Neuralink พลิกชีวิตผู้ป่วย ALS แปลงคลื่นสมองเป็นเสียงและข้อความ

Neuralink พลิกชีวิตผู้ป่วย ALS แปลงคลื่นสมองเป็นเสียงและข้อความ

Neuralink บริษัทเทคโนโลยีของอีลอน มัสก์ กำลังพัฒนาอุปกรณ์เชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ที่สามารถแปลงคลื่นสมองเป็นข้อความและเสียงได้จริงแล้ว ล่าสุดมีกรณีศึกษาของผู้ป่วย ALS ที่สามารถสื่อสารผ่านความคิดได้สำเร็จ แม้จะยังไม่ได้รับการอนุมัติจาก FDA แต่ก็เป็นความหวังใหม่สำหรับผู้พิการทางการพูด

หลักการทำงานของชิป N1

เทคโนโลยีของ Neuralink ทำงานโดยการผ่าตัดฝังชิป N1 เข้าไปในสมอง เพื่อบันทึกสัญญาณไฟฟ้าประสาทที่เกี่ยวข้องกับการสั่งพูด จากนั้นส่งข้อมูลไปวิเคราะห์ยังซอฟต์แวร์ ซึ่งจะแปลงเป็นเสียงพูดผ่าน Grok Voice ทำให้ผู้ใช้สามารถคิดแล้วมีข้อความหรือเสียงออกมาได้แทบจะเรียลไทม์

การทำงานนี้ช่วยให้ผู้ที่ไม่สามารถพูดได้ตามปกติสามารถสื่อสารได้ด้วยความคิด เพียงแค่ตั้งใจจะพูดคำนั้น ๆ ระบบก็จะประมวลผลและส่งเสียงออกมาเป็นคำพูดที่เข้าใจได้

กรณีศึกษาของ Terry

Terry เป็นผู้ชายที่เคยพูดคล่องแคล่วและทำงานที่ต้องใช้การพูดคุย แต่ในปี 2024 เขาเริ่มมีปัญหาเป็นโรค ALS หรือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง แม้ยังขยับกล้ามเนื้อปากและร่างกายได้ แต่ก็พูดไม่ค่อยรู้เรื่องและไม่สามารถพูดเป็นคำ ๆ ได้ การสื่อสารจึงติดขัด ต้องอาศัยการพิมพ์ซึ่งใช้เวลานาน

Terry ได้เข้าร่วมการทดลองของ Neuralink โดยการผ่าตัดฝังชิป N1 เข้าไปในสมอง หลังผ่าตัดวันแรก เขาได้ทดลองคิดและพูดเพื่อดูว่าคลื่นสมองตอบสนองอย่างไรบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งคลื่นจะขยับและเปลี่ยนสีเมื่อมีการคิดหรือพูด

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา Terry ได้ฝึก 'เจตนาที่จะพูด' โดยนักวิจัยให้เขาพูดคำที่เห็นบนหน้าจอ แต่ไม่ต้องกังวลว่าจะพูดได้ถูกต้องหรือไม่ เพียงแค่ตั้งใจหรือคิดที่จะพูดก็พอ จากนั้นทีมให้เขาลองกดปุ่มเพื่อพูดอะไรบางอย่าง ผลปรากฏว่าโปรแกรม Grok Voice ที่เชื่อมกับระบบตรวจจับคลื่นสมองของเขาสามารถพูดเสียงสังเคราะห์ออกมาตามคำที่ Terry ตั้งใจพูดได้จริง รวมทั้งแสดงข้อความด้วย

ความหวังและความท้าทาย

ความสำเร็จนี้ถือเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับ Terry ครอบครัว และทีม Neuralink ที่ทำให้ความคิดของเขามีเสียงขึ้นมาได้จริง และที่น่าทึ่งคือ Terry สามารถใช้สมองในการคิดแล้วแปลออกมาเป็นข้อความและเสียงได้ทันทีโดยแทบไม่ต้องพูดเลย

อย่างไรก็ตาม แม้ Neuralink จะยื่นจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีนี้แล้ว แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติจาก FDA คาดว่าในอนาคตหากการอนุมัติเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการ ผู้พิการด้านการพูดอาจได้ส่งเสียงของตัวเองออกมามากขึ้น และหากเสียงนั้นสามารถพัฒนาให้เหมือนมนุษย์คุยกันจริง ๆ ก็จะยิ่งดี

สำหรับประเทศไทย แม้ยังไม่มีเทคโนโลยีนี้ใช้อย่างเป็นทางการ แต่ก็เป็นความหวังสำหรับผู้ป่วย ALS และผู้พิการทางการพูดที่อาจได้เข้าถึงในอนาคต หากมีการอนุมัติและนำเข้ามาใช้ในประเทศต่อไป

ข่าวอื่น ๆ

Sitemap