ซีพีจับมือ XJTLU ตั้งศูนย์การเรียนรู้บูรณาการ ปั้นหลักสูตรจริงจากโจทย์ธุรกิจ

ซีพีจับมือ XJTLU ตั้งศูนย์การเรียนรู้บูรณาการ ปั้นหลักสูตรจริงจากโจทย์ธุรกิจ

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) ประกาศความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยซีอาน เจียวทง ลิเวอร์พูล (XJTLU) สถาบันการศึกษานานาชาติชั้นนำที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างจีนและสหราชอาณาจักร ผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เมื่อเวลา 9.18 น. ของวันที่ 3 เมษายน 2568 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค โดยความร่วมมือครั้งนี้ก่อตั้ง "ศูนย์ความเป็นเลิศ ซีพี ซีโออี – ซีอาน เจียวทง ลิเวอร์พูล การศึกษาบูรณาการ" หรือ CP COE XJTLU : Syntegrative Education Center (Thailand) อย่างเป็นทางการ เพื่อเชื่อมโยงโลกวิชาการเข้ากับโลกธุรกิจและนวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรม

ความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของความร่วมมือ

ศูนย์แห่งนี้เป็นการผสานความเชี่ยวชาญระหว่าง XJTLU ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยความร่วมมือจีน–ต่างชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน กับเครือเจริญโภคภัณฑ์ หนึ่งในกลุ่มธุรกิจชั้นนำระดับโลกที่มีความหลากหลายทางธุรกิจ ผู้เรียนจะได้รับทั้งองค์ความรู้เชิงนวัตกรรมและประสบการณ์จริงจากเครือเจริญโภคภัณฑ์และบริษัทในเครือ รวมถึงภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในประเทศไทยและทั่วโลก

คุณธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า การเรียนในยุคปัจจุบันควรเป็นรูปแบบการลงมือทำจริง ได้แก้ปัญหาจริง จึงจะเกิดปัญญา ดังนั้นโจทย์จากภาคอุตสาหกรรมจะเป็นเวทีให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และแก้ปัญหาคล้ายสตาร์ตอัพ ทดลองทำจริง หากไม่สำเร็จก็ปรับปรุง และไม่ผิดซ้ำเรื่องเดิมก็จะได้เรียนรู้ การเตรียมบุคลากรให้พร้อมต่อเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงจึงเป็นเรื่องสำคัญ เครือซีพียังขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศและต้องการบุคลากรอีกมาก นอกจากนี้ยังมีพันธมิตรอีกหลายอุตสาหกรรมที่มีองค์ความรู้ที่สามารถมารวมกัน นำความรู้จากภาคเอกชนมาอยู่ในหลักสูตรระยะสั้นร่วมกับมหาวิทยาลัย

คุณธนินท์ กล่าวต่อไปว่า การพัฒนาคนคือหัวใจของการพัฒนาประเทศ เราต้องสร้างระบบการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับโลกจริง ให้คนสามารถคิดเป็น ทำเป็น และสร้างคุณค่าได้จริง ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการวางรากฐานสำคัญในการพัฒนาคนรุ่นใหม่ และยกระดับศักยภาพของประเทศในระยะยาว

ด้านศาสตราจารย์ โหยวหมิน สี กรรมการและกรรมการบริหาร XJTLU กล่าวว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ AI และดิจิทัลกำลังให้คำนิยามใหม่ของการศึกษา จากเดิมที่เน้นการถ่ายทอดความรู้ ไปสู่การพัฒนามนุษย์อย่างรอบด้าน ทั้งความคิดเชิงวิพากษ์ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการผสานองค์ความรู้ข้ามศาสตร์ (Syntegrative Wisdom) มหาวิทยาลัยในอนาคตต้องทำหน้าที่เป็นระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่เชื่อมโยงมนุษย์ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน

ระบบการเรียนรู้และหลักสูตรที่พัฒนา

ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งพัฒนา Syntegrative Education System หรือระบบการเรียนรู้ที่ผสานองค์ความรู้ การลงมือทำจริง และความร่วมมือระหว่างหลายภาคส่วนเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ โดยผู้เรียนจะได้ทำงานกับโจทย์จริงจากภาคธุรกิจ ตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหา การพัฒนาแนวทาง ไปจนถึงการทดลองใช้จริง ภายใต้ศูนย์ดังกล่าวจะมีการพัฒนาหลักสูตรในรูปแบบ Flexible Micro-credential และโปรแกรมระยะสั้นที่ยืดหยุ่น ควบคู่กับโครงการวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่ดำเนินการร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในภาคอุตสาหกรรม

นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์เชื่อว่าภาคธุรกิจสามารถเป็น Learning Center หรือแหล่งเรียนรู้ให้กับสังคมได้จริง และควรมีบทบาทในการพัฒนาคนควบคู่ไปกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดย CP Center of Excellence (CP COE) หรือศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรม เครือเจริญโภคภัณฑ์ จะทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์จากภาคธุรกิจ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบการเรียนรู้รูปแบบใหม่ ความร่วมมือกับ XJTLU ในครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดแนวคิดดังกล่าวสู่ระดับนานาชาติ ผ่านการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศฯ ซึ่งจะเป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่เชื่อมการศึกษาเข้ากับโลกการทำงานและนวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรม

ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหาร ด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของการนำจุดแข็งของภาคธุรกิจและภาควิชาการมาผสานกัน เพื่อสร้างระบบการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์โลกจริง การพัฒนาคนในอนาคตต้องเริ่มจากการลงมือทำกับโจทย์จริง และสามารถสร้างผลลัพธ์ที่นำไปใช้ได้จริงในภาคธุรกิจและสังคม

หลักสูตรและทิศทางในอนาคต

ภายใต้การขับเคลื่อนของ CP COE ศูนย์ดังกล่าวถูกพัฒนาให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ระดับนานาชาติ ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยชั้นนำเข้ากับศักยภาพของภาคธุรกิจ เพื่อสร้างระบบการเรียนรู้ที่นำไปสู่การลงมือทำจริงอย่างเป็นรูปธรรม โดยจะเริ่มจาก 3 หลักสูตรสำคัญ ได้แก่ AI และ Robotics, Digital Transformation และ Business & Startup

ศาสตราจารย์ เสี่ยวจุน จาง Chief Officer of Education ของ XJTLU กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการลงนามในข้อตกลง แต่เป็นการวางรากฐานของระบบนิเวศการเรียนรู้แห่งอนาคต ที่เชื่อมโยงการศึกษาเข้ากับโลกแห่งความเป็นจริง และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้พัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่

การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ในครั้งนี้สะท้อนทิศทางที่ภาคธุรกิจขนาดใหญ่ของไทยหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรผ่านความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำระดับโลก ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการแรงงานที่มีทักษะพร้อมรับมือกับเทคโนโลยีเกิดใหม่ โดยเฉพาะในด้าน AI หุ่นยนต์ และการเปลี่ยนผ่านดิจิทัล ที่กำลังเป็นโจทย์ใหญ่ของทั้งภาคธุรกิจไทยและระดับภูมิภาคในระยะต่อไป

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap