
- ข่าว
- กองบรรณาธิการ
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ว่า ธปท. ร่วมกับกระทรวงการคลังและสมาคมธนาคารไทย เตรียมออก Data Exchange Bureau ซึ่งเป็นระบบรวบรวมข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ และข้อมูลการชำระเงินร้านค้า เพื่อใช้ประเมินสินเชื่อสำหรับกลุ่มอาชีพอิสระและ SME ที่ไม่มีเงินเดือนประจำ โดยคาดว่าจะเปิดใช้งานได้ภายในกลางปี 2568 พร้อมกันนี้ ธปท. จะให้บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) เปิดให้ประชาชนตรวจสอบประวัติเครดิตของตนเองได้ฟรี 2 ครั้งต่อปี
Key facts
- ธปท. เตรียมออกประกาศอย่างเป็นทางการภายใน 2–3 เดือน ให้ NCB เปิดให้เจ้าของข้อมูลตรวจสอบประวัติเครดิตของตนเองได้ฟรี 2 ครั้งต่อปี
- Data Exchange Bureau เป็นโครงการร่วมระหว่างกระทรวงการคลัง ธปท. และสมาคมธนาคารไทย โดยมีสมาคมธนาคารไทยเป็นผู้ดำเนินการ และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในกลางปี 2568
- โครงการ SME Credit Portal ซึ่งเป็นตลาดกลางสินเชื่อระหว่างผู้กู้และผู้ปล่อยสินเชื่อ คาดว่าจะเปิดใช้งานได้ก่อนสิ้นปี 2567 และเริ่มเห็นผลในไตรมาส 1 ปี 2568
- กลไกค้ำประกันสินเชื่อใหม่จะต่อยอดจากโครงการ Credit Boost ซึ่งปล่อยสินเชื่อไปแล้ว 80,000 ล้านบาทใน 6 เดือน และจะเริ่มใช้ในไตรมาส 1 ปี 2568 โดยตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อ SME 100,000 ล้านบาทต่อปี
ทำไมต้องใช้ข้อมูลทางเลือก?
นายวิทัย กล่าวในงานสัมมนา Thailand Economic Outlook 2027 New Horizon Beyond the Trap หัวข้อ “Thailand’s New Crossroad: สร้างอนาคต พลิกโฉมประเทศ” ว่า ต้นทุนในการยืนยันตัวตนและต้นทุนในการตรวจสอบเครดิตบูโรเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ประชาชนและ SME เข้าถึงสินเชื่อได้ยาก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องลดต้นทุนเหล่านี้ลงอย่างมีนัยสำคัญ
“ต้นทุนยืนยันตัวตน ต้นทุนการตรวจสอบเครดิตบูโร ต้องถูกลงอย่างมีนัยสำคัญ เพราะว่าต้นทุนในการเข้าถึงเป็นตัวเหนี่ยวรั้งในการเข้าถึงสินเชื่อ” นายวิทัย กล่าว
Data Exchange Bureau หรือ Alternative Data Bureau จะนำข้อมูลทางเลือกต่างๆ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ข้อมูลการชำระเงินร้านค้า และเงินฝาก มาประมวลผลเพื่อพยากรณ์รายได้จริงและความสามารถในการชำระหนี้ของกลุ่มอาชีพอิสระหรือ SME ที่ไม่มีเงินเดือนประจำ ซึ่งแตกต่างจากเครดิตบูโรเดิมที่ดูเพียงพฤติกรรมการชำระหนี้ในอดีต
โครงการอื่นที่เกี่ยวข้อง
นอกจาก Data Exchange Bureau แล้ว ธปท. ยังมีมาตรการอีก 3 โครงการภายใต้ภารกิจ Inclusion ได้แก่ กลไกการค้ำประกันสินเชื่อใหม่ โครงการ SME Credit Portal และการเปิดให้ตรวจสอบเครดิตบูโรฟรี
สำหรับโครงการ SME Credit Portal ซึ่งเป็นตลาดกลางสินเชื่อระหว่างผู้ที่ต้องการสินเชื่อและผู้ที่ต้องการปล่อยสินเชื่อ เช่น ธนาคาร สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs) และ Non-Bank โดย ธปท. จะทำหน้าที่เป็นผู้ดูแล Credit Portal คาดว่าจะเปิดใช้งานได้ก่อนสิ้นปีนี้ และน่าจะเริ่มเห็นผลจริงในประมาณไตรมาส 1 ปีหน้า
ขณะที่กลไกค้ำประกันสินเชื่อใหม่ จะต่อยอดจากโครงการ ‘Credit Boost’ ซึ่งใช้เงินดึงจากสถาบันการเงินผ่านกองทุน FIDF ที่ปล่อยสินเชื่อไปแล้ว 80,000 ล้านบาทใน 6 เดือน โดยจะยกระดับเป็นโครงสร้างถาวร เริ่มไตรมาส 1 ปีหน้า ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อ SME 100,000 ล้านบาทต่อปี และเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย
ผลกระทบต่อ SME ไทย
มาตรการเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อปลดล็อกศักยภาพของ SME ไทย ซึ่งเป็นภาคธุรกิจที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ แต่ประสบปัญหาในการเข้าถึงสินเชื่อมานาน นายวิทัย กล่าวว่า “ถ้าทำทั้งหมดนี้สำเร็จ ผมว่ามีโอกาสสูงมากที่สินเชื่อ SME จะเลิกติดลบเสียที”
ทั้งนี้ การเปิดให้ตรวจสอบเครดิตบูโรฟรี 2 ครั้งต่อปี จะช่วยให้เจ้าของข้อมูลสามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเครดิตของตนเอง และวางแผนทางการเงินได้ดีขึ้น คาดว่าจะมีประกาศอย่างเป็นทางการในอีกประมาณ 2–3 เดือนข้างหน้า
ก้าวต่อไป
หลังจากประกาศในวันนี้ ธปท. จะเร่งผลักดันให้มาตรการต่างๆ มีผลบังคับใช้ตามกำหนด โดยเฉพาะการเปิดให้ตรวจสอบเครดิตบูโรฟรีซึ่งคาดว่าจะประกาศได้ภายใน 2–3 เดือน และ Data Exchange Bureau ที่จะเปิดใช้งานภายในกลางปี 2568 ส่วนโครงการ SME Credit Portal และกลไกค้ำประกันสินเชื่อใหม่จะเริ่มเห็นผลในไตรมาส 1 ปี 2568 ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อของ SME ไทย
— G-DRAGON ปรากฏบนป้ายบิลบอร์ด McDonald’s ทั่วจีน หลังจับมือเปิดเมนูใหม่ 8 รายการใน 8,000 สาขา พร้อมตกแต่งร้าน 700 แห่งธีมดอกเดซี่ สัญญาณผ่อนปรนวัฒนธรรมเกาหลีครั้
— วันที่ 7 ตุลาคม 2567 เกิดน้ำท่วมในอำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา เจ้าหน้าที่เร่งเสริมคันกั้นน้ำและกระสอบทราย ขณะที่ชาวบ้านใช้เรือสัญจรและจับปลาบนถนนที่ถูกน้ำ
— สคบ. ร่วมกับตำรวจนครบาล กรุงเทพมหานคร และกระทรวงคมนาคม ระดมรถยก 27 คัน ย้ายรถจมน้ำในเคหะร่มเกล้า 34 คัน พร้อมดูแลครบวงจรตั้งแต่ค่า�ารถยกจนถึงการเคลมประกัน