
- เทคโนโลยี
- กองบรรณาธิการ
การ์มินประกาศเปิดตัวสมาร์ตวอตช์ระดับพรีเมียมรุ่นล่าสุดในตระกูล fēnix ได้แก่ fēnix 9 และ fēnix 9 Pro โดยมุ่งยกระดับประสิทธิภาพฮาร์ดแวร์ การแสดงผล และขยายขีดความสามารถด้านการติดตามข้อมูลสำหรับกีฬาเฉพาะทาง พร้อมเพิ่มฟังก์ชันการสื่อสารฉุกเฉินผ่านระบบดาวเทียมและเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ฝังอยู่ในตัวเรือน สำหรับตลาดประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ทั้งสองรุ่นจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2569 เป็นต้นไป
ดีไซน์และหน้าจอ
ทั้งสองรุ่นมีขนาดตัวเรือนให้เลือก 3 ขนาด ได้แก่ 43 มม. 47 มม. และ 51 มม. ใช้กระจกหน้าจอแซฟไฟร์ป้องกันรอยขีดข่วน พร้อมปุ่มกดป้องกันการรั่วซึมที่รองรับการดำน้ำลึกสูงสุด 40 เมตร ในรุ่น fēnix 9 Pro มีการปรับโครงสร้างตัวเรือนโดยใช้วัสดุไทเทเนียมร่วมกับเทคโนโลยี Nano-molding เพื่อลดความหนาของตัวเครื่อง หน้าจอแสดงผลใช้พาเนล AMOLED ที่ให้ความสว่างสูงสุด 3,000 นิต โดยรุ่น fēnix 9 Pro ขนาด 51 มม. ได้ขยายพื้นที่หน้าจอเป็น 1.5 นิ้ว เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกรุ่นหน้าจอระบบชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับผู้ที่ต้องการเน้นอายุการใช้งานแบตเตอรี่
ประสิทธิภาพและการสื่อสาร
ด้านประสิทธิภาพการประมวลผล มีการเพิ่มหน่วยความจำ RAM ขึ้น 50% และปรับปรุง Map Engine ส่งผลให้การประมวลผลและเลื่อนดูแผนที่ Routable Maps เร็วขึ้น 30% พร้อมความจุจัดเก็บข้อมูลภายในขนาด 64 GB ขณะที่ fēnix 9 Pro ได้รับการติดตั้งโมดูลรับ-ส่งสัญญาณดาวเทียม inReach และการเชื่อมต่อ LTE ในตัว ทำให้สามารถโทรออก ส่งข้อความตัวอักษร และส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน SOS ไปยังศูนย์ประสานงาน Garmin Response ได้โดยตรงโดยไม่ต้องพึ่งพาสัญญาณจากสมาร์ตโฟน แต่ผู้ใช้ต้องสมัครแพ็กเกจบริการเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังรองรับการแชร์พิกัดแบบเรียลไทม์ LiveTrack และการรับข้อมูลพยากรณ์อากาศผ่านดาวเทียม
อายุการใช้งานแบตเตอรี่ในโหมดสมาร์ตวอตช์ของรุ่นขนาด 51 มม. รองรับการใช้งานสูงสุด 29 วันสำหรับ fēnix 9 และสูงสุด 31 วันสำหรับ fēnix 9 Pro หน้าจอ AMOLED ส่วนรุ่นหน้าจอพลังงานแสงอาทิตย์สามารถใช้งานได้สูงสุด 57 วัน
ฟังก์ชันการฝึกซ้อมและราคา
ในด้านฟังก์ชันการฝึกซ้อมและระบบติดตามข้อมูล มีการเพิ่มความสามารถ Garmin Epic ซึ่งเป็นฟังก์ชันรวมบันทึกกิจกรรมย่อยที่จัดขึ้นต่อเนื่องหลายวันหรือหลายสัปดาห์ เช่น สเตจเรซ หรือการเดินป่าระยะไกล ให้เป็นชุดข้อมูลเดียวกัน พร้อมแชร์สถิติและรูปภาพผ่านแพลตฟอร์ม Garmin Connect ขณะที่การวิเคราะห์ Stamina เพิ่มเครื่องมือ Stamina Zones และ Stamina Curve สำหรับวิเคราะห์การใช้พลังงานตามระดับความฟิตและประวัติการฝึกซ้อม ส่วนกีฬาเฉพาะทางเพิ่มระบบวิเคราะห์ VO2 Max และ Power Curve สำหรับเครื่องกรรเชียงบก Rowing Machine และระบบคำนวณการเผาผลาญสำหรับกิจกรรม Rucking ที่รองรับน้ำหนักสัมภาระสูงสุด 100 กิโลกรัม
ด้านราคา fēnix 9 จำหน่ายเริ่มต้น 33,490 บาท และ fēnix 9 Pro เริ่มต้น 36,990 บาท โดยการ์มินกำหนดเริ่มวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งสองรุ่นในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2569 เป็นต้นไป
การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนการแข่งขันในตลาดสมาร์ตวอตช์ระดับพรีเมียมที่ผู้ผลิตหันมาเน้นความสามารถด้านการสื่อสารฉุกเฉินนอกเหนือจากฟังก์ชันสุขภาพและการออกกำลังกาย สำหรับผู้บริโภคไทยที่นิยมกิจกรรมกลางแจ้งและการเดินป่า ฟีเจอร์ดาวเทียมและ LTE ในตัวเรือนอาจมีบทบาทมากขึ้นในพื้นที่ห่างไกลที่สัญญาณโทรศัพท์ไม่ครอบคลุม อย่างไรก็ตาม การใช้งานฟีเจอร์เหล่านี้ยังต้องพึ่งพาแพ็กเกจบริการเพิ่มเติม ซึ่งเป็นปัจจัยที่ผู้ซื้อควรพิจารณาควบคู่กับราคาเครื่อง
— สหภาพแรงงาน Micron โรงงานเมืองเถาหยวน ไต้หวัน ลงมติ 1,994 จาก 2,258 เสียง เห็นชอบให้นัดหยุดงาน หลังเจรจาโบนัส 83 เดือนไม่ลงตัว เสี่ยงกระทบอุปทานแรมโลกที่ Micron
— ไมโครซอฟท์เปิดตัวชิปเร่ง AI Maia 300 รุ่นที่สาม ผลิตโทเคนเพิ่ม 7 เท่าเมื่อนับทั้งแร็ค ประหยัดพลังงานขึ้น 2.5 เท่าต่อวัตต์ เตรียมใช้งานจริงปี 2027