
- เทคโนโลยี
- กองบรรณาธิการ
Meta บริษัทเทคโนโลยีสัญชาติสหรัฐฯ เปิดตัวโมเดลภาษาขนาดใหญ่รุ่นใหม่ "Muse Wonder" เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2026 โดยโมเดลรุ่นท็อปสุด Muse Wonder Full ทำคะแนนเบนช์มาร์ค Artificial Analysis Intelligence Index ได้ 56 คะแนน สูงเป็นอันดับสอง รองจาก Claude Opus 5.5 ที่ 58 คะแนน
Key facts
Muse Wonder ต่างจากรุ่นก่อนอย่างไร
- Muse Wonder Full ได้ 56 คะแนนบน Artificial Analysis Intelligence Index เป็นอันดับ 2 รองจาก Claude Opus 5.5 ที่ได้ 58 คะแนน
- Meta ใช้เวลารีเซ็ตกระบวนการพัฒนา AI ใหม่เป็นเวลา 14 เดือนก่อนเปิดตัว Muse Wonder
- Muse Wonder เอาชนะ Claude Fable 5.1, GPT-6 Astra และ Gemini 4 Argon ได้ทั้งหมดในเบนช์มาร์คดังกล่าว
- Muse Wonder เปิดใช้งานแล้วผ่าน Meta Model API และ Muse Code ส่วนรุ่น Full เปิดเฉพาะ Muse Code
- การเปิดตัวประกาศผ่านโพสต์ของ Alexandr Wang เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2026
Muse Wonder เป็นโมเดลรุ่นใหญ่กว่า Muse Spark และถือเป็นความสำเร็จที่พา Meta กลับมายืนในกลุ่มผู้นำด้าน AI ได้อีกครั้ง หลังบริษัทใช้เวลา 14 เดือนในการรีเซ็ตกระบวนการพัฒนาใหม่ทั้งหมด
ความแตกต่างระหว่าง Muse Wonder รุ่นปกติกับรุ่น Full อยู่ที่ความสามารถในการรับมืองานที่ไม่คุ้นเคย โดยเวอร์ชัน Full จะทำงานได้หลากหลายกว่าอย่างชัดเจน ขณะที่คะแนนเบนช์มาร์คของทั้งสองรุ่นอยู่ในระดับไล่เลี่ยกัน จุดแข็งสี่ด้านที่ Meta เน้น
Meta ระบุว่า Muse Wonder ถูกออกแบบมาเพื่องาน agentic ซึ่งบริษัทเลือกใช้คำว่า Personal Superintelligence ครอบคลุมทั้งการใช้งานส่วนตัวและการทำงาน โดยเน้นฟีเจอร์หลักสี่ด้าน
ด้านแรกคือ Domain Expertise หรือความรู้เฉพาะทางในงานที่ถูกใช้งานบ่อย เช่น กฎหมาย การเงิน และสุขภาพ ซึ่งโมเดลทำคะแนนได้ดีในเบนช์มาร์คกลุ่มนี้ ด้านที่สองคือ Active Memory ฟีเจอร์ความทรงจำที่เก็บข้อมูลสำคัญจากบทสนทนาในอดีตมาใช้ร่วมกับคำสั่งในปัจจุบัน
ด้านที่สามคือ Active Focus ฟีเจอร์ที่สั่งให้โมเดลพยายามพิชิตเป้าหมายด้วยวิธีการใหม่ ๆ และด้านที่สี่คือ Frontier Coding ความสามารถด้านการเขียนโค้ดซึ่งเอาชนะ Claude Opus 5.5 ได้ แซงคู่แข่งรายใหญ่ได้ทั้งหมด
ผลเบนช์มาร์คของ Muse Wonder Full ที่ 56 คะแนน ทำให้ Meta เอาชนะโมเดลจากคู่แข่งรายอื่นได้ทั้งหมด ทั้ง Claude Fable 5.1, GPT-6 Astra และ Gemini 4 Argon โดยมีเพียง Claude Opus 5.5 ที่ยังนำอยู่ที่ 58 คะแนน
ช่องว่างเพียงสองคะแนนนี้สะท้อนว่าตลาดโมเดล AI ระดับแนวหน้ากลับมาสู่การแข่งขันที่สูสีอีกครั้ง หลังช่วงก่อนหน้า Meta ถูกมองว่าตามหลังคู่แข่งอยู่พอสมควร ผู้ใช้ไทยเข้าถึงผ่านช่องทางใด
สำหรับผู้พัฒนาชาวไทย Muse Wonder เปิดใช้งานแล้วผ่าน Meta Model API และ Muse Code ส่วน Muse Wonder Full เปิดให้ใช้เฉพาะผ่าน Muse Code และจะตามมาด้วยการนำโมเดล Muse Wonder ไปผูกกับบริการผู้ช่วย Muse Agent ในเร็ว ๆ นี้
การเปิด API ให้ใช้งานทันทีหมายความว่านักพัฒนาซอฟต์แวร์และสตาร์ทอัพไทยที่สร้างผลิตภัณฑ์บนฐานโมเดลต่างชาติจะมีทางเลือกเพิ่มขึ้นอีกราย ซึ่งอาจส่งผลต่อการเลือกแพลตฟอร์มสำหรับงานที่ต้องใช้ความสามารถด้าน agentic เช่น ระบบช่วยงานลูกค้าหรือเครื่องมือเขียนโค้ด
ในทางกลับกัน ต้นทุนการเรียกใช้ API และเงื่อนไขการให้บริการจะเป็นปัจจัยชี้ขาดว่าผู้ใช้ในไทยจะย้ายมาใช้ Muse Wonder มากน้อยเพียงใด ขณะที่คู่แข่งอย่าง Claude และ GPT ยังคงมีระบบนิเวศและเครื่องมือสนับสนุนที่ผู้พัฒนาไทยคุ้นเคยอยู่แล้ว ก้าวต่อไปของ Meta
หลังเปิดให้ใช้งานผ่าน Meta Model API และ Muse Code แล้ว ขั้นต่อไปที่ Meta ประกาศไว้คือการนำ Muse Wonder ไปใช้กับบริการผู้ช่วย Muse Agent ซึ่งบริษัทยังไม่ได้ระบุวันเปิดใช้งานที่ชัดเจน
— Epic Games เลื่อนเปิดตัวเกมยิง Marvel-Star Wars ออกจากมี.ค. 2027 เหตุต้องการใช้ AI พัฒนาเกมทั้งหมด หลังปลดพนักงาน 1,000 คนเมื่อต้นปี
— มาร์ก กูร์แมน แห่งบลูมเบิร์ก รายงานว่าแอปเปิลเตรียมเปิดตัวหน้าจอควบคุมสมาร์ทโฮมในชื่อ HomeView ใช้ชิป A18 สั่งงานด้วย Siri AI เป็นหลัก คาดเปิดตัวในงานแถลงข่าวคื
— SpaceXSI เปิดตัว X Subscription แพ็คเกจเดียวที่รวม X Premium, Grok และ Cursor ไว้ด้วยกัน มี 5 แผน ตั้งแต่ฟรีถึง 200 ดอลลาร์ต่อเดือน