ธปท. เปิดทางเช็กเครดิตบูโรฟรี 2 ครั้งต่อปี พร้อม Data Exchange Bureau กลางปีหน้า

ธปท. เปิดทางเช็กเครดิตบูโรฟรี 2 ครั้งต่อปี พร้อม Data Exchange Bureau กลางปีหน้า

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ว่า ธปท. ร่วมกับกระทรวงการคลังและสมาคมธนาคารไทย เตรียมออก Data Exchange Bureau ซึ่งเป็นระบบรวบรวมข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ และข้อมูลการชำระเงินร้านค้า เพื่อใช้ประเมินสินเชื่อสำหรับกลุ่มอาชีพอิสระและ SME ที่ไม่มีเงินเดือนประจำ โดยคาดว่าจะเปิดใช้งานได้ภายในกลางปี 2568 พร้อมกันนี้ ธปท. จะให้บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) เปิดให้ประชาชนตรวจสอบประวัติเครดิตของตนเองได้ฟรี 2 ครั้งต่อปี

Key facts

ทำไมต้องใช้ข้อมูลทางเลือก?

นายวิทัย กล่าวในงานสัมมนา Thailand Economic Outlook 2027 New Horizon Beyond the Trap หัวข้อ “Thailand’s New Crossroad: สร้างอนาคต พลิกโฉมประเทศ” ว่า ต้นทุนในการยืนยันตัวตนและต้นทุนในการตรวจสอบเครดิตบูโรเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ประชาชนและ SME เข้าถึงสินเชื่อได้ยาก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องลดต้นทุนเหล่านี้ลงอย่างมีนัยสำคัญ

“ต้นทุนยืนยันตัวตน ต้นทุนการตรวจสอบเครดิตบูโร ต้องถูกลงอย่างมีนัยสำคัญ เพราะว่าต้นทุนในการเข้าถึงเป็นตัวเหนี่ยวรั้งในการเข้าถึงสินเชื่อ” นายวิทัย กล่าว

Data Exchange Bureau หรือ Alternative Data Bureau จะนำข้อมูลทางเลือกต่างๆ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ข้อมูลการชำระเงินร้านค้า และเงินฝาก มาประมวลผลเพื่อพยากรณ์รายได้จริงและความสามารถในการชำระหนี้ของกลุ่มอาชีพอิสระหรือ SME ที่ไม่มีเงินเดือนประจำ ซึ่งแตกต่างจากเครดิตบูโรเดิมที่ดูเพียงพฤติกรรมการชำระหนี้ในอดีต

โครงการอื่นที่เกี่ยวข้อง

นอกจาก Data Exchange Bureau แล้ว ธปท. ยังมีมาตรการอีก 3 โครงการภายใต้ภารกิจ Inclusion ได้แก่ กลไกการค้ำประกันสินเชื่อใหม่ โครงการ SME Credit Portal และการเปิดให้ตรวจสอบเครดิตบูโรฟรี

สำหรับโครงการ SME Credit Portal ซึ่งเป็นตลาดกลางสินเชื่อระหว่างผู้ที่ต้องการสินเชื่อและผู้ที่ต้องการปล่อยสินเชื่อ เช่น ธนาคาร สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs) และ Non-Bank โดย ธปท. จะทำหน้าที่เป็นผู้ดูแล Credit Portal คาดว่าจะเปิดใช้งานได้ก่อนสิ้นปีนี้ และน่าจะเริ่มเห็นผลจริงในประมาณไตรมาส 1 ปีหน้า

ขณะที่กลไกค้ำประกันสินเชื่อใหม่ จะต่อยอดจากโครงการ ‘Credit Boost’ ซึ่งใช้เงินดึงจากสถาบันการเงินผ่านกองทุน FIDF ที่ปล่อยสินเชื่อไปแล้ว 80,000 ล้านบาทใน 6 เดือน โดยจะยกระดับเป็นโครงสร้างถาวร เริ่มไตรมาส 1 ปีหน้า ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อ SME 100,000 ล้านบาทต่อปี และเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย

ผลกระทบต่อ SME ไทย

มาตรการเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อปลดล็อกศักยภาพของ SME ไทย ซึ่งเป็นภาคธุรกิจที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ แต่ประสบปัญหาในการเข้าถึงสินเชื่อมานาน นายวิทัย กล่าวว่า “ถ้าทำทั้งหมดนี้สำเร็จ ผมว่ามีโอกาสสูงมากที่สินเชื่อ SME จะเลิกติดลบเสียที”

ทั้งนี้ การเปิดให้ตรวจสอบเครดิตบูโรฟรี 2 ครั้งต่อปี จะช่วยให้เจ้าของข้อมูลสามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเครดิตของตนเอง และวางแผนทางการเงินได้ดีขึ้น คาดว่าจะมีประกาศอย่างเป็นทางการในอีกประมาณ 2–3 เดือนข้างหน้า

ก้าวต่อไป

หลังจากประกาศในวันนี้ ธปท. จะเร่งผลักดันให้มาตรการต่างๆ มีผลบังคับใช้ตามกำหนด โดยเฉพาะการเปิดให้ตรวจสอบเครดิตบูโรฟรีซึ่งคาดว่าจะประกาศได้ภายใน 2–3 เดือน และ Data Exchange Bureau ที่จะเปิดใช้งานภายในกลางปี 2568 ส่วนโครงการ SME Credit Portal และกลไกค้ำประกันสินเชื่อใหม่จะเริ่มเห็นผลในไตรมาส 1 ปี 2568 ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อของ SME ไทย

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap