต่างประเทศ ให้ได้พบปะแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พร้อมนำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชันด้านโดรนและระบบไร้คนขับที่นำไปประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรมและการดำเนินงานจริง
— Sony Music ยื่นคำขอให้แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งลบเพลง AI ที่เลียนแบบเสียงศิลปินในสังกัดกว่า 260,000 เพลงภายในเดือนกันยายนนี้ หลังเคยขอลบไปแล้ว 135,000 เพลงเมื่อปลายมีน
— พลเมืองดีเห็นรถกระบะจอดนานผิดสังเกตที่ลานจอดรถตลาดมะพร้าว ต.กมลา จ.ภูเก็ต จึงแจ้งตำรวจ ก่อนพบ จ.ส.ต.วัย 37 ปี นั่งเสียชีวิตในรถของตัวเอง พร้อมพบเตาอั้งโล่ในรถ เ
— ธารน้ำแข็งทริกลาฟในสโลวีเนีย ซึ่งเคยครอบคลุมพื้นที่ 1.4 แสนตารางเมตร กำลังจะละลายหายไปหมดภายในไม่กี่วัน หลังนักวิทยาศาสตร์เฝ้าติดตามมานานเกือบ 80 ปี