LINE ย้าย OpenChat ขึ้นแท็บ 3 ดันผู้ใช้พุ่ง 24 ล้านคน

LINE ย้าย OpenChat ขึ้นแท็บ 3 ดันผู้ใช้พุ่ง 24 ล้านคน

LINE ประเทศไทย เปิดเผยว่าจำนวนผู้ใช้งาน LINE OpenChat รายเดือน (MAU) เพิ่มขึ้นจากเฉลี่ย 20 ล้านคน เป็น 24 ล้านคน หลังปรับโครงสร้างแอปพลิเคชันด้วยการย้ายบริการ OpenChat ขึ้นมาไว้ที่แท็บที่ 3 หรือแท็บกลางอย่างเป็นทางการ เมื่อไม่นานมานี้

การปรับเปลี่ยนดังกล่าวมีขึ้นหลังจาก LINE ประเทศไทย เลิกให้บริการ VOOM ซึ่งเป็นโซเชียลมีเดียภายในแอป โดยการย้าย OpenChat มาไว้ที่แท็บกลางช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงแชตแบบคอมมูนิตี้ง่ายขึ้น เป็นหมวดหมู่มากขึ้น และค้นหากลุ่มความสนใจต่าง ๆ ได้สะดวกกว่าเดิม จากเดิมที่ต้องเข้าใช้งานผ่านลิงก์หรือสแกน QR Code เป็นหลัก

ตัวเลขการใช้งานพุ่ง

ข้อมูลล่าสุดภายหลังการปรับเปลี่ยนหน้าแท็บพบว่า ปริมาณการใช้งานรวมเพิ่มขึ้นจาก 1,800 ล้านครั้งต่อเดือน เป็นมากกว่า 2,250 ล้านครั้งต่อเดือน ขณะที่การเข้าใช้งานหน้าแท็บสูงถึง 66.9 ล้านครั้งต่อวัน และมีการกดเข้าร่วมห้องโอเพนแชท 7.4 ล้านครั้ง

LINE OpenChat เริ่มต้นให้บริการในปี 2018 ภายใต้ชื่อ LINE Square ก่อนพัฒนามาเป็น LINE OpenChat ในปัจจุบัน ปัจจุบันเปิดให้บริการใน 3 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น ไต้หวัน และไทย โดยประเทศไทยมีฐานผู้ใช้งานสูงที่สุด

นายณธกฤต กาญจนมัณฑนา หัวหน้าหน่วยธุรกิจ LINE OpenChat ระบุถึงภาพรวมการเติบโตและพฤติกรรมผู้ใช้งานว่าสอดคล้องกับการปรับโครงสร้างครั้งนี้

ห้าหมวดความสนใจยอดนิยม

สำหรับกลุ่มหมวดหมู่ความสนใจที่มีการใช้งานสูงสุดในไทย 5 อันดับแรก ได้แก่ Entertainment ซึ่งครอบคลุมกลุ่มแฟนด้อม การอัปเดตตารางงานศิลปิน ซีรีส์ และการพูดคุยในหมู่แฟนคลับ ตามด้วย Studies ที่ใช้ตั้งกลุ่มติว แลกเปลี่ยนชีทสรุป และสื่อสารระหว่างอาจารย์ นักเรียน และผู้ปกครอง

อันดับสามคือ Job/Career ซึ่งเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนข้อมูลตำแหน่งงาน คำแนะนำอาชีพ และหางานสำหรับฟรีแลนซ์ ถัดมาคือ Lifestyle ที่รวมกิจกรรมเฉพาะทาง เช่น สุขภาพ กีฬา สัตว์เลี้ยง อาหาร ท่องเที่ยว และกลุ่มความสนใจเฉพาะกลุ่ม และอันดับห้าคือ Chit-chat Community ซึ่งเป็นพื้นที่พูดคุยเรื่องราวทั่วไป การสนทนาเชิงพื้นที่ เช่น หอพักหรือมหาวิทยาลัย และกลุ่มย่อยอย่าง Roleplay

ห้องฮีลใจของคนเมือง

นายเอก ปัญญาสีห์ หัวหน้าฝ่ายการตลาดและฝ่ายพันธมิตรธุรกิจคอนเทนต์ LINE ประเทศไทย ยกตัวอย่างการนำ LINE OpenChat มาใช้ของคนต่างจังหวัดที่เข้ามาทำงานและพักอาศัยคนเดียวในกรุงเทพฯ ว่าใช้เป็นห้องฮีลใจหรือพื้นที่ซัพพอร์ตทางอารมณ์เพื่อผ่อนคลายความเหงาจากการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่

สมาชิกในห้องส่วนใหญ่ไม่ได้เน้นพูดคุยเรื่องเฉพาะทางหรือนัดเจอกันในชีวิตจริง แต่จะใช้อัปเดตชีวิตประจำวันตามกิจวัตร เช่น พิมพ์บอกในห้องตอนเช้าว่าไปทำงานแล้วนะ หรือส่งข้อความตอนเลิกงานว่ากลับถึงห้องแล้ว วันนี้เหนื่อยมาก ซึ่งสมาชิกคนอื่น ๆ จะเข้ามาตอบรับด้วยความห่วงใย ถามไถ่ว่าเหนื่อยไหม ชวนกินข้าว หรือบอกให้พักผ่อนฝันดี

จุดเด่นของการสื่อสารแบบไม่เปิดเผยตัวตนจริงช่วยสร้างบรรยากาศที่สบายใจและอบอุ่น ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกมีคอมมูนิตี้คอยอยู่ข้าง ๆ และเติมเต็มพลังใจในทุกวัน แม้จะอาศัยอยู่ตัวคนเดียวก็ตาม

นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังถูกนำไปใช้เป็นช่องทางสื่อสารในสถานการณ์วิกฤตและภัยพิบัติ เช่น โควิด-19 และเหตุการณ์น้ำท่วม เพื่อประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลความช่วยเหลือ

อัปเดตฟีเจอร์และความปลอดภัย

LINE ระบุว่าได้พัฒนาระบบและฟีเจอร์สนับสนุนการใช้งานที่เพิ่มขึ้น อาทิ การคุยย่อยผ่าน Thread ที่ทำให้แชตไม่เลื่อนเร็วเกินไป การสรุปข้อความอัตโนมัติด้วย AI Summary และเตรียมปรับปรุงระบบแนะนำใหม่ให้แนะนำห้องหรือเนื้อหาได้ตรงใจยิ่งขึ้น พร้อมดีไซน์ Avatar สำหรับ OpenChat ใหม่ และเตรียมรองรับการนำ Emoji ที่ซื้อมาใช้งานใน OpenChat ด้วย

ด้านความปลอดภัย LINE แจ้งว่าได้เพิ่มระบบแจ้งเตือน Fraud & Scam Protection Popups ก่อนกดเข้าร่วมห้อง เพื่อป้องกันมิจฉาชีพ พร้อมระบบคัดกรองคำต้องห้ามอัตโนมัติ และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานกด Report บัญชีหรือห้องที่มีความเสี่ยงเพื่อตรวจสอบและระงับการใช้งาน โดยปกติทีมงานจะไม่สามารถเข้าไปอ่านห้องแชตที่ไม่ได้เข้าร่วมได้ แต่หากมีการกด Report ทีมที่ดูแล OpenChat จะสามารถเข้าไปตรวจสอบการสนทนาในห้องได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามว่า OpenChat สามารถสแกนลิงก์ที่ส่งในห้องและเตือนว่าเป็นลิงก์อันตรายได้หรือไม่ ทาง LINE แจ้งว่ายังไม่มีความสามารถนี้ ต้องให้แอดมินของห้องเป็นผู้ใส่ Keyword เข้าไปเอง และเมื่อถามถึงความสามารถในการแตก Thread ให้คุยย่อยว่าจะมีใน LINE Chat ปกติเมื่อใด ก็ยังไม่มีกำหนดในตอนนี้ โดยเปิดทางให้ผู้ใช้ส่ง Request Feature ไปยังบริษัทแม่ที่ต่างประเทศโดยตรงเพื่อขอเพิ่มฟีเจอร์นี้

แคมเปญและทิศทางข้างหน้า

นายธารวิทย์ ดิษยวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ LINE ประเทศไทย เปิดเผยทิศทางและแผนการดำเนินงานว่า ในฝั่งการตลาด LINE OpenChat ได้เปิดตัวแคมเปญ "เพื่อนอินหาง่าย จอยได้แท็บสาม" มุ่งเน้นการเชื่อมโยงผู้ใช้ตามความสนใจ พร้อมวางกรอบการดำเนินงาน 4 ด้าน ได้แก่ Discover สำหรับการค้นหา Activate สำหรับกระตุ้นการมีส่วนร่วมผ่านกิจกรรม Grow สำหรับสนับสนุนผู้สร้างคอมมูนิตี้ และ Connect สำหรับสร้างความร่วมมือกับภาคธุรกิจและพันธมิตร เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มให้ตอบโจทย์การใช้งานเชิงคอมมูนิตี้ในระยะยาว

การปรับโครงสร้างอินเทอร์เฟซและการเพิ่มฟีเจอร์ครั้งนี้สะท้อนการปรับตัวของแพลตฟอร์มเพื่อลดอุปสรรคในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งาน อย่างไรก็ดี เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มแบบเปิดที่รองรับผู้ใช้จำนวนมากโดยไม่ระบุตัวตน การควบคุมปัญหาเรื่องมิจฉาชีพและการกลั่นกรองเนื้อหายังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้ให้บริการต้องบริหารจัดการควบคู่ไปกับการเติบโตของฐานผู้ใช้

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap