อนุทินแจงเด้งนายอำเภอบ้านสร้าง หลังโซเชียลเด่นแต่งานพื้นที่มีปัญหา

อนุทินแจงเด้งนายอำเภอบ้านสร้าง หลังโซเชียลเด่นแต่งานพื้นที่มีปัญหา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีคำสั่งย้ายนายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ว่าได้รับรายงานจากจังหวัดถึงปัญหาในการรับมือน้ำท่วม และชี้ว่าการทำงานบนโซเชียลมีเดียอาจไม่สอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ โดยการสั่งย้ายเป็นไปตามขั้นตอนของกรมการปกครองเมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา

Key facts

ทำไมต้องย้ายนายอำเภอ?

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่าได้รับรายงานจากนายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด และจากผู้นำท้องถิ่นถึงปัญหาการรับมือและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในสถานการณ์น้ำท่วม จากนั้นจึงรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบ และนำไปสู่คำสั่งของอธิบดีกรมการปกครอง

“นายอำเภอบ้านสร้างเป็นผู้ทำโซเชียลมีเดียได้ดี ประชาชนเห็นการปฏิบัติหน้าที่ในสื่อออนไลน์ แต่การปฏิบัติหน้าที่หน้างาน การสื่อสาร หรือสนองนโยบาย ไม่ได้เป็นไปตามโซเชียลมีเดีย” นายพลพีร์ กล่าว

นายพลพีร์ ระบุว่าผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัด ณ ขณะนั้น มีความเห็นตรงกันว่าควรให้นายอำเภอออกจากพื้นที่ก่อน เพื่อให้ปลัดอำเภอไปปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชนแทน โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง หากพบว่าไม่ผิดก็สามารถกลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม

“เหรียญมีสองด้านเสมอ โลกความเป็นจริงกับโลกออนไลน์อาจแตกต่างกัน ผู้ว่าฯและรองผู้ว่าฯคงวิเคราะห์ มีรายละเอียดเพียงพอ จึงมีหนังสือขึ้นมา” นายพลพีร์ กล่าว อดีตปลัดมหาดไทยขอความเป็นธรรม

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ว่า รู้จักนายเสฏฐวุฒิในฐานะผู้บังคับบัญชา และเห็นผลงานที่เคยได้รับรางวัลจากการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย 7 เครือข่ายสังคม จึงขอให้ผู้บังคับบัญชาตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมกับประชาชนที่กำลังเดือดร้อนจากน้ำท่วม

“ถ้าเขาบกพร่องจริงก็ต้องพิจารณาอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถตักเตือนให้ปรับปรุงการทำงาน และส่งคนไปช่วยเหลือเขา เขาอยู่ อ.บ้านสร้างมานาน เขาอยู่กับประชาชนจะเป็นประโยชน์มากกว่า การเอาออกมาแบบนี้นอกจากกระทบกระเทือนจิตใจคนทำงานแล้วยังซ้ำเติมประชาชน” นายสุทธิพงษ์ กล่าว

นายสุทธิพงษ์ยังกล่าวถึงกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีลงนามคำสั่งย้ายในวันสุดท้ายของการทำงานหรือวันเกษียณวันที่ 30 กันยายนว่า ตนไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้ และเห็นว่าเป็นลักษณะของการทิ้งทวน ซึ่งปกติไม่ควรทำ เพราะมีวิธีแจ้งข้อมูลให้ผู้บังคับบัญชาทราบได้หลายวิธี ก้าวต่อไปรอผลสอบ

นายพลพีร์ ยืนยันว่าการสั่งย้ายครั้งนี้ไม่มีการเมืองแอบแฝง เป็นการรายงานจากจังหวัดและมีเอกสารชัดเจนจากอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัด หากมีการสอบสวนจริง ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องมาให้ข้อมูล ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่อไป

สำหรับผู้อ่านในประเทศไทย กรณีนี้สะท้อนความท้าทายในการบริหารจัดการภัยพิบัติที่ต้องอาศัยทั้งการสื่อสารที่รวดเร็วและความเข้าใจพื้นที่จริง โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซากอย่างปราจีนบุรี ซึ่งผลการสอบสวนจะเป็นตัวชี้วัดความโปร่งใสและประสิทธิภาพของการทำงานในระบบราชการไทยต่อไป

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap