รายงานชี้ Apple ยุคซีอีโอใหม่ เปลี่ยนแผนออกสินค้าถี่ขึ้น ไม่รอรอบเปิดตัวประจำปี

รายงานชี้ Apple ยุคซีอีโอใหม่ เปลี่ยนแผนออกสินค้าถี่ขึ้น ไม่รอรอบเปิดตัวประจำปี

มีรายงานจากมาร์ก กัวร์แมน (Mark Gurman) แห่งสำนักข่าวบลูมเบิร์ก เปิดเผยว่า แอปเปิล (Apple) กำลังปรับโครงสร้างการบริหารครั้งสำคัญในยุคของจอห์น เตอร์นัส (John Ternus) ซีอีโอคนใหม่ โดยมีเป้าหมายหลักคือการนำสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดเร็วขึ้นและถี่ขึ้น แทนการรอรอบเปิดตัวแบบเดิมปีละ 2-3 ครั้ง

เปลี่ยนรอบเปิดตัวสินค้า

รายงานระบุว่า แอปเปิลภายใต้การนำของเตอร์นัสต้องการออกสินค้าใหม่ตลอดทั้งปี แทนที่จะกระจุกตัวอยู่เฉพาะช่วงต้นปี กลางปี และปลายปีแบบที่ผ่านมา แนวทางดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดเรื่องจังหวะการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาอย่างยาวนานของบริษัท

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแนวโน้มกล้าทดลองตลาดมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับยุคสมัยของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่การแข่งขันด้านนวัตกรรมเป็นไปอย่างรวดเร็วและผู้เล่นรายอื่นออกผลิตภัณฑ์ใหม่ถี่ขึ้น

ลดขั้นตอนการตัดสินใจ

ประเด็นสำคัญอีกข้อคือการลดลำดับขั้นขององค์กร (flatten) เพื่อให้การตัดสินใจและดำเนินการต่าง ๆ เร็วขึ้น จากเดิมที่โครงสร้างการบริหารของแอปเปิลมีหลายชั้น ส่งผลให้บางโครงการใช้เวลานานกว่าจะผ่านการอนุมัติ

เตอร์นัสยังได้พูดถึงการปรับจำนวนพนักงานให้มีความเหมาะสมมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับรายงานข่าวก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการปลดพนักงานในฝ่าย VR และทีมงาน Fitness+ รวมถึงการให้ความสำคัญกับการสร้างรายได้จากธุรกิจบริการ (Services) มากขึ้น

รายได้จาก Services กับผลกระทบภายใน

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า การหันมาให้ความสำคัญกับธุรกิจ Services เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ฟิล ชิลเลอร์ (Phil Schiller) ลาออกจากการดูแล App Store ซึ่งสะท้อนให้เห็นความตึงเครียดภายในเกี่ยวกับทิศทางธุรกิจของบริษัท

การปรับโครงสร้างครั้งนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากแอปเปิล โดยข้อมูลทั้งหมดมาจากรายงานของกัวร์แมนซึ่งมีชื่อเสียงด้านการรายงานข่าวภายในบริษัทแอปเปิลมาก่อนหน้านี้หลายครั้ง

สำหรับผู้บริโภคและตลาดในไทย แนวโน้มที่แอปเปิลออกสินค้าใหม่ถี่ขึ้นอาจหมายถึงการมีตัวเลือกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ วางจำหน่ายในไทยเร็วขึ้นตามไปด้วย ขณะที่การให้ความสำคัญกับธุรกิจบริการมากขึ้นอาจส่งผลต่อราคาและรูปแบบของบริการต่าง ๆ เช่น บริการสตรีมมิงหรือบริการคลาวด์ที่ผู้ใช้ไทยใช้งานอยู่

อย่างไรก็ดี ยังต้องจับตาว่าการปรับโครงสร้างในลักษณะนี้จะส่งผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์และความสัมพันธ์กับพันธมิตรซัพพลายเชนในเอเชีย รวมถึงคู่ค้าจำหน่ายในประเทศไทยอย่างไรในระยะต่อไป

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap