แฮ็กเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป ตั้งอุณหภูมิ 50 องศา อาหารเน่าเสียหายหลายล้…

แฮ็กเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป ตั้งอุณหภูมิ 50 องศา อาหารเน่าเสียหายหลายล้…

แฮ็กเกอร์เจาะระบบควบคุมตู้เย็นและตู้แช่แข็งของเครือซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ในฝรั่งเศสและอีกหลายประเทศยุโรป สั่งให้ระบบละลายน้ำแข็งทำงานต่อเนื่องจนอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 50 องศาเซลเซียส ส่งผลให้อาหารสดและอาหารแช่แข็งเสียหายจำนวนมาก โดยคาดว่าความเสียหายทั่วประเทศอาจสูงถึงหลายล้านยูโร

Key facts

เกิดอะไรขึ้นกับระบบทำความเย็น

ตามรายงานของ BFMTV การโจมตีมุ่งเป้าไปที่ซอฟต์แวร์ควบคุมระบบทำความเย็นเวอร์ชันเก่าที่บริษัท Danfoss ผู้ผลิตจากเดนมาร์กจัดหาให้กับซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่ง ปกติตู้แช่ประเภทนี้จะมีระบบละลายน้ำแข็งที่ทำงานเพียงวันละ 2 รอบ แต่แฮ็กเกอร์สั่งให้ระบบดังกล่าวทำงานตลอดเวลา

ผลคืออุณหภูมิในตู้ถูกปรับขึ้นสูงถึง 50 องศาเซลเซียส ทำให้อาหารสดและอาหารแช่แข็งเสียหายภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เนื่องจากตู้เย็นยี่ห้อ Danfoss ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในภาคค้าปลีกยุโรป ผลกระทบจึงกระจายเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว ความเสียหายในเมืองอักเกอเนอ

ตัวเลขความเสียหายที่ชัดเจนที่สุดมาจากเมืองอักเกอเนอ แคว้นอาลซัส ทางตะวันออกของฝรั่งเศส โดยร้าน Intermarché สาขาดังกล่าวสูญเสียสต็อกอาหารแช่แข็งทั้งร้านมูลค่าประมาณ 50,000 ยูโร ส่วนร้าน Super U ในเมืองเดียวกันต้องทิ้งทั้งอาหารสดและอาหารแช่แข็ง คิดเป็นมูลค่าราว 220,000 ยูโร ขณะที่ร้านค้าอีกแห่งในเครือเดียวกันในเมืองนี้ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่ยังไม่มีการประเมินความเสียหาย

เมื่อรวมกันเฉพาะสองร้านในเมืองอักเกอเนอ ความเสียหายอยู่ที่ประมาณ 270,000 ยูโร และคาดว่าตัวเลขทั่วประเทศอาจสูงถึงหลายล้านยูโร ซูเปอร์มาร์เก็ตตั้งทีมรับมือ

Intermarché ยืนยันเหตุการณ์ดังกล่าวผ่านการสื่อสารภายในองค์กร โดยเตือนว่าหลายสาขาได้รับความเสียหายจากสินค้าแช่แข็งที่เสียหาย ขณะที่ Coopérative U ยอมรับว่าเกิดการโจมตีและได้จัดตั้งทีมบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือสาขาที่ได้รับผลกระทบและประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทำความเย็น

นอกจากซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่แล้ว ร้านค้าอิสระรวมถึงร้านขายเนื้อก็ได้รับผลกระทบด้วย ตามรายงานของ BFMTV ที่อ้างแหล่งข่าวในอุตสาหกรรม ยังไม่รู้ตัวผู้ก่อเหตุ

การสอบสวนทางเทคนิคยังดำเนินอยู่ และยังไม่สามารถระบุขอบเขตความเสียหายที่แท้จริงได้ทั้งหมด เจ้าหน้าที่และบริษัทต่าง ๆ ยังอยู่ระหว่างการหาข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ ขณะที่ตัวตนของผู้ก่อเหตุยังไม่ได้รับการยืนยัน

สำหรับผู้อ่านในไทย กรณีนี้สะท้อนความเสี่ยงของอุปกรณ์ในระบบห่วงโซ่ความเย็นที่เชื่อมต่อกับเครือข่าย ซึ่งรวมถึงระบบควบคุมห้องเย็นและตู้แช่ในซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อที่เริ่มมีการเชื่อมต่อระยะไกลมากขึ้น การอัปเดตซอฟต์แวร์และจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงจึงเป็นมาตรการพื้นฐานที่ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญ ขั้นตอนต่อไป

อัยการกรุงปารีสได้เปิดการสอบสวนเหตุการณ์ครั้งนี้แล้ว ขณะที่ Intermarché และ Coopérative U ยังคงประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทำความเย็นเพื่อตรวจสอบทางเทคนิคและประเมินความเสียหายทั้งหมด ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนขึ้นในระยะต่อไป

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap