New Era Thailand ครบ 10 ปี เปิด 30 สาขา เตรียมเพิ่มอีก 30 แห่งภายในปี 2570 ดึง F1 สู่ Sp…

New Era Thailand ครบ 10 ปี เปิด 30 สาขา เตรียมเพิ่มอีก 30 แห่งภายในปี 2570 ดึง F1 สู่ Sp…

ตลอดหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา New Era Thailand เติบโตจากร้านเดียวที่ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ สู่เครือข่าย 30 สาขาทั่วประเทศ พร้อมประกาศแผนเปิดเพิ่มอีก 30 สาขาภายในปี 2570 ซึ่งเท่ากับการเพิ่มเครือข่ายเป็นสองเท่าในเวลาราวหนึ่งปี โดยตั้งเป้าให้ธุรกิจในไทยเติบโต 30% ภายในปี 2575 และผลักดันแบรนด์จากผู้นำด้านหมวกสู่การเป็น Sports Lifestyle Brand อย่างเต็มตัว

เป้ารายได้และแผนขยายสาขา

yอดขายของ New Era Thailand เติบโตเฉลี่ยเป็นตัวเลขสองหลักตลอด 10 ปีที่ผ่านมา และกลายเป็นแบรนด์เรือธงที่สร้างรายได้ราว 90% ของรายได้รวมของบริษัท บางกอก สปอร์ตแวร์ จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายในไทย การขยายสาขาอีก 30 แห่งภายในปี 2570 จะให้น้ำหนักกับทำเลในกรุงเทพฯ เมืองท่องเที่ยว และหัวเมืองเศรษฐกิจ

วิจักษ์ สิริสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก สปอร์ตแวร์ จำกัด อธิบายว่าสิ่งที่เติบโตในรอบ 10 ปีมีมากกว่ายอดขายและจำนวนสาขา เพราะบทบาทของแบรนด์เองก็เข้าไปอยู่ในการแต่งตัวและการแสดงออกถึงตัวตนของผู้บริโภคไทยมากขึ้นด้วย

ตลาด Sportswear โลกโตต่อเนื่อง

แดเนียล โบรเดอร์ริค กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก New Era ให้ภาพตลาดโดยอ้างข้อมูลจาก Euromonitor International ซึ่งระบุว่าในปี 2568 สินค้าเสื้อผ้าและรองเท้าที่ขายทั่วโลกมากกว่า 1 ใน 5 ชิ้นเป็นสินค้ากลุ่ม Sportswear ตลาด Sportswear ทั่วโลกยังถูกคาดว่าจะโตเฉลี่ยเกือบ 5% ต่อปีในช่วงปี 2568-2573 จนมีมูลค่ามากกว่า 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 โดยเอเชียแปซิฟิกมีแนวโน้มเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่โตเร็วที่สุด จากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นและฐานผู้-consumers ที่สนใจเรื่องกีฬาและสุขภาพมากขึ้น

ฝั่ง New Era เองปิดปี 2568 ด้วยรายได้มากกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมกว่า 80 ประเทศ และมีเครือข่ายร้านมากกว่า 1,000 สาขาทั่วโลก เหตุผลที่ไทยถูกจัดเป็นตลาดยุทธศาสตร์ของภูมิภาค แดเนียลชี้ไปที่ความแข็งแรงของวัฒนธรรม Streetwear การเติบโตของคอมมูนิตี้กีฬาและ Pop Culture รวมถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ที่รับเทรนด์ระดับโลกเร็วและมองหาสินค้าที่บอกความเป็นตัวเองได้

หมวกกีฬาสู่ไอเทมแฟชั่น

การเติบโตของ New Era ในไทยเกิดขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนหน้าตาของฐานลูกค้า จากช่วงแรกที่แบรนด์เป็นที่รู้จักในกลุ่มคนรักหมวกและแฟนกีฬาเป็นหลัก ปัจจุบันขยายไปยังกลุ่มผู้บริโภค Streetwear แฟชั่น ดนตรี ศิลปะ และไลฟ์สไตล์ คนรุ่นใหม่ในกลุ่มนี้ให้น้ำหนักกับดีไซน์ เรื่องราวของแบรนด์ และความสามารถของสินค้าในการบอกว่าเจ้าของชอบอะไร มากกว่าการดูที่ฟังก์ชันใช้สอยอย่างเดียว ประกอบกับความนิยมในสินค้า Collaboration และ Limited Edition ที่ทำให้หมวกขยับจากอุปกรณ์กีฬามาเป็นของที่ใส่ได้ในชีวิตประจำวัน

กลยุทธ์ Collaboration หน้าร้าน และออนไลน์

แนวทางแรกคือการใช้ Collaboration เป็นเครื่องมือหาลูกค้าใหม่ ซึ่งวิจักษ์อธิบายว่าเป้าหมายอยู่ที่การนำลิขสิทธิ์กีฬาระดับโลกที่มีฐานแฟนแข็งแรงมาเชื่อมกับแฟชั่น วัฒนธรรม และคอมมูนิตี้ เพื่อเปลี่ยนความชื่นชอบที่คนมีต่อทีมหรือนักกีฬา ให้กลายเป็นความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว มากกว่าการออกคอลเล็กชันใหม่ไปเรื่อยๆ

Formula 1 ถูกเลือกเพราะฐานแฟนขยายตัวเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ติดตามด้วยเหตุผลหลายชั้น ทั้งการแข่งขัน เทคโนโลยี ความเร็ว แฟชั่น และวัฒนธรรมร่วมสมัย ซึ่งในความร่วมมือครั้งนี้ New Era เข้าไปรับบทบาท Official Teamwear ที่ดูแลการออกแบบเครื่องแต่งกายของทีม Atlassian Williams F1 Team แบบครบวงจร และเปิดทางให้แบรนด์แปลงชุดที่ออกแบบสำหรับทีมแข่งให้กลายเป็นเสื้อผ้าที่คนทั่วไปใส่ได้ในชีวิตประจำวัน

แนวทางที่สองคือการยกระดับหน้าร้านไปสู่รูปแบบ Concept Store ซึ่งเริ่มจากสาขา One Bangkok ที่เป็นสาขาพื้นที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นสาขาเดียวในไทยที่ให้บริการ Customization ทั้งการปักตัวอักษรและติด Patch แนวคิดเบื้องหลังคือการเปลี่ยนพื้นที่ค้าปลีกจากจุดจำหน่ายสินค้า ไปเป็นที่ที่ลูกค้าเข้ามาออกแบบของของตัวเองได้ ซึ่งเข้ากับพฤติกรรมของกลุ่มที่ซื้อสินค้าเพื่อบอกความเป็นตัวเอง

แนวทางที่สามคือการเชื่อมช่องทางหน้าร้านเข้ากับออนไลน์ เพื่อรองรับพฤติกรรมการซื้อที่เปลี่ยนไป

โอกาสของตลาดไทย

สำหรับผู้บริโภคชาวไทย การขยายสาขาและกลยุทธ์ Collaboration กับลิขสิทธิ์กีฬาระดับโลกอย่าง Formula 1 สะท้อนทิศทางของตลาดไลฟ์สไตล์กีฬาในประเทศที่กำลังเติบโตตามเทรนด์โลก โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องราวของแบรนด์และการแสดงออกถึงตัวตนผ่านการแต่งตัว ขณะที่การเพิ่มสาขาในเมืองท่องเที่ยวและหัวเมืองเศรษฐกิจยังสอดคล้องกับพฤติกรรมการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวและกลุ่มผู้บริโภคในต่างจังหวัดที่มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น

ทิศทางถัดไปของ New Era ในไทยจึงขึ้นอยู่กับความสามารถในการรักษาสมดุลระหว่างการเป็นแบรนด์หมวกที่แข็งแรงในตลาดดั้งเดิม กับการขยายสู่สินค้าไลฟ์สไตล์กีฬาที่แข่งขันกับแบรนด์ Sportswear รายใหญ่ระดับโลก ท่ามกลางการแข่งขันที่คาดว่าจะเข้มข้นขึ้นตามมูลค่าตลาดที่เติบโตต่อเนื่องไปจนถึงปี 2573

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap