
- ข่าว
- กองบรรณาธิการ
ท่ามกลางความผันผวนของตลาดการเงินโลกในปี 2026 จากความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ราคาน้ำมัน ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่อยู่ในระดับสูง และความไม่แน่นอนของกระแส AI K WEALTH ธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับ J.P. Morgan Asset Management จัดงาน "The Professional Portfolio" เพื่อถ่ายทอดวิธีคิดของนักลงทุนมืออาชีพ ตั้งแต่การตั้งเป้าหมาย ประเมินเศรษฐกิจ จัดสรรสินทรัพย์ ไปจนถึงบริหารความเสี่ยง เพื่อให้พอร์ตยังไปถึงเป้าหมายได้แม้ตลาดไม่เป็นไปตามคาด
เริ่มจากเป้าหมาย ไม่ใช่ทายตลาด
ดร. ตรีพล ภูมิวสนะ K WEALTH CIO ธนาคารกสิกรไทย เปรียบการลงทุนกับการขับรถว่า สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การรู้ล่วงหน้าว่าระหว่างทางจะเจออะไร แต่ต้องรู้ก่อนว่าเรากำลังจะไปที่ไหน เพราะเมื่อมีเป้าหมายชัดเจน ต่อให้สถานการณ์เปลี่ยนก็ยังปรับเส้นทางให้ไปถึงปลายทางได้
เช่นเดียวกับการลงทุน ก่อนถามว่า "ตอนนี้ลงทุนอะไรดี" นักลงทุนควรตอบให้ได้ก่อนว่า "ลงทุนไปทำไม" เพราะหากไม่มีเป้าหมาย พอร์ตก็มีโอกาสไหลไปตามกระแสตลาด ขณะที่เวลาสินทรัพย์ขาดทุน คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงว่าจะขายหรือถือต่อ แต่ต้องย้อนกลับไปดูว่าสินทรัพย์นั้นยังเหมาะกับเป้าหมายของพอร์ตหรือไม่
ดร. ตรีพล ย้ำว่า นักลงทุนมืออาชีพเองก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าพรุ่งนี้ตลาดจะขึ้นหรือลง สิ่งที่ทำได้คือมองภาพใหญ่ เตรียมพอร์ต และปรับเมื่อเงื่อนไขเปลี่ยน ดังนั้นการลงทุนแบบมืออาชีพจึงไม่ได้เริ่มจากการทายตลาด แต่เริ่มจากการรู้ว่าเป้าหมายของเราคืออะไร และพอร์ตวันนี้ยังพาเราไปถึงเป้าหมายนั้นได้หรือไม่
เงินเฟ้อ หุ้น และ AI
Dr. Sylvia Sheng, Lead Portfolio Manager of Multi-Asset Solutions Asia, J.P. Morgan Asset Management มองว่า โจทย์ของนักลงทุนตอนนี้คือการแยก "พาดหัวข่าว" ออกจากปัจจัยที่มีผลต่อพอร์ตจริง โดยมี 3 ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา ได้แก่ เงินเฟ้อ ตลาดหุ้นในภาวะดอกเบี้ยสูง และการลงทุน AI
สำหรับเงินเฟ้อ แม้สหรัฐฯ ยังไม่กลับสู่เป้าหมาย 2% แต่แรงกดดันรอบนี้มาจากฝั่งอุปทาน ทั้งภาษีนำเข้า ราคาพลังงาน และคอขวดห่วงโซ่อุปทานจาก AI J.P. Morgan Asset Management จึงมองว่าเงินเฟ้อมีแนวโน้มค่อยๆ ชะลอตัวในช่วง 12-18 เดือนข้างหน้า แต่ยังคงต้องติดตามค่าจ้างและการคาดการณ์เงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด
Dr. Sylvia Sheng มองว่า Bond Yield สหรัฐฯ ที่สูงขึ้นน่าสนใจ แต่ยังไม่เพียงพอให้เพิ่มน้ำหนักลงทุน เนื่องจาก Yield สูงสะท้อนทั้งเงินเฟ้อและเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง J.P. Morgan Asset Management จึงคงมุมมอง Neutral ต่อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ โดยรอให้ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ลดลงและเงินเฟ้อเป็นขาลงชัดเจนก่อน
ส่วนตลาดหุ้น ดอกเบี้ยสูงอาจไม่ฉุดหุ้นร่วงเสมอไป หาก Fed ปรับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และด้วยผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและ Communication Services ที่ยังแข็งแกร่ง J.P. Morgan Asset Management จึงคงน้ำหนัก Overweight ในหุ้นสหรัฐฯ
Dr. Sylvia Sheng มองว่า AI ยังไม่เกิดฟองสบู่ เพราะ Hyperscalers ยังเดินหน้าลงทุน ขณะที่แนวโน้มกำไร รายได้ และ Margin ของบริษัทที่เกี่ยวข้องปรับตัวดีขึ้น ทั้งนี้ AI ครอบคลุมทั้ง Infrastructure, Models และ Applications จึงไม่ควรมองเป็นธีมเดียวกัน และยังเร็วเกินไปที่จะสรุปผู้ชนะ สำหรับการจัดพอร์ตแนะนำให้ Stay Invested และ Stay Diversified โดยเน้นปัจจัยพื้นฐานระยะยาวเป็นหลัก
แยก Sentiment จาก Fundamental
เอนีส ตียาสิริ Executive Director, Head of Southeast Asia Funds, J.P. Morgan Asset Management ชี้ว่า นักลงทุนมืออาชีพจะไม่ตัดสินใจจากราคาหรือข่าวสั้นๆ เมื่อตลาดผันผวน แต่จะย้อนดูว่า Investment Thesis และปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยนไปจริงหรือไม่ เช่นในปี 2026 แม้หุ้นเอเชีย (เกาหลีใต้และไต้หวัน) ถูกขายลบจากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์และน้ำมัน แต่ความต้องการชิป โครงสร้าง AI และแนวโน้มกำไรยังแข็งแกร่ง
J.P. Morgan Asset Management จึงเลือกลดน้ำหนักหุ้นสหรัฐฯ และอินเดียที่แพง แล้วเข้าซื้อหุ้นเทคเอเชียที่ถูกขายเกินพื้นฐาน พร้อมแนะหลักคิดว่า สินทรัพย์ในพอร์ตต้องตอบ 3 เรื่อง ได้แก่ ซื้อเพื่ออะไร, เหตุผลการลงทุนคืออะไร, และขายเมื่อเงื่อนไขใดเกิดขึ้น เพราะหาก Thesis ยังไม่เปลี่ยน ราคาที่ตกลงอย่างเดียวก็ไม่ใช่เหตุผลให้ต้องขาย
สร้าง Core ให้แข็งแรง
ปณตพล ตัณฑวิเชียร, CFA, Chief Investment Officer (CIO) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (KAsset) มองว่า นักลงทุนสถาบันไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะต้องซื้อได้ที่จุดต่ำสุดหรือขายที่จุดสูงสุดทุกครั้ง เพราะในสถานการณ์จริงไม่มีใครเห็นอนาคตได้ชัดเหมือนการมองกราฟย้อนหลัง สิ่งที่สำคัญกว่าคือการบริหารความเสี่ยง เพื่อไม่ให้การตัดสินใจผิดเพียงครั้งเดียวสร้างความเสียหายต่อพอร์ตมากเกินไป
แนวคิดนี้ทำให้ปณตพลเห็นว่า Multi-Asset เหมาะเป็น Core Portfolio เพราะช่วยกระจายการลงทุนในหลายประเทศและสินทรัพย์ พร้อมปรับสัดส่วนผ่านการ Rebalancing อย่างต่อเนื่อง หากสินทรัพย์ใดเติบโตจนกระจุกตัวเกินไป ผู้จัดการพอร์ตก็สามารถลด Concentration Risk ได้ ดังนั้น Core Portfolio จึงไม่ใช่พอร์ตที่อยู่นิ่ง แต่เป็นฐานการลงทุนที่ได้รับการดูแลเพื่อรับมือความเสี่ยงและโอกาสที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
ด้าน วีระพล บดีรัฐ Lead Wealth Advisor, K WEALTH ธนาคารกสิกรไทย มองว่า นักลงทุนรายย่อยมักตอบสนองต่อเหตุการณ์ตรงหน้าเร็วกว่านักลงทุนมืออาชีพ เช่น เมื่อเกิดสงครามหรือราคาน้ำมันพุ่ง หลายคนลดหุ้นและกองทุนต่างประเทศ แล้วโยกเงินไปเงินสด ตราสารหนี้ หรือทองคำ ขณะที่นักลงทุนมืออาชีพจะเริ่มจากการดู Valuation, Fundamental และ Investment Thesis ก่อนว่ามีอะไรเปลี่ยนไปจริงหรือไม่
สำหรับการแบ่งพอร์ต Core และ Satellite วีระพลชี้ว่าไม่มีสัดส่วนตายตัว แต่ควรเริ่มจาก Risk Budget เพื่อประเมินผลกระทบที่ยอมรับได้ ก่อนเพิ่มสินทรัพย์ตามมุมมองส่วนตัว ซึ่งแนวทางนี้สะท้อนว่าการลงทุนอย่างมีวินัยและมีเป้าหมายชัดเจนคือหัวใจของการรับมือความผันผวนในระยะยาว
— Sony Music ยื่นคำขอให้แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งลบเพลง AI ที่เลียนแบบเสียงศิลปินในสังกัดกว่า 260,000 เพลงภายในเดือนกันยายนนี้ หลังเคยขอลบไปแล้ว 135,000 เพลงเมื่อปลายมีน
— พลเมืองดีเห็นรถกระบะจอดนานผิดสังเกตที่ลานจอดรถตลาดมะพร้าว ต.กมลา จ.ภูเก็ต จึงแจ้งตำรวจ ก่อนพบ จ.ส.ต.วัย 37 ปี นั่งเสียชีวิตในรถของตัวเอง พร้อมพบเตาอั้งโล่ในรถ เ
— ธารน้ำแข็งทริกลาฟในสโลวีเนีย ซึ่งเคยครอบคลุมพื้นที่ 1.4 แสนตารางเมตร กำลังจะละลายหายไปหมดภายในไม่กี่วัน หลังนักวิทยาศาสตร์เฝ้าติดตามมานานเกือบ 80 ปี